สสส.ผนึก 10 องค์กร MOU พลิกโฉมระบบสุขภาพ ปูรากฐานงานสุขภาวะของกลุ่ม LGBTQIA+

สสส.ผนึก 10 องค์กร MOU พลิกโฉมระบบสุขภาพ ปูรากฐานงานสุขภาวะของกลุ่ม LGBTQIA+

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.
Tag :

สสส.ผนึก 10 องค์กร MOU พลิกโฉมระบบสุขภาพ ปูรากฐานงานสุขภาวะของกลุ่ม LGBTQIA+ หนุนเติมทุน 4 ด้าน มนุษย์-สังคม-ความรู้-จิตวิญญาณ มุ่งพัฒนาองค์กรชุมชน สู่สถานบริการสาธารณสุข

เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมชาเทรียม สาทร กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชนด้านสิทธิและสุขภาวะของกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ (Strength) ร่วมกับ บริษัท เช้นจ์ แอนด์ เวล บีอิ้ง โซลูชั่นส์ มูลนิธิจิตอาสาจังหวัดเชียงราย มูลนิธิเอ็มเฟรนด์จังหวัดอุดรธานี มูลนิธิเอ็มพลัสจังหวัดนครราชสีมา สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยจังหวัดนครปฐม กลุ่มเพื่อครอบครัวและชุมชนจังหวัดตรัง กลุ่มแอคทีมจังหวัดขอนแก่น กลุ่มเอ็มโกศัยนครจังหวัดแพร่ กลุ่มสีสันเวียงเชียงรุ้งจังหวัดเชียงราย กลุ่มเครือข่ายสุขภาพและโอกาสจังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาองค์กรชุมชนที่ทำงานกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ให้มีความเข้มแข็งทั้งด้านการบริหารจัดการ การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ และการทำงานเชิงนโยบายอย่างยั่งยืน


นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากผลการวิจัยการคาดประมาณประชากรหลากหลายทางเพศ และสถานการณ์ชีวิตและสุขภาพของ LGBTQIA+ ไทย ปี 2567 ที่ สสส. จัดทำร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบไทยมีประชากรหลากหลายทางเพศ ร้อยละ 2.37 และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  ซึ่งยุทธศาสตร์สุขภาวะ LGBTQIA+  ได้กำหนดทิศทางการสนับสนุนระบบบริการที่เป็นมิตร  ปลอดการตีตรา เข้าถึงง่าย และยึดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นหลัก การส่งเสริมองค์กรชุมชนที่ทำงานกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งการให้คำปรึกษาด้านการใช้ฮอร์โมน การป้องกันและรักษาการติดเชื้อ HIV การประเมินก่อนผ่าตัดยืนยันเพศ สุขภาพจิต รวมถึงปัญหายาเสพติดในกลุ่ม LGBTQIA+ เพื่อรองรับการเข้าถึงระบบสุขภาพที่ตอบโจทย์บนฐานความเท่าเทียม

“สสส. ยึดหลัก Ottawa Charter for Health Promotion ที่มองสุขภาพผ่านโครงสร้างสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเชื่อว่าทุกคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเยาวชน กลุ่มLGBTQIA+ กลุ่มผู้ใช้บริการ หรือกลุ่มอาสาสมัครในพื้นที่ คือผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดต่อชีวิตของตนเอง ความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงประกาศความตั้งใจ แต่คือการ  “ยกระดับการทำงานเพื่อส่งเสริมสุขภาวะองค์กรชุมชน”  ที่ให้องค์กรภาคประชาสังคมได้พัฒนาศักยภาพองค์กรอย่างเป็นระบบ ก้าวไปสู่การเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น (Other Health Facilities) ตามมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545  ซึ่งเป็นหน่วยบริการสุขภาพนอกเหนือจากโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วไป ที่สามารถให้บริการกลุ่ม LGBTQIA+ ได้อย่างเฉพาะทาง มีมาตรฐาน และมีสถานะทางกฎหมายในการเชื่อมโยงกับระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศ”  ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ดร.นงค์ลักษณ์  ยอดมงคล ผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสิทธิประโยชน์ เรื่องการเข้าถึงบริการกลุ่มเปราะบาง สนับสนุนการทำงานร่วมกับภาคียุทธศาสตร์ในการทำเรื่องของการขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพของกลุ่มเฉพาะ และสนับสนุนให้เกิดการจัดสรรงบประมาณต่างๆ ในพื้นที่ โดยมุ่งขับเคลื่อนหน่วยงานภาคประชาสังคมเพื่อเข้ามาหนุนเสริมการจัดบริการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ให้บริการทางเพศอย่างครบวงจร ซึ่งในปี 2569 จะมีการทำงานในลักษณะที่เชื่อมกับท้องถิ่นมากขึ้น ลงไปทำงานในระดับพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้บริการครบวงจร 7 ประเภท และขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้นโยบายภาคประชาชนไปให้สุดทางก้าวสู่คำว่ายั่งยืนต่อไป

น.ส.ชนิสรา โอสถาพันธุ์  กรรมการผู้บริหารบริษัท เช้นจ์ แอนด์ เวล บีอิ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า องค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม ได้ขับเคลื่อนสิทธิ ความเท่าเทียม และการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่ม LGBTQIA+ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ศักยภาพในการบริหารองค์กร การบริหารโครงการ การจัดการทางการเงิน และการใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงวิชาการ โครงการนี้จึงมุ่งเสริมสร้างองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง โดยการพัฒนาทุนภายในองค์กร (Internal Capital) ทั้ง 4 ด้าน 1.ทุนมนุษย์ (Human Capital) เสริมทักษะและภาวะผู้นำของแกนนำและทีมงาน 2.ทุนสังคม (Social Capital) พัฒนาเครือข่ายและความสัมพันธ์กับภาคส่วนต่างๆ 3.ทุนองค์ความรู้ (Knowledge Capital) ส่งเสริมให้เกิดการใช้ข้อมูล วิจัย และองค์ความรู้เชิงวิชาการ 4.ทุนจิตวิญญาณของชุมชน (Moral Capital) สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ความเป็นเจ้าของ และจิตอาสาในการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ

 “ความเท่าเทียมไม่ใช่มายาคติ แต่คือการสร้างระบบที่ให้ชุมชนลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองได้และโครงการ Strength คือความตั้งใจที่จะทำให้เป็นตัวอย่างของการสร้างสุขภาวะที่นำโดยชุมชน มีหลักฐานรองรับ และมีผลกระทบทางสังคมที่วัดได้จริง เพื่อวางรากฐานของความยั่งยืน ให้กับงานสิทธิและสุขภาวะของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วประเทศ” น.ส.ชนิสรา กล่าว

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top