วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แล้วคดีสุดดังถึงขั้นเขย่าโลกจนหวั่นไหว ได้แก่ คดี “ไอ้ป๋องโหดยกกำลัง 5”เป็นฆาตกรฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย และฆ่าสามพ่อแม่ลูกชาวไทยในชลบุรีอย่างอำมหิต แล้วนำ 5 ร่างของเหยื่อไปฝังในหลุมในสวนลึกเพื่อปกปิดความผิดนั้น
“ปรากฏว่า เป็นข่าวฆาตกรรมสะเทือนขวัญ จนทำให้คนไทยทุกภาคส่วน เฮโลออกมาว้ากตุ๊กแฉ่ง ให้มีการประหารชีวิตไอ้ป๋อง ทั้งในด้านคำพิพากษาและประหารชีวิตไอ้ป๋องจริงในด้านปฏิบัติ”
โดยทุกภาคส่วนต่างพูดสอดคล้องเป็นภาษาเดียวกันว่า “เพื่อปกป้องประชาชนคนบริสุทธิ์ทุกคน และเพื่อขจัดมนุษย์โหดทะลุนรกทาร์ทารัสให้พ้นไปจากสังคมมนุษย์”
แม้วันนี้ คดีฆาตกรโหดรายนี้จะยังไปไม่ถึง “สุดซอย” แต่พฤติกรรมสุดจัญไรของ “ไอ้ป๋อง โหดยกกำลัง 5” ก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่าง “สุดกระหน่ำ”
ล่าสุด รายการสุดดังในทีวีช่องหนึ่งคือ “รายการโหนกระแส” ก็ได้นำ“เหยื่อสาวรายสำคัญ” มาสัมภาษณ์ออกสื่อ จนทำให้ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติลุกเป็นไฟ”
โดยหญิงสาวที่เป็น “เหยื่อของไอ้ป๋อง” รายดังกล่าวได้เปิดเผยความจริงว่า “ตนเป็นเหยื่อที่ถูกไอ้ป๋องยัดเยียดให้ตกนรกทั้งเป็นตั้งแต่วัย14 ปี โดยไอ้ป๋องล็อกกุญแจมือตน แล้วฉุดมาเป็นเมียทาส ยาวนานถึง 7 ปีแล้ว โดยไอ้ป๋องเคยพาตนไปรับยาเสพติดจากตำรวจรายหนึ่ง สังกัดสภ.ห้วยใหญ่ เพื่อนำไปขายแล้วส่งเงินให้ตำรวจ”
“เหยื่อเปิดเผยต่อไปว่า ป๋องระบุว่า ตำรวจสภ.ห้วยใหญ่คนดังกล่าวคือลูกพี่ของตน ที่นำยาเสพติดให้ตนไปขายเป็นประจำ”
ทันทีที่เหยื่อสาวเผยเรื่องนี้ออกทีวีนอกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติลุกเป็นไฟ จนผบ.ตร.สั่งให้มีการเช็คความจริง และให้นำโทรศัพท์มือถือของตำรวจรายที่ถูกอ้างถึง นำมาเช็คพฤติกรรมแล้ว ยังตอกย้ำหากมีมูลความจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายและหากมีตำรวจรายอื่นๆ เข้าเกี่ยวข้องด้วย ก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเช่นกัน
กรณีนี้ เชื่อว่า สื่อทุกสำนักคงจะติดตาม “นำชื่อของตำรวจสีดำ” รายนี้ออกมา “ตีแผ่” ในไม่ช้า
“แต่กรณีคนไทยทุกภาคส่วน ต่างออกมาเรียกร้องให้มีการประหารชีวิตจริงกับฆาตกรทุกรายที่เป็นนักฆ่าโหดทะลุเมฆ ทำท่าจะไม่ใช่เป็นรายการ “ไฟไหม้ฟาง” เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
ในวันนี้ ทั้งโหรตาทิพย์และหมอดูตาเห็นต่างออกมา “ทำนาย” เหมือนกัน “เป๊ะ เป๊ะ” ว่า “การประหารชีวิตจริงในประเทศไทย กลับมาแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง”
โดยหมอเทวดาทั้งหลายต่าง “ฟันธง” เหมือนกัน “ป๋องโหดยกกำลัง 5” คงจะเป็น “รายแรก” ที่พลิกฟื้น “ตำนานประหารชีวิตจริง” กลับมาอีกครั้ง “หลังจากที่ พ.ศ.2561 เป็นต้นมา การประหารชีวิตจริงได้สูญหายไปจากสังคมไทยเกือบ 10 ปี”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

ลิ่วตัดเชือก!'ช้างศึก'บุกทุบปินส์1-0จ่อแชมป์กลุ่มอาเซียน
สภากทม.ตั้งคกก.วิสามัญงบ 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน สก.พรรคประชาชน นั่งประธาน
กอ.รมน. นำสื่อสัญจรชายแดนใต้ 'ฉก.ร.5' กางแผนสกัด 4 ภัยคุกคามข้ามชาติ
หลวงพี่สวดไป ตัวสั่นไป ตรวจเจอฉี่ม่วง 3 เด้ง ซุกเคตามีนหลังมือถือ
เงินสะพัด 4.4 แสนล้าน! ด่านสะเดาแกร่ง ดันส่งออกพุ่ง ฟันดุลการค้าบวก 10%

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี