533.jpg
‘ผอ.มศว’มอบตัวคดีโกงสอบ ซัดอดีตอธิบดีสถ. สั่งส่งข้อมูลแฟลชไดร์ฟ ให้‘ดร.วิน’ตามทีโออาร์

‘ผอ.มศว’มอบตัวคดีโกงสอบ ซัดอดีตอธิบดีสถ. สั่งส่งข้อมูลแฟลชไดร์ฟ ให้‘ดร.วิน’ตามทีโออาร์

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ผอ.มศว’มอบตัวคดีโกงสอบ

ซัดอดีตอธิบดีสถ.

สั่งส่งข้อมูลแฟลชไดร์ฟ

ให้‘ดร.วิน’ตามทีโออาร์

‘หนู’ลั่นจัดการหมดแล้ว

ชี้ปัญหาที่คนไม่ใช่ระบบ

 

“เรืองเดช” ผอ.มศว เข้ารับทราบข้อกล่าวหาพนักงานสอบสวนที่กองปราบปราม เจอแจ้ง 7 ข้อหาหนัก คดีโกงสอบท้องถิ่น ยอมรับเป็นผู้นำแฟลชไดร์ฟคะแนน ส่งให้ ดร.วิน ที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี ตามคำสั่งของอดีตอธิบดีสถ. อ้างทำตามคำสั่งในฐานะลูกจ้าง TOR ส่วนอดีตอธิบดี สถ. เลื่อนให้ปากคำ 6 สิงหาคม นี้ ลิซ่า-ภคมน พรรคประชาชน ทวงความคืบหน้า ผ่านมา 40 วัน คดีโกงสอบไม่คืบ จี้สอบเส้นทางการเงิน 5 พันล้านบาท


เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้อเรียนเกี่ยวกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ว่า ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในทุกมิติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว ยืนยันว่าภายในสัปดาห์หน้าจะต้องมีความคืบหน้าหรือข้อสรุปในส่วนที่ดำเนินการได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ การสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการท้องถิ่น เป็นประตูสำคัญของคนรุ่นใหม่และผู้ที่มีความตั้งใจเข้ารับราชการ หากปล่อยให้เกิดการทุจริต ย่อมกระทบต่อหลักคุณธรรมและทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ

“ผมกำชับทุกหน่วยงานว่า อาทิตย์หน้าต้องรู้ผลในส่วนที่ดำเนินการได้ ไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบ ไม่ปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อ ประชาชนต้องได้รับคำตอบ และผู้ที่เข้าสอบด้วยความสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม” นายวรศิษฎ์ กล่าว

คนโกงต้องได้รับโทษ

รมช.มหาดไทย กล่าวด้วยว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัย ทางปกครอง และทางอาญา โดยไม่มีข้อยกเว้น และจะไม่คำนึงถึงตำแหน่งหรืออิทธิพลของผู้ใด นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน โปร่งใส และเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

“กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารงานท้องถิ่น และจะไม่ยอมให้การทุจริตบั่นทอนโอกาสของผู้ที่เข้าสอบด้วยความสามารถและความสุจริต เพราะ “ความจริงต้องปรากฏ ความยุติธรรมต้องเกิดขึ้น และคนโกงต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” นายวรศิษฎ์ กล่าว

“ผอ.มศว”มอบตัว

ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เพื่อรับทราบ ข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตน เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ, ร่วมกันเอาไป หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวม 7 ข้อหา

พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสอบปากคำนายเรืองเดช โดยข้อมูลที่ใช้สอบปากคำบางส่วน เป็นข้อมูลที่นายเรืองเดชเคยมานำมามอบให้ตำรวจก่อนหน้านี้ ซึ่งหลังสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาแล้วเสร็จ ก็จะปล่อยตัวกลับทันที โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการยื่นขอประกันตัว เพราะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก

อธิบดีสถ.เลื่อนพบตร.

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันแก้ไขกระดาษตำตอบ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 4 คน จาก 11 คน โดยแจ้งข้อกล่าวหาอั้งยี่ ซ่องโจร, ความผิดตามมาตรา 188 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ส่วนนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนไปเป็นสัปดาห์หน้า

สำหรับผู้ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวในวันนี้ ทั้งหมดเกี่ยวข้องในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น และถูกนายอัศวิน โชติพนัง หรือดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้การซัดทอดว่านายเรืองเดช เป็นผู้นำข้อสอบและไฟล์ข้อสอบ ของผู้สมัครสอบข้าราชการท้องถิ่น ไปให้กับกลุ่มบุคคล 11 คนที่บ้าน จ.นนทบุรี เพื่อแก้กระดาษคำตอบ

นำแฟลชไดร์ฟให้วิน

แหล่งข่าวภายในกองบังคับการปราบปราม เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่า วันนี้ นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวม 5 คน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ภายในบ้านพัก จังหวัดนนทบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. ก่อนถูกแยกสอบปากคำอย่างละเอียดต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง

แหล่งข่าวระบุว่า ตลอดการสอบปากคำ ทั้ง 5 คนให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน โดยยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ และรายละเอียดบางส่วนที่พนักงานสอบสวนสอบถาม แต่ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกถ้อยคำของแต่ละคนไว้ เพื่อนำไปประกอบกับพยานหลักฐานอื่นที่รวบรวมได้

ซัดทอด”ธีวุฒน์”สั่งการ

โดยเฉพาะ นายเรืองเดช แหล่งข่าวระบุว่า ยอมรับว่าเป็นผู้ที่นำแฟลชไดร์ฟ ไปส่งให้ นายวิน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้จริง แต่เจ้าตัวยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งในฐานะลูกจ้างตามขอบเขตงาน หรือ TOR เท่านั้น โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งมาจาก นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง นายเรืองเดช กับนายวิน นั้น นายเรืองเดชให้ข้อมูลว่า ทั้งสองรู้จักกัน เนื่องจากอยู่ในแวดวงการศึกษาเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างเรียกบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเดิมมีกำหนดเข้าพบพนักงานสอบสวน ได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำออกไป และนัดหมายเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 6 สิงหาคม นี้

ส่วนบุคคลอื่นที่พนักงานสอบสวนเรียกเข้ามาให้ข้อมูล ได้ขอเลื่อนนัดหมายเช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 10 สิงหาคม / ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทยอยสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ลิซ่าจี้สอบเส้นทางเงิน

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า นับตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปยังอาคารแห่งหนึ่งที่นนทบุรี จนถึงขณะนี้ ผ่านมากว่า 40 วันแล้ว แต่มหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่น มูลค่าทุจริต 5,000 ล้านบาท ที่ควรจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้ จนถึงวันนี้ กลับยังไม่มีอะไรมากไปกว่าข่าวการ “จ่อ” ออกหมายเรียก หรือ “จ่อ” ออกหมายจับ โดยยังไม่มีท่าทีว่าจะขยายผลไปตรวจเส้นทางการเงินของใครเลยแม้แต่รายเดียว ทั้งที่มีข้อมูลหลายจุดที่ทำให้น่าสงสัยว่า ขบวนการโกงสอบท้องถิ่นนั้นมีการเตรียมการฮั้วกันตั้งแต่เริ่มแรกในระดับ TOR

จากการติดตามซักถามในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ก็ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าทำถูกต้องทุกขั้นตอน ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ก็ยืนยันว่าดำเนินการตามข้อตกลงและขอบเขตของงาน (TOR) อย่างเคร่งครัด

น.ส.ภคมน ตั้งข้อสังเกตตั้งแต่แรกว่าการทุจริตสอบท้องถิ่น 2568 ไม่มีทางสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานแน่ๆ แต่เป็นการสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน มากกว่า มีการวางแผนทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งจะเห็นได้ชัดหากย้อนไทม์ไลน์กระบวนการทั้งหมดว่ามีร่องรอยความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ปี 2566

“จุดเริ่มต้นของการ ‘รู้เห็นเป็นใจ’ ระหว่าง สถ. และ มศว จนนำไปสู่ความเสียหายมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องของการแอบทุจริตกันกลางทาง แต่มีข้อสังเกตว่า เป็นการจัดวางและวางแผนกันมาตั้งแต่แรก”

น.ส.ภคมน ยังกางให้เห็นเส้นเรื่องว่า การโกงระดับมหากาพย์ระดับนี้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ และไม่ใช่เป็นการร่วมมือกันของระดับผู้ปฏิบัติการเล็กๆ ที่เตรียมการไว้ก่อนเท่านั้น แต่เป็นระดับหัวหน้าที่มีอำนาจตัดสินใจ เริ่มตั้งแต่กระบวนการเลือกผู้รับจ้าง ว่าทำไมสุดท้ายจึงกลายเป็น มศว ทั้งที่คิดราคาจ้างแพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นอย่างมหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

“ความจริงแล้ว งานนี้ ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาตั้งแต่แรก แต่กลับมีการเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างเป็น มศว ในภายหลัง โดยอ้างว่า ม.บูรพา มีประวัติการทุจริต ซึ่งในเวลาต่อมา ม.บูรพา ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเป็นฝ่ายชนะอุทธรณ์”น.ส.ภคมน กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top