วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
nn ถืออยู่ในมือท่านฉบับนี้คือ หนังสือพิมพ์แนวหน้าwww.naewna.com ทุกบรรทัด ตรงไป ตรงมา
...nn ก็เป็นอันว่ารัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ไปได้ต่อ หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติโดยเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง เฉพาะส่วนที่บัญญัติว่า “(2) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป ให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว” เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
...nn ย้อนอดีตคดีนี้ ฝ่ายค้านนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย กรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค รวบรวมรายชื่อสส.ครบตามกฎหมาย ยื่นผ่าน โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ส่งคำร้องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ จนศาลนัดลงมติในวันดังกล่าว
...nn มีคำถามว่าแล้วทำไม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าปชป.จึงไม่เป็นหัวหอกในงานนี้เอง ปล่อยให้ กรณ์ จาติกวณิชรองหัวหน้าพรรคออกมาลุย ซึ่ง “มือปราบ” ได้แค่เดาว่าแม้จะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ อภิสิทธิ์ คงไม่อยากเป็นรองเท้ง-ณัฐพงษ์หรือไม่ก็คงเกรงใจบ้านใหญ่แถวบุรีรัมย์ เพราะทีมของอนุทินและบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เคยช่วยกู้วิกฤตสนับสนุน อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ ถ้าอภิสิทธิ์ ด่วนนำทัพเองคงได้รับคำอวยพรน่าดู
...nn ครับนี่คือความเกรงใจทางการเมืองที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยังต้องเอามือกุมขมับ เพราะพรรคประชาชนของหัวหน้าเท้ง พรรคประชาธิปัตย์ของหัวหน้าอภิสิทธิ์ เล่นเตะลูกออก ไม่กล้าให้รายชื่อ สส.ลงนามกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพื่อเข้าไปฟาดฟันเรื่องเขากระโดงกับรัฐบาลบุรีรัมย์
...nn ครับเมื่อพระราชกำหนดดังกล่าวผ่านไปแล้ว ฝ่ายค้าน ก็ยังมีหน้าที่ตรวจสอบได้ต่อ ว่ามีอะไรที่นอกลู่นอกทางในการใช้เงินตามพระราชกำหนดหรือไม่
...nn เพราะก่อนหน้านี้ 9 พ.ค. 2569 ก่อนที่ศาลจะตัดสินเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569
...nn เนื้อหาสาระมี 11 มาตรา สาระสำคัญระบุว่า
...nn เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานที่มีต่อประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ การรักษาความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้หยุดชะงัก และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้ทันต่อเหตุการณ์
...nn ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติ คณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาลมูลค่าไม่เกิน 400,000 ล้านบาท
...nn ทั้งนี้ ให้เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ จะนำไปใช้เพื่อการอื่นนอกจากการดังต่อไปนี้ไม่ได้ คือ เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพาการใช้พลังงานฟอสซิล ไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไปให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยแผนงานหรือโครงการใช้จ่าย เงินกู้ให้เป็นไปตามคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามบัญชีแนบท้าย โดยให้รมว.คลัง รักษาการตามพระราชกำหนดนี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
...nn ถ้าฝ่ายค้านตามไปแกะรอยตามที่ “มือปราบ” แนะนำก็สามารถช่วยชาติได้อีกทางหนึ่ง...สวัสดีครับ...nn
มือปราบ

เฮทุกนัด!ช้างศึกทุบเมียนมาลิ่วตัดเชือกชนสิงคโปร์
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลตรี ให้ พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ
วิปฝ่ายค้าน จ่อเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่4 'พนิดา' ชี้เส้นเงินชัด โยงบุคคลใหม่ใกล้ชิดพรรคการเมือง
เรือบรรทุกน้ำมัน ADNOC ของยูเออี โดนโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุุ่งเป้าฝีมืออิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี