“บุคคลแนวหน้า” ใน “หนังสือพิมพ์แนวหน้า” ฉบับนี้ “ไม้หน้าสาม” ขอเริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีกับผู้บริหาร คณะครูบุคลากร นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านของ “โรงเรียนจระเข้หินสังฆกิจวิทยา” สังกัด สพม.31จังหวัดนครราชสีมา ที่ประสบความสำเร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก "สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ"พระราชทานรางวัลชนะเลิศ “ประเภทวงเครื่องสายประสมปี่พาทย์” ในการประกวดดนตรีไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 18 ที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา...
nn คาดการณ์ไม่ผิดทว่าแทงหวยไม่เคยถูก คลายล็อก เฟส 5 “ผับ-บาร์-อาบอบนวด-คาราโอเกะ” ก็ได้รับไฟเขียวหมดสมสมญา “กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร สมเป็นนครมหาธานี สวยงามหนักหนายามราตรี ช่างงามเหลือที่จะพรรณนา” มหานครที่สว่างไสวไม่เคยหลับใหลจะกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ “การ์ดต้องไม่ตก-New Normal” เพื่อปกป้องไม่ให้พิษภัย “โควิด–ไนน์ทีน” กลับมาทำร้ายเศรษฐกิจทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาสร้างความทุกข์ยากให้ประเทศไทย – เศรษฐกิจไทย และสร้างหายนะแก่มวลมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวง องค์การอนามัยโลกออกมาแถลงเตือน “วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-ไนน์ทีน” ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชากรโลกทั้งปัญหาสังคมและปากท้องอาจจะกลับมาระบาดรอบสอง หลังทางการจีนเผยแพร่งานวิจัยที่ค้นพบล่าสุดว่าเชื้อไวรัสโควิด-ไนน์ทีนมีวิวัฒนาการและสามารถอาศัยและแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนี้ได้อีก ซึ่งครั้งนี้จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจของโลกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในข่าวหายนะที่จะเกิดแก่มวลมนุษยชาติก็มีข่าวดีใน “วงการสาธารณสุขไทย” ที่ก่อนหน้านี้เคยเตรียมเขมือบ 2 เด้ง โดยเด้งแรกคณะวิทยาศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดีวิจัยค้นพบว่า สมุนไพรไทย “กระชายขาว” มีสารสองตัวคือ 1.Panduratin A และ 2.Pinostrobin ซึ่งสารทั้งสองตัวดังกล่าวนี้มีฤทธิ์ในการลดจำนวนเซลล์โคโรนา 2019 ที่ติดเชื้อ จาก 100% ลดลงเหลือ 0% ได้ ทั้งยังสามารถยับยั้งการแบ่งแยกตัวของเชื้อไวรัสนี้ได้อีกด้วยเป็นเด้งแรก ส่วนเด้งสอง “วัคซีน” ป้องกัน “โรคติดเชื้อโควิด-ไนน์ทีน”ใกล้สำเร็จผลิตได้ราวสิ้นปี 2563 ไม่เกินต้นปี 2564 สามารถผลิตออกมาใช้ได้แน่นอนจำนวนราว 10,000-15,000 โดส ทว่าล่าสุด “อาจารย์หมอ มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก” แถลงความร่วมมือกับ “คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และองค์การเภสัชกรรม” ศึกษานำร่องผลของยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรทดลองใช้รักษา “ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-ไนน์ทีน” ที่ “โรงพยาบาลสมุทรปราการและโรงพยาบาลบางละมุง” ซึ่งเป็นสถานกักกันตัวของรัฐสำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยสามารถดำเนินการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการรักษานี้ได้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งระยะแรกจะเน้นเรื่องของความปลอดภัยและให้เกิดปัญหากับตับน้อยที่สุด สังคมไทยสมควรปรบมือรัวๆ ให้กรมแพทย์แผนไทยฯ หลังจาก จดๆ จ้องๆ “เงื้อง่าราคาแพงอยู่นาน” ล่าสุดเช่นกันว่าหมอมรุตบอกว่าได้งบมา 200 ล้านบาทให้พัฒนาวิจัยสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพในการรักษา “โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-ไนน์ทีน”ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล อย่าถือทิฐิทะนงตนอย่าเป็น “ลิงได้แก้ว หัวล้านได้หวี” จนถูกส่อเสียดทั้งถูก “ขุดด้วยปาก ถากด้วยตา” ด้วย “ไม้หน้าสาม”เชื่อหาก “บุคลากรวงการสาธารณสุขไทย”ยอมรับ “ตำรับยาสมุนไพรภูมิปัญญาบรรพบุรุษ” อาจมีเด้งสามเด้งสี่ติดตามมา สมุนไพรเหล่านี้คือมหาสมบัติที่ล้ำค่าของประเทศ ยังมี “ตำรับยาสมุนไพรจากภูมิปัญญาบรรพบุรุษ” อีกไม่น้อยที่ควรสังคายนานำมาทำให้เกิดประโยชน์ “ไม้หน้าสาม”ฉงนสงสัยจนเกิดคำถาม!?!? ทำไมก่อนหน้านี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองสู้อุตส่าห์ประดิษฐ์นโยบายที่สวยหรู ตาม “แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพร ฉบับที่ 1” ที่สุดก็เป็นแค่ “วาทกรรมถ่มน้ำลายรดฟ้า” ไม่เยี่ยงนั้น “ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลเรือแป๊ะ” จึงกลับเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการเข้าร่วม “ความตกลงการค้าเสรี CPTPP” ซึ่งจะทำให้ไทยต้องเป็นภาคีในอนุสัญญา UPOV1991 โชคดีที่เกิดเสียง “เคาะกะลาตีกะละมัง” ดังสนั่นราวขับไล่ “ราหู” ของนักการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านจนทำให้เรื่องนี้ถูกดึงออกมาเพื่อศึกษาผลกระทบเสียก่อน...
nn “ไม้หน้าสาม”ไม่ได้ปลุกผีนำเรื่องเก่ามาขยายความใหม่ให้เกิดความขัดแย้ง ทว่าตรรกะนี้น่าสนใจและพึงสมควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง “อาจารย์ยักษ์ หรือ วิวัฒน์ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ คนเคยร่วมชายคาตึกไทยคู่ฟ้ามากับ “เฮียกวง – สมคิด จาตรุศรีพิทักษ์” ออกมากระโดดขวางเต็มตัว เพราะเห็นว่าอนุสัญญานี้ ทำให้ประเทศไทยต้องแก้ไขกฎหมายภายใน ต้องขยายสิทธิผูกขาดให้แก่บรรษัทเมล็ดพันธุ์ ห้ามเกษตรกรเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อ ขยายสิทธิผูกขาดจากส่วนขยายพันธุ์ออกไปรวมถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์ ขยายระยะเวลาการผูกขาดจากที่กำหนดไว้ส่วนใหญ่ 12 ปี เป็น 20 ปี และ/รวมทั้งลดทอนกลไกการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ จนถูกขนานนามว่า “อนุสัญญาโจรสลัดชีวภาพ”...
nn การยอมรับ UPOV1991 จะทำให้ราคาเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรต้องจ่ายแพงขึ้น 3-5 เท่า และจะส่งผลกระทบต่อ “ความมั่นคงและอธิปไตยทางอาหาร” ของประเทศอย่างร้ายแรง เอื้ออำนวยประโยชน์แก่บรรษัทยักษ์ใหญ่ด้านเกษตรและอาหาร และบรรษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติ ซึ่งมีอิทธิพลเหนือตลาดอยู่แล้วให้ผูกขาดมากยิ่งขึ้นไปอีก การเก็บรักษาพันธุ์พืชเพื่อปลูกต่อ และแลกเปลี่ยนระหว่างเกษตรกร คือวิถีชีวิต และฐานรากของการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ หากไทยเข้าร่วม CPTPP ไม่เฉพาะแค่เมล็ดพันธุ์ธัญญาหารจะตกอยู่ในกำมือของทุนข้ามชาติแล้ว สมุนไพรไทย ภูมิปัญญาบรรพบุรุษที่กระทรวงสาธารณสุขไม่เห็นคุณค่าอยู่แล้ว ก็สุ่มเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายสำคัญในการปล้นสะดมระดับโลกครั้งนี้ด้วยไปในคราวเดียวกัน หรือทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ “รัฐบาล” เรียกว่า “วิถีชีวิตปกติใหม่ – New Normal” จะอย่างไรก็ตามมันกลับเป็นเรื่องตรงกันข้าม “หมอเณร - ชัยรัตน์ นนทชัย” หมอยาสมุนไพรปราชญ์ชาวบ้านแห่งห้วยกระเจา เมืองกาญจนบุรี ที่ไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าว และยังคงมุ่งมั่นอนุรักษ์ใช้พืชสมุนไพรไทยรักษาผู้คนอย่างห้าวหาญโดยมิย่อท้อกลางความแปรผันของกระแสโลกทุนนิยมที่ “สักแต่เออออและอวย” แต่ไม่เห็นคุณค่าจริงจังของตำรับยาสมุนไพรไทย ยังคงเสียเงินจำนวนมหาศาลแต่ละปีเพื่อนำเข้ายาจากฝรั่งทั้งที่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยไม่สามารถรักษาโรคร้ายจากยาฝรั่งได้ แต่กลับกินยาสมุนไพรหมอเณรหายจากโรคร้าย เป็นเบาหวานแผลเน่าไม่ต้องตัดขา เป็นต้น ทั้งที่ผลวิจัยการใช้สมุนไพรรักษาโรคร้ายต่างๆ ก็มีผลเป็นที่น่าพอใจและเป็นเอกอุวงการสาธารณสุขแก่มวลมนุษยชาติได้ อย่านิ่งเฉย
ไม้หน้าสาม

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี