วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ /

วันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.
เตรียมตัวรับโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นกันเถอะครับ

ดูทั้งหมด

  •  

สถานการณ์การระบาดทั่วโลกของโรคโควิด-19 เริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจนพอสมควร ทั้งนี้ น่าจะเป็นผลมาจาก เชื้อที่ระบาดอยู่เป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เป็นเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งแม้จะติดต่อกันง่ายแต่ก็ไม่มีความรุนแรง ยกเว้นเสียแต่ว่า ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง อันได้แก่ผู้ที่มีอายุเกินกว่า 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัวที่เรียกกันว่ากลุ่ม 608 ประกอบกับการที่ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วโลก ได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้นตามลำดับ

ตัวเลขของผู้ติดเชื้อทั่วโลกรวมทั้งหมดถึงวันที่ 21 พฤษภาคม มีอยู่ทั้งสิ้น ประมาณ 526 ล้านราย มีผู้เสียชีวิตรวมกันประมาณ 6.3 ล้านราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต ประมาณ 1.2% ซึ่งต่ำกว่าระยะที่มีการระบาดรุนแรง มากพอสมควร ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยรวมเกือบ 85 ล้านรายและเสียชีวิตไปมากกว่า 1 ล้านราย อันดับ 2 คือประเทศอินเดีย มีผู้ป่วยรวมมากกว่า 43 ล้านราย และเสียชีวิตไปมากกว่า 5.2 แสนราย ถัดไปคือประเทศบราซิล ฝรั่งเศสและเยอรมนีตามลำดับ ส่วนประเทศไทยนั้นมีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่เริ่มการระบาดรวมทั้งสิ้นมากกว่า4.4 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตสะสมรวมเกือบ 3 หมื่นรายเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า การระบาดของโลกนี้ในช่วงระยะ 2 ปีเศษ ได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจทั่วทั้งโลก อันเป็นผลมาจากแนวทางการดำเนินชีวิตที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนไป ผู้คนทั่วโลกถูกจำกัดบริเวณในการใช้ชีวิตแบบปกติ ทำให้การดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่างๆ เกิดผลกระทบทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งการเดินทางฝทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งในการติดต่อค้าขายต่างๆ และการท่องเที่ยว ซึ่งมีผลโดยรวมต่อการทำให้เศรษฐกิจตกต่ำลงด้วย ฉะนั้นเมื่อสถานการณ์การระบาดเริ่มดีขึ้นจึงทำให้ประเทศต่างๆ ก้าวเข้าสู่การเปิดประเทศอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งประเทศไทยด้วย


ในส่วนของประเทศไทยนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นมือไม้ที่สำคัญในการดำเนินการตามนโยบาย ได้เริ่มเกริ่นถึงการที่จะปรับเปลี่ยนสถานะของโรคระบาดร้ายแรงโควิด-19 ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก มาเป็นโรคประจำถิ่นในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว และหลังจากติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างใกล้ชิด จากการศึกษาสถิติตัวเลขของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวัน ความรุนแรงของโรค จำนวนผู้ที่เจ็บป่วยรุนแรง และผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มที่ลดลงในทุกส่วน โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละวัน ณ ขณะนี้ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5,000 ราย และบางวันก็ลดลงต่ำสู่ระดับ 4,000 ราย ตลอดจนจำนวนผู้เสียชีวิตที่เริ่มลดน้อยลงต่ำกว่าระดับ 40 รายต่อวัน เมื่อนำมาประกอบกับ จำนวนตัวเลขของประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งสิ้นมากกว่า 136 ล้านครั้ง โดยมีผู้ฉีดเข็มที่ 1 ไปแล้วมากกว่า 56 ล้านราย คิดเป็น 81 เปอร์เซ็นต์เศษ ของผู้ที่ควรได้รับการฉีดวัคซีน ฉีดเข็ม 2 ไปแล้วมากกว่า 52 ล้านราย คิดเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ และฉีดเข็ม 3 ไปแล้วมากกว่า 27 ล้านราย หรือประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และยังรวมไปถึงพฤติกรรมของประชาชน ที่อยู่ในระเบียบวินัยเป็นอันดี ในการดำเนินชีวิตตามแนวชีวิตวิถีใหม่ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล และการล้างมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกเรื่องที่กล่าวมานี้ล้วนมีส่วนเสริมทำให้การระบาดของโรคลดน้อยลงอย่างชัดเจนตามลำดับ ตลอดจนความรุนแรงของอาการก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกับโรคประจำถิ่น จึงทำให้ศบค.พร้อมที่จะประกาศว่าโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่นของประเทศไทยแล้ว ซึ่งอาจจะเร็วกว่าที่เคยกำหนดไว้ คือวันที่ 1 กรกฎาคม นี้มาเป็นประมาณวันที่ 15 มิถุนายน เป็นต้นไป

ขณะนี้จึงมีมาตรการหลายอย่างในลักษณะผ่อนคลายถูกนำออกมาใช้ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านโรคนี้ให้เป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งจะขอแยกออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ คือ 1.มาตรการที่เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาพยาบาล ซึ่งนอกจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ก็มีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องที่สำคัญอีกอย่างน้อย 4-5 หน่วยงาน คือสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สํานักงานประกันสังคมและกรมบัญชีกลาง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ต้องรวมถึงสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งเป็นตัวกลางในการประสานงานความร่วมมือของโรงพยาบาลเอกชนเกือบทั่วประเทศด้วย 2.มาตรการที่เกี่ยวกับการกำกับดูแล ให้เกิดการขับเคลื่อนทางธุรกิจ และสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้กลับคืน ซึ่งในส่วนนี้ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ เข้ามามีบทบาทร่วมกัน

ในส่วนของมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาพยาบาลนั้น ภาครัฐมีส่วนสำคัญที่สุดในการจัดหาวัคซีนหลากหลายรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ มาฉีดให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วอย่างดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้แล้ว และหากมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นองค์กรของภาครัฐตามที่กล่าวไว้นั้น รวมทั้งส่วนของโรงพยาบาลเอกชน ก็ได้ให้ความร่วมมือในการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงระยะเวลาที่จะมีการประกาศให้โรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น รูปแบบของการรักษาจะเปลี่ยนไป โดยจะเน้นให้ประชาชนที่ติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เข้าสู่การรักษาในรูปแบบของผู้ป่วยนอก โดยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิ์พื้นฐาน การตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตัว ATK จะถูกยกเลิก รวมทั้งการตรวจ RT-PCR จะถูกนำมาใช้ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเพื่อยืนยันโรค หรือตรวจหาไวรัสที่กลายพันธุ์เท่านั้น ส่วนกรณีที่ผู้ติดเชื้อมีอาการรุนแรง ก็เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิ์เช่นกัน เว้นเสียแต่ว่าอาการเข้าขั้นฉุกเฉินวิกฤต อาจจะเข้ารักษาในโรงพยาบาลใดก็ได้ โดยโรงพยาบาลที่รักษาสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้จากกองทุน UCEP ซึ่งมีอยู่เดิมแล้ว

ในส่วนของมาตรการกำกับดูแลให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจนั้น จะได้มีการเปลี่ยนการกำหนดสีของพื้นที่ใหม่ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จะมีจังหวัดสีฟ้ารวม17 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว มีจังหวัดสีเขียวซึ่งถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง 14 จังหวัด และที่เหลืออีก46 จังหวัด จะเป็นจังหวัดสีเหลือง ซึ่งยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง แต่ก็ได้ผ่อนคลายให้พื้นที่ทุกสี สามารถจะเปิดให้บริการสถานบันเทิง ประเภทผับและบาร์ได้แล้ว แต่ยังมีมาตรการในการควบคุมผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้เกิดขึ้นอีก

ซึ่งในส่วนของการท่องเที่ยวนั้น จะมีการเปิดประเทศมากขึ้นกว่าเดิม โดยผู้เดินทางจากต่างประเทศ เฉพาะที่เป็นชาวต่างชาติเท่านั้น จะต้องมีการขอรับเอกสารไทยแลนด์พาสซึ่งสามารถจะทำได้ง่ายๆ โดยสแกน QR Code ได้เลยเพียงแต่ ยังต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบเกณฑ์มาตรฐาน และ/หรือการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้าและมีวงเงินประกันสุขภาพ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่ามาตรการนี้จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศกลับมาสู่ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว อันจะเป็นการสร้างรายได้จำนวนมหาศาล ซึ่งจะเป็นผลดีกับทุกภาคส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้มีอาชีพที่โยงใยไปถึงการท่องเที่ยวทั้งหมด

ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติให้โรงเรียนทั่วประเทศ สามารถเปิดให้มีการเรียนการสอนตามปกติได้แล้ว และส่วนใหญ่ของโรงเรียนก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้แล้ว แต่เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนี้กลับคืนมา ก็ได้มีมาตรการ ที่นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ภายใต้ความรับผิดชอบในการตรวจสอบของทุกโรงเรียน ทั้งในเรื่องของการให้นักเรียนได้รับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ การใส่หน้ากากอนามัย การจัดการเรื่องระยะห่างการติดตามสังเกตอาการผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น การจัดกิจกรรมในโรงเรียนอย่างเหมาะสม รวมทั้งอาจจะมีการตรวจคัดกรองเป็นระยะด้วย ซึ่งจากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้พบว่า เด็กนักเรียนในช่วงอายุ 12-17 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ 2 เข็มแล้ว มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และเด็กช่วงอายุ 5-11 ปี ซึ่งเพิ่งได้รับการอนุญาตให้ฉีดวัคซีนได้ ก็ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม มากกว่า 53 เปอร์เซ็นต์ และในระยะเวลาไม่นานจากนี้ ก็จะได้รับการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ 2 เข็ม มากกว่า 80% ซึ่งจะทำให้ป้องกันการเกิดอาการรุนแรง หากมีการติดเชื้อได้อย่างแน่นอน

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้ เป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันในกรุงเทพมหานคร ลดต่ำลงกว่า 2,000 ราย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดกว่าจังหวัดอื่นใด ส่วนจังหวัดอื่นๆ นั้น ไม่พบว่ามีจังหวัดใดที่มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละวันเกินกว่า 200 รายแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก และหากตัวเลขเหล่านี้ยังดีขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ก็เชื่อว่าการประกาศอย่างเป็นทางการของประเทศไทยที่จะบอกว่าโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น น่าจะเป็นจริงไม่เกินวันที่ 15 มิถุนายน นี้

การประกาศ ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการ คงจะเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาหรืออย่างช้าที่สุดก็ภายในวันนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่า จะได้ใครมาเป็นผู้ว่าคนใหม่ ประชาชนก็ต้องยอมรับ และก็คงเป็นหน้าที่ของประชาชนเช่นกัน ในการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าคนใหม่ ให้เป็นไปตามครรลองครองธรรมที่ควรจะเป็น ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดีตามที่มีบางคนหาเสียงไว้ เพราะน่าจะเป็นเรื่องนอกเหนือหน้าที่ แต่สิ่งที่จะต้องทำนั้นคือ ทำอย่างไร ให้กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่ผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างมีความสุข ทั้งในเรื่องของสภาพแวดล้อม ความสะอาดสวยงาม ระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกปลอดภัย และระบบสาธารณูปโภคที่มีความสมบูรณ์พร้อม ทำได้เท่านี้ก็ถือว่าดีแล้วครับ หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:51 น. สื่อทั่วโลกเกาะติดเลือกตั้งไทย จับตาแคนดิเดตพรรคไหนจะได้เป็นนายกฯคนที่ 33
15:46 น. กกต.อีกแล้ว! เพจดังแฉหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรม พิรุธเพียบ จี้ชี้แจง-ตรวจสอบด่วน
15:44 น. ชาวบ้านหนีวุ่น! ชายคลั่งถือมีด ไล่ชิงรถกลางตลาด ตำรวจระงับเหตุ ยิงขาสยบคลั่ง
15:36 น. บิ๊กโจ๊ก โผล่สงขลา! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 ปลุกชาวไทยรีบเข้าคูหาก่อนปิดหีบ
15:34 น. ​อบอุ่นหัวใจ อนันดา ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง ภรรยาคลอดลูกชายคนแรก
ดูทั้งหมด
รวบคาสุวรรณภูมิ DSI ล็อกตัวอดีตผู้บริหาร เซ่นคดีทุจริต 300 ล้านบาท
หมอข้าวโพด แนะ 4 สัญญาณเตือน เมื่อการเดินทางของน้องใกล้สิ้นสุด
ทลายโกดังตลาดโรงเกลือ 7 จุด ลักลอบส่งสัญญาณเน็ต ฝั่งไทยไปกัมพูชา
กษัตริย์กัมพูชา งดปฏิบัติพระราชกรณียกิจ มอบหมายให้ ฮุน เซน นั่งรักษาการประมุขแห่งรัฐ
นึกว่าเศษแก้วทิ้งลำธาร หนุ่มใหญ่ดวงเฮงเก็บ สมบัติ ล้ำค่าได้ไม่แพ้ ทองคำ
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าอียิปต์ผู้สร้างฟาโรห์(ตอน2)
การเมืองเพื่อเจ้าของพรรค
คุณภาพอากาศ AQI และ PM2.5
เลือก ‘ถ่วงดุลอำนาจ’ ไม่ให้รัฐล้มเหลว
เลือกตั้งโสโครก ก็ได้ สส. โสโครก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กกต.อีกแล้ว! เพจดังแฉหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรม พิรุธเพียบ จี้ชี้แจง-ตรวจสอบด่วน

สื่อทั่วโลกเกาะติดเลือกตั้งไทย จับตาแคนดิเดตพรรคไหนจะได้เป็นนายกฯคนที่ 33

บิ๊กโจ๊ก โผล่สงขลา! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 ปลุกชาวไทยรีบเข้าคูหาก่อนปิดหีบ

พิรุธ กปน. หย่อนบัตร 7 ใบลงหีบ กกต.-ตำรวจ รุดสอบด่วน

บุกรวบชายต้องสงสัย ถือแบงก์พันเป็นปึก วิ่งเข้าออกตามบ้าน เร่งเช็กเอี่ยวซื้อเสียงหรือไม่?

ส่องโมเดลรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สันติสุข เผยใช้งบ 6 พันล้าน ได้ทั้งรั้วคอนกรีต-ถนนตรวจการณ์

  • Breaking News
  • สื่อทั่วโลกเกาะติดเลือกตั้งไทย จับตาแคนดิเดตพรรคไหนจะได้เป็นนายกฯคนที่ 33 สื่อทั่วโลกเกาะติดเลือกตั้งไทย จับตาแคนดิเดตพรรคไหนจะได้เป็นนายกฯคนที่ 33
  • กกต.อีกแล้ว! เพจดังแฉหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรม พิรุธเพียบ จี้ชี้แจง-ตรวจสอบด่วน กกต.อีกแล้ว! เพจดังแฉหน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงบางพรม พิรุธเพียบ จี้ชี้แจง-ตรวจสอบด่วน
  • ชาวบ้านหนีวุ่น! ชายคลั่งถือมีด ไล่ชิงรถกลางตลาด ตำรวจระงับเหตุ ยิงขาสยบคลั่ง ชาวบ้านหนีวุ่น! ชายคลั่งถือมีด ไล่ชิงรถกลางตลาด ตำรวจระงับเหตุ ยิงขาสยบคลั่ง
  • บิ๊กโจ๊ก โผล่สงขลา! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 ปลุกชาวไทยรีบเข้าคูหาก่อนปิดหีบ บิ๊กโจ๊ก โผล่สงขลา! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 ปลุกชาวไทยรีบเข้าคูหาก่อนปิดหีบ
  • ​อบอุ่นหัวใจ อนันดา ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง ภรรยาคลอดลูกชายคนแรก ​อบอุ่นหัวใจ อนันดา ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง ภรรยาคลอดลูกชายคนแรก
ดูทั้งหมด
Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved