546.jpg
'ไลอ้อน'ผนึกความร่วมมือเครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย รวมพลังพลิกฟื้นประเทศ ชูนวัตกรรมไทยขับเคลื่อนธุรกิจ

'ไลอ้อน'ผนึกความร่วมมือเครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย รวมพลังพลิกฟื้นประเทศ ชูนวัตกรรมไทยขับเคลื่อนธุรกิจ

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.58 น.

"ไลอ้อนประเทศไทย"ผนึกความร่วมมือ"เครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย" สร้างเครือข่ายพันธมิตร ร่วมกันนำนวัตกรรมที่โดดเด่น มาถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเป้าหมายในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ มุ่งพัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สนับสนุนการใช้วัตถุดิบในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งผลดีต่อชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันเป็นยุคที่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้องค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การสร้างองค์กรให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนได้นั้น “นวัตกรรม” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจ ในการนี้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้พัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมประเทศไทย มุ่งเน้นให้คนไทยเห็นความสำคัญในการร่วมกันพลิกธุรกิจให้รอดจากการนำนวัตกรรมมาพลิกโมเดลธุรกิจ อีกทั้ง สร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้านนวัตกรรมให้คนไทยและชาวต่างชาติรับรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่เป็นนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตที่ประณีต โดยระดมความร่วมมือหน่วยงานชั้นนำของประเทศจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมธุรกิจ มาร่วมกันสร้างเครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการพลิกฟื้นประเทศด้วยนวัตกรรมไทย ทั้งนี้ บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย เป็น 1 ใน 73 องค์กร ที่ได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายนวัตกรรมประเทศไทย (Innovation Thailand Alliance) พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมผ่านกิจกรรมความร่วมมือกันในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป้าหมายร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจบริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ


นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำควบคู่กับสังคมไทย กล่าวว่า "บริษัท ไลอ้อน มุ่งมั่น พัฒนานิเวศนวัตกรรม ร่วมขับเคลื่อนเทคโนโลยีไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภค การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้วัตถุดิบที่มีในประเทศเป็นการช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบ ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นชาติแห่งนวัตกรรม (Innovation Nation) ในระดับสากล"

ไลอ้อน ประเทศไทย มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์แอสคอร์-เท็น (ASCOR-10)  ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขอนามัยส่วนตัว ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ‘ซอลส์ ตรีผลา’ สมุนไพรอายุรเวชและเกลือ แชมพูฟอลเลส ‘Falles Advanced’ เทคโนโลยี Micro-Encapsulation บำรุงลึกถึงจุดที่เป็นปัญหาผมขาดหลุดร่วง เอกสิทธิ์เฉพาะของไลอ้อน รวมไปถึงอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขอนามัยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค Look Disinfectant Spray เจลและสเปรย์ทำความสะอาดมือ ‘คิเรอิ คิเรอิ’ และผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ PaoMicellar 4X สูตรเข้มข้น 4 เท่า ด้วยเทคโนโลยีไมเซลลาร์ พลังขจัดคราบ "แค่แช่ ไม่ต้องขยี้" เป็นต้น

 

ล่าสุด บริษัทฯได้เข้าร่วมโครงการอัตลักษณ์พืชไทย (Thai Cosmetopoeia) กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำวัตถุดิบทางการเกษตรเหลือใช้มาพัฒนาสารสกัดจากพืชธรรมชาติเพื่อเพิ่มมูลค่า (upcycling) ขยายผลต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio – Circular – Green Economy) หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ช่วยสร้างรายได้ชุมชนจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น นอกจากทรัพยากรถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าแล้ว ยังสร้างประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top