วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ถืออยู่ในมือท่านฉบับนี้คือ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ทุกบรรทัดตรงไปตรงมา...
nn ต้นเดือนหน้ามี การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ที่อิมแพค เมืองทองธานี ถือเป็นการประชุมที่สำคัญ ที่แสดงให้เห็นบทบาทสำคัญของประเทศไทยบนเวทีโลก...
nn ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล ได้แจ้งว่าที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอให้วันที่ 4 และ 5 พ.ย. เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและนนทบุรี เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจรและเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุม...
nn รวมทั้งเพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยผู้นำต่างประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ...
nn ดังนั้น ถึงแม้ว่า จะเป็นการประชุมที่เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองหลวง และ จ.นนทบุรีก็ตาม แต่ “มือปราบ” ก็ขอให้คนไทยทั้งประเทศ ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี และมีความภาคภูมิใจในเกียรติภูมิและความเป็นไทย ไม่ใช้เวทีการประชุมระดับนี้ มาสร้างความปั่นป่วนหรือสร้างเงื่อนไขอะไรให้กระทบภาพลักษณ์ประเทศ...
nn ครับน่าเสียดายที่ครม.ไม่ใช้จังหวะนี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคผสมโรงเข้าไปด้วย เพราะงานช้างงานประชุมระดับโลกในกทม.แบบนี้...
nn ที่ผ่านมา รัฐบาลเคยสั่ง บขส.รถไฟ ลดกระหน่ำราคาตั๋วไปภูมิภาคอย่างสุดเหวี่ยง หรือเปิดเติมน้ำมันฟรี เพื่อให้คนออกไปต่างจังหวัด โรงแรมร้านอาหารตจว.ลดสุดเที่ยว ครับเที่ยวนี้ไม่ทันแล้วแต่ทริปหน้าอย่าลืมวางโปรแกรมนี้ไว้...
nn เป็นที่ทราบกันดีว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถือว่าเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน และมีบทบาทนำมาตลอด ในการแบน 3 สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อการเกษตร ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส...
nn โดย เสี่ยหนู - อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ระบุว่า “ในฐานะหัวหน้าพรรค สนับสนุนให้คนไทยใช้สารพิษต่อไปไม่ได้ เพราะมีอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งสุขภาพของประชาชนคือสิ่งที่ต้องใส่ใจมากที่สุด”...
nn และเสี่ยหนู ยังได้เดิมพันแบบเทหมดหน้าตักว่า รัฐมนตรีทั้ง 7 คนของพรรคไม่ยอมรับ 3 สารเคมีอันตรายเด็ดขาดและผมขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า คงจะต้องออกโรงอีกที เพราะหากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเป็นอย่างอื่น รัฐมนตรีของพรรคคงต้องแสดงสปิริตด้วยการลาออก...
nn ก่อนหน้านี้ เจ้าพ่อเมืองอุทัย ชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศกร้าวว่า ผมแนะนำว่าถ้าเกิดแบน 3 สารนี้ไม่ได้ 4 รัฐมนตรี ประกอบด้วย รมว.สาธารณสุข รมว.เกษตรและสหกรณ์ และรมว.อุตสาหกรรม รวมทั้ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของประเทศไทย ควรลาออกไปซะ...
nn เพราะเมื่อประชาชนไม่เอาแล้ว แต่คณะกรรมการยังมีมติมารองรับอีก ซึ่งไม่สอดคล้องกันมันเป็นเรื่องน่าอดสูของประเทศไทยมาก ดังนั้น4 รัฐมนตรีควรออกไปและอย่ามีหน้ามาเป็นรัฐมนตรี เพราะหาก 4 รัฐมนตรีบอกว่าไม่เอา แต่คณะกรรมการยังยืนยันว่าให้ใช้อยู่ ผมก็คิดว่าประเทศนี้อดสูแล้วครับ...
nn ด้าน มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯระบุว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย จะนำวาระการแบน 3 สาร บรรจุเข้าสู่การพิจารณา ในวันที่ 22 ตุลาคม นี้ ดังนั้น ดิฉันจะไปร่วมฟังผลการประชุมฯ ด้วย...
nn ทั้ง ยังกล่าวด้วยว่า มีกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการให้ยกเลิก 3 สารจากหลายจังหวัด ได้โทร.ติดต่อมาหาดิฉันว่าจะขอมาฟังผลการประชุมจำนวนมาก แต่ดิฉันบอกว่าให้ส่งตัวแทนมาก็พอ หากมากันเยอะ จะไม่สะดวก ซึ่งกลุ่มเกษตรกรต้องการให้กำลังใจดิฉัน และต้องการให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายยกเลิก 3 สารอันตรายนี้...
nn อย่างไรก็ตาม ยิ่งใกล้วันที่จะมีการยกเลิกหรือไม่ยกเลิกการใช้สารอันตราย ข่าวคราวก็ออกมาต่อเนื่อง บ้างก็ว่า มีนักการเมืองบางรายหวังดีแต่ประสงค์ร้าย โดยจะนำเข้าสาร กลูโฟซิเนตแอมโมเนียม ซึ่งเป็นสารเคมีควบคุมวัชพืชที่มีฤทธิ์ร้ายแรงอีกชนิดมาแทนเพื่อเก็งกำไร!!!...
nn ด้าน วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิไบโอไทย เปิดเผยว่า “ธุรกิจสารเคมีวัตถุอันตรายมีผลประโยชน์มหาศาล แต่ละปีมีการนำเข้าหลายหมื่นล้านบาท ในขณะที่โครงสร้างกฎหมายไทยเอื้ออำนวย เนื่องจากมีกลุ่มผลประโยชน์เข้ามาเป็นคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งแตกต่างจากในต่างประเทศหน่วยงานที่เป็นผู้เสนอให้มีการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย เป็นหน่วยงานที่ควบคุมดูแลโดยตรงถึงผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ในประเทศไทยกลับไม่เป็นอย่างนั้น ส่งผลให้ไทย ยกเลิกใช้สารเคมีทำได้ยากมาก...
nn และทาง ผอ.มูลนิธิไบโอไทย ยังแนะนำด้วยว่า จะเสนอทางเลือกในการควบคุมจำกัดวัชพืชโดยใช้ เครื่องกลเครื่องจักรกล พืชคลุมดิน และการจัดระบบการปลูกพืชแทน”...
nn “มือปราบ” เห็นว่า การที่พรรคภูมิใจไทย ปลุกกระแสในเรื่องการต้านสารอันตราย 3 ตัวนั้น ถือว่า เป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคมวงกว้าง ทำให้หลายฝ่ายต่างลุกขึ้นแสดงเจตนารมณ์ที่ต่อต้านและพยายามหาทางออกให้กับทุกๆ ฝ่าย...
nn อย่างไรก็ดี ผลประโยชน์จากสารเคมีพวกนี้ มีมากมายมหาศาล ทั้งในเชิงมูลค่าและทางการเมือง โดยทาง “สังศิต
พิริยะรังสรรค์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ย้อนอดีตไปว่า ผมได้ผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2540 ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง ของ รมว.มหาดไทย และได้เสอนให้ยกเลิก 3 สารพิษ ซึ่งมท.1
ยุคนั้นเห็นด้วย...
nn แต่ว่าเมื่อไปพบกับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับสารพิษโดยตรง กลับถูกปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าหัวคะแนนของท่านขายปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง จึงไม่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้...
nn ซึ่งล่าสุด กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชอุตสาหกรรม 6 ชนิด เตรียมที่จะเข้าพบ เสี่ยต่อ-เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ชะลอการยกเลิกใช้ 3 สารเคมี ในวันจันทร์นี้ซึ่ง เสี่ยต่อ ก็ระบุว่า ผมยินดีที่จะรับฟังข้อมูลความเดือดร้อนของเกษตรกร แต่ทางกระทรวงเกษตรฯมีมาตรการรองรับการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรกรรม และมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ไว้ทุกด้านแล้ว...
nn ดังนั้น “มือปราบ” เห็นว่า หากมีการดำเนินการยกเลิก 3 สารอันตราย แล้วมีการเตรียมการรองรับในทุกมติแล้ว ก็เชื่อแน่ว่าประชาชนคนไทยต่างยินดีและน่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารปลอดภัย ที่คนทั่วโลกต่างหันมาซื้อ สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้มหาศาล เพราะพืชผักผลไม้ไทยไร้สารพิษ...nn สวัสดีครับ
มือปราบ

SME D Bank คิกออฟ‘มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
เตรียมความพร้อม! ผบ.กกล.สุรสีห์ ลงพื้นที่ ฐป.ต้นแม่น้ำสุริยะ รับมอบภารกิจ
นายกสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย ร้อง กมธ.สธ. แก้ปมกฎหมายวิชาชีพล่าช้า
การันตีความมันส์ จีจ้า ญาณิน กับผลงานแอ็กชันสุดเดือด The Furious คนเดือดระห่ำ
ฉุนแม่ไม่เช่าคอนโดหรูเดือนละ 2.7 หมื่น หนุ่ม 29 ขับเก๋งพุ่งตกสระน้ำกลางจุฬาฯ ประชด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี