วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ยัวะถูกโยงโกงสอบ
หนูฟาดโรม
สติปัญญามีแค่นี้
มท.4ชเลิกจ้างม.บูรพา
มีข่าวใต้โต๊ะรัฐเสียหาย
ฟัน5,925รายจบส.ค.นี้
นายกฯ อนุทิน นั่งไม่ติด หลัง สส.โรม ขุดหลักฐานโยงมีเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น โต้กลับไม่มีมูลไม่เกี่ยวข้องเขาพูดตามสติปัญญาที่มีอยู่แค่นั้น ด้านมท.4–กมธ.ป.ป.ช.เข้าการันตีซ้ำหนูไม่เกี่ยวข้อง ชี้เหตุยกเลิกม.บูรพา คุมสอบท้องถิ่นเพราะมีข่าวคราวใต้โต๊ะเรียกรับเงินกลัวรัฐเสียหาย ด้าย สถ.ประกาศบัญชีใหม่ ผู้สอบผ่านท้องถิ่นสู่สาธารณะลบชื่อคนโกงออกหมดแล้ว
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีมติเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่านแต่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,925 รายว่า วันนี้จะมีการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านประมาณ 50,000 คนสู่สาธารณะ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการกับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อ โดยจะแยกเป็นรายจังหวัดและส่งให้ ก.จังหวัด พิจารณา ก่อนส่งต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่งที่มีการบรรจุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเพิกถอนต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุม ก.กลาง ได้กำหนดให้การเพิกถอนผู้ที่มีปัญหาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้
เมื่อถามว่า รายชื่อที่จะประกาศในวันนี้จะสามารถบรรจุทดแทนผู้ที่ถูกเพิกถอน 5,925 รายได้เมื่อใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ รวมถึงรอบัญชีผู้สอบผ่านและตำแหน่งว่างที่เกิดจากการเพิกถอน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในการบริหารจัดการบัญชี คาดว่าอาจเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนต.ค.นี้ แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
เมื่อถามว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะมีแนวทางรองรับกรณีผู้ที่ถูกเพิกถอนใช้สิทธิทางศาลอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีทีมกฎหมายติดตามเรื่องนี้ และยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะทุกอย่างดำเนินการบนข้อเท็จจริงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ อีกทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ส่งหลักฐานไปยังแต่ละจังหวัด เพื่อให้ผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบได้
โต้”โรม”พาดพิงอนุทิน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาตั้งข้อสังเกต ในสมัยที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เข้ามาเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการจัดจ้างมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบข้าราชการท้องถิ่น จนนำไปสู่การทุจริตที่ร้ายแรงกว่าเดิมนั้น นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดข้อเท็จจริงให้ครบ ย้อนกลับไปในช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพาชนะการประกวดราคา ได้มีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบท้องถิ่น ซึ่งเกิดขึ้นจริงและมีหลักฐานพิสูจน์ได้ เมื่อเรื่องดังกล่าวปรากฏขึ้น นายอนุทินมีความห่วงใย และสั่งการให้ตรวจสอบ เพื่อให้การสอบครั้งนี้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ขณะนั้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เพิ่มเงื่อนไขความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา หากเกิดการทุจริตเกี่ยวกับกระบวนการสอบ ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลางก็เห็นควรให้ยกเลิกการจัดจ้าง ไม่ใช่เป็นเพียงความต้องการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นฝ่ายเดียว เพราะเมื่อมีการลงนามสัญญาแล้ว จะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้
สิ่งที่พิสูจน์ได้ คือ เจตนาที่ต้องการให้การสอบเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ มีขั้นตอน และสามารถพิสูจน์ได้ ดังนั้น หากจะพูดเรื่องนี้ก็ขอให้พูดให้ครบทั้งหมด เพราะเชื่อว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้
หาทางป้องกันไว้ก่อน
“ผมขออธิบายง่ายๆถ้าเราต้องการปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินการไปโดยไม่มีการป้องกัน ก็แค่ปล่อยให้การสอบเป็นไปตามปกติ แล้วจะต้องเซ็น MOU กับ 5 หน่วยงานทำไม เพื่อนำเรื่องมาตรวจสอบ จะไปขอความร่วมมือจาก ป.ป.ช.ป.ป.ท.และป.ป.ป.มาทำไม ถ้าเราไม่ได้มีเจตนาดีจริง ๆ ผมคิดว่าทุกอย่างพิสูจน์ได้ ไม่ต้องเป็นห่วง”นายวรศิษฎ์ กล่าว
นายวรศิษฎ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องนี้จะเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ต้องไปถามผู้ที่ออกมาพูด เพราะตนทำงานโดยไม่ได้นำเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง ยึดหลักข้อเท็จจริง และทุกสิ่งที่พูดสามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมด
“หนู”นั่งไม่ติดโดนโยง
ทาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเป็นคนเลือกทีโออาร์ ผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพา พ้นจากการรับงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะให้ตนตอบอย่างไร ตอนนี้เรื่องอยู่ในมือของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ตำรวจ ปปง. และหลายคณะกรรมการ ซึ่งผลสอบสวนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ตนก็ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนเกี่ยวข้องอย่างเดียวคือไม่ให้โกง
นายอนุทินยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีโออาร์ ไม่รู้เรื่อง มันไม่ใช่หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องมานั่งดูว่าทีโออาร์เป็นอย่างไร นโยบายที่เรามอบให้ไป คือ การกระทำใด ๆ ก็ตาม ในหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ต้องเป็นเป็นไปตามกฏหมายสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้
อัดโรมพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“ไอ้สิ่งที่เราทำ ก็ไม่พูด ไปพูดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง วันนี้ดำเนินคดีไปแล้วกี่คน แจ้งข้อหาไปแล้วกี่คน แต่เราไม่ใช่ศาลฯ เราไปลงโทษเขาเองไม่ได้ แต่ก็แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว”นายกฯย้ำ
นายอนุทิน ยังระบุอีกว่าเมื่อวานนี้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ไปร่วมประชุม ก.กลาง นำผลของ กสถ. ไปร่วมประชุม ซึ่ง ก.กลาง ก็ประชุมอีกทีสุดท้ายผลก็ออกมาเหมือนเดิม ก็ต้องประกาศยกเลิกผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ที่มีพฤติกรรมสอบไปในทางทุจริต 5,000 กว่าราย โดยหลังจากนี้ ก.กลาง ก็จะส่งมติ ไปให้ส่วนท้องถิ่น และส่งไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งนี่คือขั้นตอนตามกฏหมาย ไม่ใช่จะทำให้มันยืดเยื้อ และผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ก็จะส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับคนพวกนี้เข้าไป และจะไม่มีการจ้าง เพราะมาไม่ถูกต้อง
ส่วนที่แม้จะมีคณะกรรมการตรวจสอบ และมีผลตรวจสอบแล้ว แต่ก็มีความพยายามที่จะให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบ อยากย้อนถามหรือไม่ว่า จะต้องรับผิดชอบแค่ไหนถึงจะพอใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนรับผิดชอบในหน้าที่ทำงานของตนอยู่แล้วในทุกวันนี้ มันไม่ต้องแสดงอะไรไปมากกว่านี้ ทุกคนทำงานมีความรับผิดชอบตามภาระหน้าที่ ตราบใดที่เขายังทำงานซื่อสัตย์สุจริต และไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ดังนั้นการรับผิดชอบก็คือการหาคนกระทำความผิด มาลงโทษ และทำสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกในการคัดสรรตัวบุคคลเข้ามารับผิดชอบงานต่างๆเหล่านี้ ถึงบอกว่า อาวุโสอย่างเดียวพอไหม ประวัติการทำงานต้องนำมาประกอบด้วยหรือไม่ ผลงานฝีมือ เชาว์ไวไหวพริบ ต้องนำมาประกอบกันทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เราพยายามไม่ให้เกิดขึ้น
ไม่ได้มีข้อมูลข้อเท็จจริง
ส่วนที่นายโรม พยายามดึงชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า คุณโรม เคยพูดอะไรแล้วเป็นไปตามนั้นบ้าง ซึ่งเขาก็พูดให้มันเป็นประเด็น มีเรื่องมีราวขึ้นมาให้มันเป็นข่าว แต่เขาไม่มีข้อมูลอะไรที่มันเป็นข้อเท็จจริง ใช้การคาดเดาตามสติปัญญาที่เขามี ซึ่งก็พูดตามสิ่งที่เขาคิดออกมา และไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เขาคิด กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วก็ปล่อยเขาไปเถอะ ตนก็มีหน้าที่ทำตามในสิ่งที่ตนต้องรับผิดชอบ คือการเอาคนผิดมาลงโทษ ปลดคนที่ทุจริต ไม่ให้ได้รับการจ้าง และอำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่เข้ามาสอบอย่างสุจริต ซึ่งทุกอย่างมีกรอบของการปฎิบัติหน้าที่ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
ตอกกลับคดี44สส.ส้ม
ส่วนมั่นใจใช่หรือไม่ว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายและจะสามารถล้มรัฐบาลได้ นายอนุทิน ถามกลับว่า คำว่ามั่นใจคืออะไร ซึ่งก็ต้องมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรมิชอบ หากตนเองทำอะไรที่มันมิชอบแล้ว มันไม่มีทางไม่มั่นใจหรอกครับ แต่ที่มั่นใจได้ เพราะตนไม่ได้ทำอะไรที่มันไม่ได้สุจริต ซึ่งตนเกลียดเรื่องพวกนี้ เผลอ ๆ เกลียดมากกว่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ ก็ขอให้ไปดูที่ตนได้สั่งการและมอบนโยบาย ก็สามารถมาถึงจุดนี้ได้ ซึ่งมันช้าไปหรือไม่เป็นเวลาหนึ่งเดือน บางคดียาวนาน 5 -10 ปี อย่างเรื่อง 44 สส. กว่าเขาจะสอบก็ถึงปีหน้าเลย ซึ่งเรื่องของเราเห็นตัวผู้กระทำผิดแล้ว มันอยู่ที่ว่าเขาอยากจะพูดอะไร หากไม่หวังดีไม่ปรารถนาดีกับรัฐบาล เขาก็จะพูดอีกอย่างหนึ่ง และเป็นเฟกนิวส์ ตอนนี้คนพูดเฟกนิวส์เยอะ คนพูดมากแล้วพลาดมีเยอะ ก็ปล่อยให้เขาทำไป เราก็อย่าพลาดก็แล้วกัน เราก็ต้องทำให้มันไม่พลาด โดยการไม่ไปทำผิด
ย้ำโกงสอบมีมานานแล้ว
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังกรณี นายรังสิมนัต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ. การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ออกมาระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองนายกฯและรมว.มหาดไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่น เนื่องจากเมื่อปี 67 ได้มีการเปลี่ยนผู้รับจ้างการสอบจากเดิมมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) นั้น ว่า ในฐานะที่ตนเป็น ส.ส.ศรีสะเกษ ในปี 66 ได้มีชาวบ้านมาร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบแข่งขัยเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นว่ามีนายหน้าในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้พูดกับชาวบ้านในพื้นที่ว่า หากใครอยากรับราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล ให้หาเงินมาจ่าย 5-8 แสนบาท แล้วแต่ตำแหน่ง ซึ่งตนได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้จำนวนมาก จึงทำให้ตนนำประชาชนในศรีสะเกษมาร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 5 ม.ค.67 และในวันที่ 26 ม.ค. 67 ได้มีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนกลาง
เคยไปให้ปากคำกับ สถ.
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า การที่นายรังสิมันต์ กล่าวหานายอนุทินได้มีการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพานั้น ต้องเรียนว่าในปี 62 และ 64 มีการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น 2 ครั้ง โดยมีผู้รับจ้างคือมหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งการที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียนก็เกิดจาก 2 มหาวิทยาลัยนี้เป็นผู้รับจ้างจัดการสอบ และเมื่อตนทราบว่ามหาวิทยาลัยบูรพาจะได้เป็นผู้รับจ้างให้ดำเนินการสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงได้นำประชาชน จ.ศรีสะเกษ ไปร้องเรียน โดยเรื่องนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถ. และตนได้ไปให้ปากคำกกับกรรมการใน สถ. แล้ว แต่จากนั้นตนได้รับโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ สถ.บอกว่า ตนให้การเท็จอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งตนยืนยันไปว่า ถ้าจะฟ้องก็ฟ้อง เพราะตนทราบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในศรีสะเกษ แม้ในช่วงเวลานี้ จะเห็นว่ามีกลุ่มบุคคลที่จ่ายเงิน สอบภาค ก. ภาค ข. ไม่ผ่านแล้วปรับแก้ให้ผ่าน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินเพื่อให้สอบผ่าน ซึ่งในศรีสะเกษมีคนที่จ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านก็ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด 19 คดี ซึ่งมี 2 คดีที่ตำรวจส่งฟ้องพนักงานอัยการไปแล้วและในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ลงไปสอบปากคำกับผู้เสียหายเพิ่มเติม และเมื่อผู้ถูกกล่าวหา 19 คดีทราบว่าจะมีเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เขารับติดต่อนำเงินไปคืนผู้เสียหายเหล่านั้น
ผลประโยชน์ลงตัวจับไม่ได้
“สิ่งที่ผมพูดมา ต้องการจะยืนยันว่าการโกงสอบท้องถิ่น เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต แต่จับไม่ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องเล็กมาก เพราะในกรม สถ. คนที่สามารถโกงสอบท้องถิ่นได้ มีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเพียงแค่ 5 ตำแหน่ง คืออธิบดีสถ. รองอธิบดีสถ. ที่เกี่ยวข้อง ผอ.กอง ผอ.กลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในการจัดสอบปี 62 และ 64 ที่จับไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ลงตัว แต่ในการจัดสอบปี 68 จับได้เนื่องจากมีการเปลี่ยนอธิบดีสถ.หลายคน โควต้าที่ไปรับมาอาจจะมีผลประโยชน์ไม่ลงตัว แต่ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้รู้ว่าขบวนการนี้มีอยู่จริง” นายอาสพลธ์ กล่าว
ยังไปไม่ถึงนักการเมือง
เมื่อถามย้ำว่าในกมธ.ป.ป.ช. ที่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ เชื่อว่ามีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้ข้อมูลยังไปไม่ถึง แต่ขอถามว่าระดับ 10 จะกล้าทำเพียงลำพังหรือ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ เราจึงเชื่อว่ามีทั้งระดับ 11 หรือสูงกว่า 11 ซึ่งเขาอาจจะไม่ทำ แต่เขาทราบ แล้วปล่อยให้ทำหรือไม่ แต่ทั้งนี้จะทำอย่างไรให้คนที่เหนือกว่าระดับ 10 หากทำจริง มารับโทษทางกฎหมายได้ ซึ่งการทำงานของป.ป.ช. และปปง. ทุกอย่างจะมาบรรจบกัน และคดีทางแพ่งและอาญาก็แยกกัน ซึ่งในส่วนของปปง. ตนเชื่อว่าอีกไม่นาน เราก็จะได้เห็นการแถลงข่าวว่ามีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินเชิงลึกกับใครบ้าง โดยใช้เวลาประมาณ 90 วัน ก็จะมีการอายัดทรัพย์และส่งฟ้องคดี
สถ.แจงเลิกจ้างม.บูรพา
วันเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ออกเอกสารข่าว กรณีเลิกจ้างม.บูรพา คุมสอบยรรจุแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า เพื่อป้องกันกากรทุจริต และไม่อยากให้รัฐเสียหาย ซึ่งการเลิกจ้างดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี