533.jpg
ปลัด สธ. ยันไม่มีใครคิดล้ม บัตรทอง แต่ต้องปฏิรูป หลัง รพ.รัฐขาดทุนหนัก

ปลัด สธ. ยันไม่มีใครคิดล้ม บัตรทอง แต่ต้องปฏิรูป หลัง รพ.รัฐขาดทุนหนัก

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.11 น.

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไม่มีใครคิดล้ม "บัตรทอง" แต่ต้องปฏิรูปเพื่ออุดช่องโหว่สำคัญ ทั้งเรื่อง รพ.รัฐขาดทุนหนัก กระทบบริการประชาชน เสี่ยงล้มละลายในอนาคต และกลไกธรรมาภิบาลของ สปสช. ที่กรรมการหน้าเดิมผูกขาดตำแหน่งกว่า 20 ปี จัดสรรงบไม่ตรงจุด ขยายสารพัดกองทุนย่อยขณะที่งบรักษาไม่เพียงพอ เสนอ 6 ข้อปฏิรูปร่วมกันให้กองทุนมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และดูแลรักษาคนไทยได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 4 สิงหาคม 2569) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเสนอในการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ ว่า ขอยืนยันว่าไม่มีใครคิดล้มบัตรทอง 30 บาท แต่จำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้ระบบล้มเหลวจากวิกฤตงบประมาณ และทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีประสิทธิภาพ มั่นคง และยั่งยืน โดยสาเหตุสำคัญมาจาก 1) โรงพยาบาลรัฐประสบวิกฤตขาดสภาพคล่อง ซึ่งปัจจุบันหลายแห่งขาดทุนหนัก งบประมาณติดลบจนส่งผลกระทบกับการบริการผู้ป่วย เช่น ต้องปรับปริมาณจ่ายยาจาก 2-3 เดือน เหลือ 2 สัปดาห์ หรือต้องเปลี่ยนยี่ห้อยา เป็นต้น รวมถึงภาพรวมเงินบำรุงโรงพยาบาลลดลงอย่างมาก จาก 6 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 1.5 หมื่นล้านบาท หากไม่รีบแก้ไขก็อาจทยอยล้มละลายในอีกไม่กี่ปี และ 2) ปัญหากลไกและธรรมาภิบาลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทั้งการผูกขาดตำแหน่งในบอร์ด สปสช. โดยบางท่านอยู่มาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2546 จนถึงปัจจุบัน สลับวาระในการเป็นบอร์ด สปสช. กับบอร์ดควบคุมคุณภาพ, มีการตัดสิทธิประโยชน์สำคัญ เช่น การปัดตกวัคซีน IPD เด็ก โดยอ้างว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ รวมถึงมีการจัดสรรงบไม่ตรงจุด โดยเน้นบริการรอง เช่น คลินิกนวัตกรรม แต่งบรักษาผู้ป่วยหนักหรือวิกฤตกลับไม่เพียงพอ เป็นต้น


"การยอมรับความจริงว่าระบบกำลังมีปัญหา คือ ขั้นตอนแรกในการร่วมมือกันแก้ไขเพื่อให้บัตรทองเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยกระทรวงสาธารณสุขมีข้อเสนอในการปฏิรูป 6 ข้อ คือ 1) จัดสรรงบเพิ่ม เพื่อปรับอัตราค่ารักษาให้สะท้อนต้นทุนจริง 2) จัดลำดับความสำคัญของปัญหาสาธารณสุข เน้นการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ 3) ตั้งกองทุนเพื่อจัดการระบบปฐมภูมิ ตาม พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการส่งเสริมป้องกันโรค 4) สร้างระบบธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบที่โปร่งใส เข้มแข็ง โดยเฉพาะที่มาของบอร์ด และ อนุกรรมการ 5) หยุดเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือกองทุนย่อยโดยที่ไม่มีงบประมาณรองรับชัดเจน และ 6) แยกงบหมวดเงินเดือนของบุคลากรสาธารณสุขออกจากเงินหมวดงบเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนบัตรทอง ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพมีความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล รวมถึงประชาชนทุกคนยังได้รับการส่งเสริม ป้องกันและรักษาอย่างยั่งยืน" นพ.สมฤกษ์กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top