546.jpg
มจพ.จัดเสวนาเสริมความรู้ด้านโซเชียล พัฒนาศักยภาพSMEs ไทย

มจพ.จัดเสวนาเสริมความรู้ด้านโซเชียล พัฒนาศักยภาพSMEs ไทย

วันศุกร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 22.13 น.

4 พ.ค.61 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) จัดเสวนาให้ความรู้กับผู้ประกอบการไทย ในงานสัมนาวิชาการ “SMEs ก้าวไกลด้วยหัวใจโซเชียล” โดยมีวิทยากร อาทิ รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านธุรกิจ นายปรมินทร์ ตันวัฒนะ เจ้าของธุรกิจเกี๊ยวซ่า KINZA  นายจุลเทพ บุณยกรชนก เจ้าของธุรกิจผักสลัด มังกรหยก มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้โซเชียลกับธุรกิจ และมี ดร.รณชาติ บุตรแสนคม เป็นผู้ดำเนินการเสวนา โดยได้เน้นการสร้างความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้เติบโตและเข้าใจถึงการใช้สื่อในโลกโซเชียล

รศ.ดร.ธานินธร์ ศิลป์จารุ รองอธิการบดีและคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มจพ. ประธานเปิดการเสวนา กล่าวว่า ในปัจจุบันการประกอบธุรกิจ SMEs ในประเทศไทยมีจำนวนการขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากการเปิดการค้าเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่ผู้ประกอบการธุรกิจไทยสามารถลงทุนและทำธุรกิจในต่างประเทศได้ ทำให้เกิดการปรับตัวและการแข่งขันที่มากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศได้กว้างขวาง นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงนโยบายภาครัฐที่ต้องการให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ธุรกิจให้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง  


รศ.ดร.ธานินธร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ SMEs นั้นภาครัฐต้องการเปลี่ยนธุรกิจแบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startup ที่มีศักยภาพสูง โดยส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีหรือโซเชียลมาช่วยในการประชาสัมพันธ์ แต่เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการใช้โซเชียล ซึ่งเพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในด้านการแข่งขัน และในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของการใช้โซเชียลให้กับผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจ SMEs คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้เล็งเห็นความสำคัญจึงได้มีการจัดเสวนา SMEs ก้าวไกลด้วยหัวใจโซเชียล และเน้นย้ำเรื่องของการที่ใช้โซเชียลมีเดียอย่างไรให้ SMEs ก้าวไกลไปในยุค 4.0 เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมและสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคธุรกิจไทยนำโซเชียลมาปรับใช้และพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคเป็นพลเมืองของประเทศดิจิทัล ซึ่งมีการใช้พื้นที่ดิจิทัลในการเชื่อมต่อ ในการสื่อสาร ในการพูดคุย และการค้นหา เมื่อพฤติกรรม ผู้บริโภคเป็นแบบนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจก็จะต้องปรับตัวตามการใช้ดิจิทัลในการดำเนินชีวิต ซึ่งก็จะต้องตอบโจทย์ด้วยการใช้ดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อดิจิทัล มีการวิวัฒนาการมาถึงความเป็นโซเชียลมีเดีย ถือว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงมาก

“คนเข้าเว็บไซต์ เข้ายูทูปหรืออีเมล์ อาจจะยังมีไม่มาก แต่เมื่อเป็นโซเชียลมีเดีย ก็เกิดเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพราะฉะนั้นผู้บริโภคก็จะอยู่ตามโลกของโซเชียล ซึ่ง SMEs ทั้งหลายก็จะต้องปรับตัวว่าจะสามารถใช้ดิจิทัลมีเดียอย่างไร และต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับโซเชียลมีเดีย” รศ.ดร.เสรี กล่าว

รศ.ดร.เสรี กล่าวต่อว่า การใช้โซเชียลมีเดียนั้นจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ จะใช้บล็อคเกอร์เชียร์สินค้าอย่างไร ให้ผู้บริหารเล่าเรื่องธุรกิจอย่างไร จะให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะโชว์ภาพสินค้าอย่างไร ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ รวมถึงการทำความเข้าใจเกี่ยวกับคอนเทนต์ที่จะเข้ามาบทบาทสำคัญ ซึ่งถ้า SMEs สามารถเข้าใจกับดิจิทัลมีเดีย และโซเชียลมีเดียได้ ก็จะมีโอกาสอย่างมากในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการสร้างแบรนด์ ซึ่งในอดีตที่ผ่านต้องใช้เรื่องของแมสมีเดีย หรือสื่อต่างๆ (ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร บิลบอร์ด) ในการประชาสัมพันธ์ และสร้างแบรนด์ ซึ่งก็ยากที่ SMEs จะเข้าถึงได้ เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง แต่ในปัจจุบันเป็นเรื่องโซเชียลมีเดีย และดิจิทัลมีเดียว มูลค่าที่จะต้องจ่ายตรงนี้ต่ำลงมากว่า 100-200 เท่าเลยทีเดียว     

       

รศ.ดร.เสรี ยังกล่าวถึงการเข้ามาของ เว็บไซต์ขายสินค้าระดับโลกอย่าง “อาลีบาบา” ว่า จะมีผลกระทบเกิดขึ้นกับ SMEs และภาคธุรกิจไทยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าภาคธุรกิจจะเลือกสนามที่ไปลงตรงไหนอย่างไร ธุรกิจไม่เหมือนสงคราม ไม่เหมือนการเลือกตั้งการเมือง เพราะจะมีผู้ชนะได้เพียงรายเดียว แต่ธุรกิจจะมีผู้ชนะได้หลายๆคน เพียงแต่ชนะมากหรือน้อย ใครทำธุรกิจแล้วได้กำไร ถือเป็นผู้ชนะทั้งนั้น แต่จะได้มาร์เก็ตแชร์เท่าไหร่ก็อีกเรื่องหนึ่ง

“การมาของอาลีบาบาก็ต้องให้มา แต่ผู้ประกอบการของไทยจะปรับตัวอย่างไรก็คงต้องปรับตัวพัฒนากันไป ซึ่งเชื่อว่าการมาของอาลีบาบาก็คงไม่ทำให้ธุรกิจไทยแพ้ถึงขนาดตายไปทั้งหมด ซึ่งก็ยังคงมีคนที่อยู่ได้ และมีคนที่ประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน อยู่ที่ว่าจะสามารถปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด เรื่องของ อีคอมเมิร์ซ เป็นเรื่องของนักธุรกิจทุกคนที่ควรหาหนทางที่จะทำให้เกิดการซื้อขายของธุรกิจบนพื้นที่ออนไลน์ เพราะนั่นคือการขยายพื้นที่ ส่วนการส่งเสริมของภาครัฐนั้น เชื่อว่า การเดินหน้าเข้ามาสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นการมาถูกทางแล้ว” รศ.ดร.เสรี กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top