วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
DPU กวาด 12 เหรียญ “อินทนิลเกมส์” ทะลุเป้า สนับสนุนกีฬาเพื่อรู้จักพลังในใจ เดินหน้าสู่ก้าวแรกของการค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สรุปผลการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 9- 19 มกราคม 2569 โดยทัพนักกีฬา DPU สามารถคว้ารางวัลมาได้รวม 12 เหรียญ ประกอบด้วย 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ถือเป็นผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย
สำหรับภาพรวมความสำเร็จในปีนี้มี “กีฬาประเภททีม” เป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะทีมบาสเกตบอลชายที่สามารถรักษาตำแหน่งแชมป์เก่าไว้ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หรือดับเบิลแชมป์ ควบคู่ไปกับการผงาดคว้าเหรียญทองของทีมกีฬาคอร์ฟบอล ส่งผลให้ปีนี้ DPU ประสบความสำเร็จในกีฬาประเภททีมใหญ่ถึง 2 ชนิดกีฬาพร้อมกัน ขณะที่กลุ่มกีฬาต่อสู้อย่างเทควันโด ยูโด และคาราเต้โด ต่างพาเหรดคว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้ครบทุกประเภทที่ส่งเข้าแข่งขัน
เบื้องหลังความแข็งแกร่งในสนามแข่งขัน อาจารย์สนธยา แช่ม หรือ “โค้ชสน” ผู้ชำนาญการพิเศษด้านกีฬาและรองหัวหน้าคณะนักกีฬา DPU ระบุว่า ความสำเร็จของทีมในปีนี้ “เกิดจากความลงตัวของหลายองค์ประกอบ” ตั้งแต่ศักยภาพเฉพาะตัวของนักกีฬา การบริหารจัดการทีมในแต่ละรอบการแข่งขัน ไปจนถึงรายละเอียดด้านจังหวะเวลาและการเดินทาง ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อความพร้อมของร่างกายและสภาพจิตใจในช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขัน
นอกจากจิ๊กซอว์ด้านการจัดการภายในแล้ว “เครือข่ายความร่วมมือจากภายนอก” ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ทั้งจากโรงเรียนและสโมสรกีฬาชั้นนำที่เข้ามาช่วยสนับสนุนนักกีฬาและผู้ฝึกสอนมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเตรียมทีมมีตัวเลือกที่หลากหลาย และสามารถเติมเต็มรายละเอียดในจุดที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จนช่วยให้ทีมยืนระยะความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่โค้ชสนให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ “วัฒนธรรมความผูกพันภายใน” ของทีมกีฬา DPU จากบทบาทของกลุ่มศิษย์เก่าที่กลับมาสนับสนุนรุ่นน้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งการร่วมเป็นผู้ฝึกสอน การให้คำแนะนำ กลไกความผูกพันนี้ไม่เพียงช่วยดูแลสวัสดิการของนักกีฬา แต่ยังสร้างขวัญกำลังใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันในทีม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมาธิและพลังใจเมื่ออยู่ในสนามแข่งขัน
“เป็นแชมป์ก็ยากแล้ว รักษาแชมป์ยากกว่าเยอะ ปีที่แล้วเราชนะ 2 แต้ม ปีนี้ขาด แต่พอรอบรองฯ ไปเจอเขา เราก็ชนะ 2 แต้มเหมือนกัน ถือว่ายากมาก แต่เราโชคดีที่มีเครือข่ายศิษย์เก่าที่แข็งแกร่ง บางคนกลับมาเป็นโค้ช บางคนมาเชียร์ หรือแม้แต่ลงขันกันสนับสนุนงบกลางที่ดูแลต่อเนื่องกันมากว่า 10 ปี เพื่อเป็นค่าชาบูมื้อใหญ่ให้น้องๆ หลังชนะในแต่ละรอบ สิ่งเหล่านี้มันสร้างพลังใจ และทำให้ทุกคนพึ่งพากันจนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในสนาม” โค้ชสนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ด้าน ผศ.ดร.วันวร จะนู ผู้เชี่ยวชาญพิเศษอาวุโส General Support & Services ระบุว่า มหาวิทยาลัยขับเคลื่อนนโยบาย “กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ” (Sports for Excellence) โดยมองกีฬามหาวิทยาลัยในมิติกึ่งอาชีพ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริม แต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเยาวชนควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการศึกษา เพราะ DPU เชื่อว่า การรู้จักพลังในใจ คือก้าวแรกของการค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง และกีฬาคือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ค้นพบพลังนั้นได้ ตามแนวทางของอธิการบดี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ที่เน้นในการ “ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต” ซึ่ง DPU สนับสนุนการพัฒนา “ศักยภาพ” อย่างจริงจัง ผ่านศาสตร์ด้าน Human Potential และหลักจิตวิทยาขั้นสูง เพื่อเข้าใจให้ลึกว่าที่มาของศักยภาพ คือการค้นพบ เข้าใจพลังภายในของแต่ละคน ซึ่งมีรูปแบบต่างกัน และต้องการวิธีต่อยอดไม่เหมือนกัน
“การสนับสนุนกีฬาเพื่อความเป็นเลิศของเรา มีเป้าหมายหลักอยู่ 4 เรื่อง คือ พัฒนาเด็กเพื่อตอบสนองระดับชาติ ให้โอกาสเยาวชนได้เรียนหนังสือควบคู่กับการพัฒนาทักษะกีฬา สร้างชื่อเสียงให้สถาบัน และสร้างผู้นำที่จะกลับมาช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมกีฬาภายในมหาวิทยาลัยต่อไป” ผศ.ดร.วันวร กล่าวถึงเข็มทิศการบริหาร
ภายใต้นโยบายดังกล่าว มหาวิทยาลัยกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ให้ทีมกีฬาต้องติดอันดับ 1 ใน 4 ของประเทศในแต่ละชนิดกีฬาที่ส่งเข้าแข่งขัน โดยให้ความสำคัญกับกีฬาประเภทที่ได้รับความนิยมอย่าง บาสเกตบอล วอลเลย์บอล และฟุตบอล ควบคู่กับกีฬาต่อสู้อื่นๆ ซึ่งผลงานในปีนี้สะท้อนว่าทีมกีฬาของ DPU สามารถรักษามาตรฐานได้ตามกรอบที่วางไว้ และยังคงภาพลักษณ์ความเป็นทีมกีฬาชั้นนำได้อย่างต่อเนื่อง
“ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เราเน้นความคุ้มค่าแบบ Minimal Grade A คือการใช้ต้นทุนที่เหมาะสมแต่ได้ผลลัพธ์คุณภาพระดับสูง เราอาจไม่ได้ใช้งบประมาณมหาศาลเหมือนบางแห่ง แต่เรามุ่งรักษาภาพลักษณ์ทีมกีฬาที่แข็งแกร่งในประเภทที่เป็น Mass เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล และฟุตบอล ไว้ และที่สำคัญแม้ว่ากีฬาเพื่อความเป็นเลิศจะมีต้นทุนการจัดการที่สูง แต่ DPU ในฐานะมหาวิทยาลัยใหญ่เราจะไม่ทิ้งนโยบายนี้ เพราะคือความรับผิดชอบต่อสังคมในการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่เก่งกีฬาได้มีโอกาสเรียนหนังสือ และเติบโตไปเป็นบุคลากรที่ช่วยพัฒนาประเทศในอนาคต"
สำหรับป้ายต่อไปหลังจบศึกอินทนิลเกมส์ คณะนักกีฬา DPU พร้อมนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปพัฒนาต่อเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรายการระดับประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ การแข่งขันคอร์ฟบอลชิงแชมป์ประเทศไทย และวอลเลย์บอลอุดมศึกษา โดยเป้าหมายหลักยังคงเน้นการสร้างนักกีฬาที่แข็งแกร่งควบคู่กับความสำเร็จทางการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ “โค้ชสน” ย้ำกับลูกทีมเสมอว่า นอกจากมิตรภาพและวินัยในสนามแล้ว เป้าหมายสูงสุดคือการเห็นทุกคนเรียนจบและมีปริญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดชีวิต
“เราอยากให้ทุกคนโตเป็นทั้งผู้เล่นที่ดีและคนที่ดีในสังคม” โค้ชสน อธิบายความตั้งใจที่อยากให้เด็กทุกคนมีวิชาความรู้ติดตัว เพราะแม้เส้นทางนักกีฬาจะมีวันสิ้นสุด แต่ทักษะและองค์ความรู้จะเป็นทุนชีวิตที่ใช้เติบโตได้ในทุกสายงาน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เห็นภาพความสำเร็จที่หลากหลาย ตั้งแต่อดีตนักบาสเกตบอลหญิงจากคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ ที่นำวินัยจากสนามไปปรับใช้จนก้าวไปเป็นปลัดอำเภอ ไปจนถึงรุ่นพี่อีกหลายคนที่เติบโตในโลกธุรกิจและสายงานเฉพาะทางของตนเอง
ความสำเร็จเหล่านี้เองที่ทำให้โค้ชสนกล่าวด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจทิ้งท้ายว่า นอกเหนือจากเหรียญรางวัลในสนามแล้ว การเห็นศิษย์เก่าใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และสร้างประโยชน์ให้สังคมตามทางที่เลือก คือความภูมิใจและเป็นความตั้งใจที่สุดของทีมทัพนักกีฬาหลังบ้าน DPU
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี