อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ผนึกภาคีเครือข่ายและโครงการธรรมชาติปลอดภัย Kick Off  'ไฟป่าเคาะประตูบ้าน' รณรงค์งดเผา ลดไฟป่า–หมอกควัน PM 2.5 พื้นที่อำเภอพร้าว จ.เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ผนึกภาคีเครือข่ายและโครงการธรรมชาติปลอดภัย Kick Off 'ไฟป่าเคาะประตูบ้าน' รณรงค์งดเผา ลดไฟป่า–หมอกควัน PM 2.5 พื้นที่อำเภอพร้าว จ.เชียงใหม่

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.25 น.
Tag :

          อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมกับโครงการธรรมชาติปลอดภัยฯ ชมรมคนพร้าวรักษ์ป่า และเครือข่ายภาคีในพื้นที่ จัดกิจกรรม Kick Off “ไฟป่าเคาะประตูบ้าน” ควบคู่กับการทำแนวกันไฟ เพื่อสร้างความเข้าใจและรณรงค์ขอความร่วมมือจากชุมชนงดการเผาในพื้นที่โล่งและพื้นที่การเกษตร ป้องกันไฟป่าและปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ในพื้นที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
 
 
          นายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา พร้อมด้วย ดร.สดุดี สุพรรณไพร ผู้บริหารโครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าศรีลานนา ชมรมคนพร้าวรักษ์ป่า เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) รวมถึงฝ่ายปกครองในพื้นที่ กว่า 100 คน ใช้รถโมบายเคลื่อนที่ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านร่มเกล้า บ้านป่าแขม บ้านล้อง และบ้านไชยงาม ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายจังหวัดเชียงใหม่ที่ประกาศห้ามเผา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในการลดการเผาในทุกพื้นที่
 
 
          นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันทำแนวกันไฟบริเวณป่าบ้านไชยงาม ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการลุกลามของไฟป่าในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุทยานฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจถึงผลกระทบจากไฟป่าและปัญหาหมอกควันอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นภาคีในการดูแลรักษาป่า ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน อาทิ แหล่งท่องเที่ยวต้นฉำฉายักษ์กลางน้ำ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยโมอาย (ผาหนามเหล็ก) ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าลดลงถึงร้อยละ 40
 
 
          ทั้งนี้ข้อมูลปี 2568 พบว่า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ทั้งสองแห่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านที่เคยเข้าไปหาของป่าหรือล่าสัตว์ ปรับบทบาทมาเป็นไกด์เรือนำเที่ยวและไกด์นำเส้นทาง สร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น เมื่อคุณภาพชีวิตของชุมชนดีขึ้น จึงเกิดความร่วมมือในการดูแลผืนป่าอย่างเข้มแข็งตามไปด้วย
 
 
          “การแก้ปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืน ต้องทำให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ มีอาชีพ มีรายได้ และเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเชื่อมั่นว่าปี 2569 ปัญหาไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนาจะลดลงมากกว่าปีที่ผ่านมา” นายอานนท์กล่าว
 
 
          ด้าน ดร.สดุดี สุพรรณไพร ผู้บริหารโครงการธรรมชาติปลอดภัย เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า โครงการธรรมชาติปลอดภัยฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนเสบียงอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่อุทยาน เครือข่ายคนพร้าวรักษ์ป่าและชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอพร้าว และในปีนี้โครงการฯ มีแผนสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องเป่าลม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและควบคุมไฟป่าให้กับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านและเครือข่ายในพื้นที่
 
          “การแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โครงการธรรมชาติปลอดภัยฯ ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนอุปกรณ์และปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยาน และชุมชนให้สามารถดูแลผืนป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”   ดร.สดุดีกล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top