533.jpg
ราชทัณฑ์ แจงปมย้ายผู้ต้องขัง เพื่อจัดระเบียบเรือนจำ แก้ปัญหาแออัด ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้ง

ราชทัณฑ์ แจงปมย้ายผู้ต้องขัง เพื่อจัดระเบียบเรือนจำ แก้ปัญหาแออัด ย้ำไม่ได้กลั่นแกล้ง

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.00 น.

'ราชทัณฑ์'แจงกระแสกังวลย้ายผู้ต้องขัง 2,200 คน ยันไม่ละเมิดสิทธิ เน้นแก้แออัด- เตรียมย้ายผู้ต้องขังคดี ม.112 กลับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามเสนอแนะของ กสม. 

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ตามที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีย้ายและกระจายผู้ต้องขังไปยังเรือนจำต่างๆ จนนำไปสู่ความกังวลใจของญาติและสังคมนั้น  กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า มาตรการดังกล่าวเป็นกระบวนการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่มีการจัดระเบียบเพื่อปฏิบัติตามนโยบายเรือนจำศูนย์ระหว่างพิจารณาคดีนำร่อง (Hub) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายกระทรวงยุติธรรมโดยให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ควบคุมคุมผู้ต้องขังระหว่างสวนระหว่างไต่สวน-พิจารณา ในคดีทั่วไปและคดียาเสพติดให้โทษ เพื่อแยกประเภทผู้ต้องขังตาม"ข้อกำหนดแมนเดลลา" (The Mandela Rules) มุ่งเน้นการแยกประเกทผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีออกจากนักโทษเด็ดขาด และเพื่อบริหารจัดการพื้นที่เรือนจำ


สืบเนื่องจากการดำเนินการตามนโยบายข้างต้น ส่งผลให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จำเป็นต้องย้ายผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา (ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย มีกำหนดโทษจำคุกแล้ว) และนักโทษคดีเด็ดขาดแล้วออกเป็นจำนวนสูงถึง 2,200 คน โดยได้ย้ายไปคุมขังยังเรือนจำ/ทัณฑสถานใกล้เคียง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเยี่ยมญาติของผู้ต้องขัง และอำนวยความสะดวกในการควบคุมตัวรับ-ส่งผู้ต้องขังไปศาล โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มใดเป็นการเฉพาะ และการย้ายเรือนจำไม่ได้ทำให้สิทธิของผู้ต้องขังลดลงแต่อย่าง ใด 

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ยังคงคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิการเยี่ยมญาติ และสิทธิการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันทุกเรือนจำทั่วประเทศ ประกอบกับปัจจุบันเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯได้ดำเนินการย้ายระบายผู้ต้องขังคดียาเสพติดฯ ระหว่างพิจารณาคดีไปคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เพื่อเป็นการรระบายผู้ต้องขังที่เกินความจุ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขานรับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ในกรณีการย้ายผู้ต้องชังคดีมาตรา 112 กรมราชทัณฑ์จึงได้ดำเนินการประชุมวางแผนเพื่อพิจารณาคัดย้ายผู้ต้องขังดังกล่าว จากเรือนจำกลางบางขวางกลับไปคุมขังยังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเพื่อประโยชน์สูงสุดในกระบวนการยุติธรรมแล้ว

กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า ทุกชั้นตอนการย้ายผู้ต้องขังเป็นไปตามกรอบอำนาจของกฎหมาย มุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาพฤตินิสัย และการเตรียมความพร้อมของผู้ต้องขังในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

กรมราชทัณฑ์ขอให้พี่น้องประชาชนและญาติผู้ต้องขังมีความมั่นใจว่า การบริหารโครงสร้างและกำลังความจุของเรือนจำในทุกขั้นตอน มุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามมาตรฐานกฎหมายไทยและกฎบัตรสากล เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top