546.jpg
มติปปช.ขุดย้อนหลัง  โกงสอบปี64

มติปปช.ขุดย้อนหลัง โกงสอบปี64

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มติปปช.ขุดย้อนหลัง

โกงสอบปี64

แก๊งผู้บริหารท้องถิ่น

โยงแก้คะแนนสอบ

ขบวนการทุจริตปี68

ตร.ส่งฟัน13ผู้ต้องหา

เจอเพิ่มอีกทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 64 ป.ป.ช. มีมติรับไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ เชื่อมโยงผู้กระทำผิดปี 68 ขณะที่กองปราบฯขนสำนวนคดีโกงสอบ 10 แฟ้มหนากว่า 3 พันหน้า ส่ง ป.ป.ช.ชี้ขาดรับคดีหรือให้พนักงานสอบสวนฯ ดำเนินการต่อ ขณะที่ อบจ.สตูล ได้รับผลกระทบข้าราชการเพิ่งบรรจุ 4 ราย ไม่มีชื่อในบัญชีผู้สอบผ่านฉบับใหม่ ด้าน คปท.จี้รัฐบาล สอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม หวังกวาดล้างขบวนการทุจริตทั้งหมด

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่าทางพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ได้ขนลังสำนวนคดี2 ลังใหญ่ รวม 10 แฟ้ม ซึ่งมีเอกสารมากกว่า 3,000 หน้า ขึ้นรถเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อส่งมอบให้คณะไต่สวนพิจารณาแนวทางการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย


ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.เปิดเผยว่า หาก ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ไต่สวนเอง สำนวนจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.แต่ถ้า ป.ป.ช.มีมติส่งเรื่องกลับมาให้บก.ป.เป็นผู้รับผิดชอบ ก็พร้อมใช้คณะทำงานชุดเดิมในการดำเนินคดีเนื่องจากคดีนี้ไม่มีกรอบระยะเวลาแน่ชัด ที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่ ป.ป.ช.ส่งเรื่องกลับมาให้พนักงานสอบสวนทำต่อช่วงเวลาที่เหลือเพียง 1-2 สัปดาห์ก่อนที่คดีจะหมดอายุความ ส่วนประเด็นที่มีการซักทอดถึงบุคคลอื่นเพิ่มเติม จะต้องเรียกตัวมาสอบสวน แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานใดจะทำคดีต่อไป

สำหรับผู้ต้องหาคดีนี้มีทั้งสิ้น 13 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มข้าราชการท้องถิ่น 11 ราย หรือกลุ่มที่ถูกจับกุมขณะกำลังแก้ไขกระดาษคำตอบภายในบริษัทเอกชน ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ถูกดำเนินคดีรวม 8 ข้อหา ประกอบด้วย สนับสนุนเจ้าพนักงานรัฐให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต,สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต,สนับสนุนเจ้าพนักงานในการปลอมเอกสารโดยอาศัยหน้าที่,สนับสนุนเจ้าพนักงานในการรับรองข้อความหรือเอกสารอันเป็นเท็จ,ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร,ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และเปิดผนึกหรือเอาเอกสารของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้หรือเปิดเผยข้อความ และร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน

2.กลุ่มข้าราชการระดับสูง 2 ราย ได้แก่ นายธีรุตม์ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และ ผศ.เรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ถูกดำเนินคดีรวม 6 ข้อหา ได้แก่ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ,เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตน, เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ,ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น,ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ

วันเดียวกัน ที่ อบจ.สตูล นายทวีศักดิ์ เล็กสุด รองปลัด อบจ.สตูล รักษาราชการแทนปลัด อบจ.สตูล กล่าวว่า ได้ขอใช้บัญชีผู้สอบผ่านจากส่วนกลางประมาณ8ตำแหน่ง โดยเป็นสายงานช่างและพัสดุ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความขาดแคลน ก่อนจะได้รับการจัดสรรและเรียกบรรจุมาแล้ว 5ราย ประกอบด้วยสายงานวิศวกร นายช่างโยธา นายช่างไฟฟ้าและนักวิชาการพัสดุ ต่อมาเมื่อมีการตรวจสอบกรณีการทุจริตสอบแข่งขันและคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านฉบับใหม่ อบจ.สตูลตรวจสอบแล้วพบว่า ข้าราชการที่ได้รับการบรรจุจากบัญชีเดิม4ใน5ราย ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีฉบับใหม่ ขณะที่อีก1รายมีชื่ออยู่ในบัญชีและได้รับการเลื่อนลำดับดีขึ้น

ส่วนสถานะของข้าราชการทั้ง 4 รายขณะนี้ นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ในทางกฎหมายยังถือว่าบุคคลดังกล่าวมีสถานภาพเป็นข้าราชการอยู่ จนกว่าจะมีหนังสือสั่งการและแนวทางปฏิบัติจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมายังจังหวัด เพื่อเข้าสู่กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเพิกถอนการบรรจุหรือสถานภาพการเป็นข้าราชการ เนื่องจากตามบัญชีสอบผ่านฉบับใหม่ถือว่าไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้สอบผ่านตั้งแต่ต้น

สำหรับประเด็นเรื่องเงินเดือนที่ได้รับไปแล้ว โดยลอตแรกได้รับเงินเดือนประมาณ 3 เดือน และลอตหลังประมาณ 1 เดือน จะต้องมีการเรียกคืนหรือไม่นั้น นายทวีศักดิ์ ระบุว่า อบจ.สตูลยังต้องรอความชัดเจนและแนวทางจากส่วนกลาง เนื่องจากต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะกรณีที่บุคคลดังกล่าวได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่และทำงานให้ทางราชการแล้ว

นายทวีศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นความรับผิดทางอาญาว่าต้องพิจารณาจากเจตนาและพยานหลักฐาน ว่าผู้สอบมีส่วนรู้เห็นกับกระบวนการทุจริตหรือไม่ รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน การแก้ไขคะแนน หรือการกระทำอื่นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่โดยอาจมีบางกรณีที่ผู้ปกครองเป็นผู้ดำเนินการบางอย่างโดยที่บุตรหลานไม่ทราบข้อเท็จจริง หากไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้สอบมีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการทุจริต ก็จำเป็นต้องพิจารณาความรับผิดทางอาญาเป็นรายกรณีอย่างไรก็ตาม ผลกระทบด้านสถานการณ์รับราชการอาจเกิดขึ้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการสอบที่ไม่ผ่านตามบัญชีฉบับใหม่

รองปลัด อบจ.สตูล ระบุอีกว่า เตรียมเรียกบุคคลที่ได้รับผลกระทบเข้ามาพูดคุย เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและประเมินสภาพจิตใจ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออนาคตและเส้นทางการทำงานของบุคคลเหล่านั้น ส่วนกรณีที่ชื่อของนายกอบจ.สตูล ปรากฏเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น เชื่อว่านายก อบจ.สตูล ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต โดยเพิ่งเข้ามาเป็นตัวแทนนายก อบจ.ทั่วประเทศในคณะกรรมการกลาง

นายทวีศักดิ์ อธิบายว่า หน้าที่ของคณะกรรมการ กสถ.เป็นการกำกับดูแลในภาพรวม ขณะที่กระบวนการจัดสอบ การจัดการรายชื่อ และการปฏิบัติงานในรายละเอียด เป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยที่รับจัดสอบ ดังนั้นกรรมการในระดับบอร์ดบริหารจึงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินงานในรายละเอียดดังกล่าว

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยขอให้ขยายขอบเขตการสอบวินัยร้ายแรงคดีทุจริตการสอบแข่งขันการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งยังสร้างความคลางแคลงใจและความกังวลใจ ว่าการสอบสวนการทุจริตครั้งนี้จะไม่สามารถสอบสวนถึงผู้ร่วมกระทำความผิดทั้งหมดได้ และเกรงว่าจะมีการปล่อยให้ผู้กระทำความผิดบางส่วนลอยนวล ไม่ถูกลงโทษตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ทาง คปท.มีเหตุผลดังนี้ 1.แม้การสอบแข่งขันการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น จัดขึ้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2568 และประกาศผลผู้ที่ผ่านการสอบภาค ก. และภาค ข.เมื่อวันที่23ธันวาคม 2568 จะเป็นช่วงที่นายธีรุตม์ศุภวิบูลย์ผล ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ก็ตาม แต่นายธีรุตม์ เพิ่งย้ายมาเป็นอธิบดีฯ เมื่อวันที่12 พฤศจิกายน 2568 เพียง 3 สัปดาห์เศษก่อนการจัดสอบ การย้ายนายธีรุตม์มาประจำกระทรวงมหาดไทย และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง พร้อมข้าราชการอื่นรวม 5 คน จึงมีความเหมาะสม แต่เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน จะพบว่าการสอบแข่งขันครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยอธิบดี สถ.คนก่อนคือนายนฤชาโฆษาศิวิไลซ์ (ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่17 พฤศจิกายน 2567- 28 กรกฎาคม 2568) และ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ (ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม -11 พฤศจิกายน 2568)

ต่อมาเมื่อวันที่13 กุมภาพันธ์ 2568 นายนฤชา ได้ประกาศยกเลิกการประกาศให้มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาในการจัดสอบแข่งขัน และเปิดประมูลครั้งใหม่ รวมถึงประกาศให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่26 มิถุนายน 2568ดังนั้นหากการสอบสวนข้อเท็จจริงเริ่มที่นายธีรุตม์ แต่เพียงผู้เดียว จึงไม่น่าครบถ้วน ควรสอบสวนนายนฤชา ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย (ไม่ได้หมายความว่า นายนฤชา มีความผิดในคดีนี้ไปแล้ว)

2.ควรสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องนอกจากนายธีรุตม์ และรองอธิบดีฯธนนท์ แล้ว ได้แก่ 2.1 รองอธิบดี สถ.โดยเฉพาะนายศิริพันธ์ ศรีกงพลี ผู้ร่วมร่างTOR 2.2อดีตผู้ตรวจราชการ สถ.โดยเฉพาะนายมนัส สุวรรณรินทร์ ผู้ร่วมร่าง TOR 2.3คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย และที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ขอให้นายกฯสั่งการให้คณะกรรมการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย ขยายขอบเขตการสอบสวนไปถึงบุคคลต่างๆ ข้างต้น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงครบถ้วน และอาจขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำความผิดต่อไป

ทั้งนี้ นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกฯเป็นผู้แทนนายกฯรับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top