วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการและโฆษกประจำสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานภายหลังการเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยระบุว่า ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการ สคทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เข้าชี้แจงและนำเสนอ "รายงานผลการดำเนินงานและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ประจำปี พ.ศ.2564" ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความร่วมมืออันดี โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากหลากหลายพรรคการเมืองรวม 39 คน ร่วมกันสะท้อนปัญหาและความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ สคทช. นำไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดต่อไป
โฆษกฯ สคทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สคทช. ขอบคุณและพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำมาพัฒนาการดำเนินงานให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สคทช. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเรื่องที่ดินทำกินจนเกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ ดังนี้
1. การกระจายการถือครองที่ดิน
สคทช. ประสบความสำเร็จในการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง (ตั้งแต่ปี 2558 - 2568) เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่ประชาชน
การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน: ผลการดำเนินงานการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในปัจจุบัน (ปีงบประมาณ 2558 - 2568) ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 1,594 พื้นที่ 73 จังหวัด เนื้อที่กว่า 5.9 ล้านไร่ จัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแล้วจำนวน 99,226 ราย 124,363 แปลง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้ว จำนวน 379 พื้นที่ 69 จังหวัด
2. การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ
ความคืบหน้า One Map: ปัจจุบัน คทช. มีมติเห็นชอบผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (มาตราส่วน 1 : 4000) ครบถ้วนทั้ง 7 กลุ่มจังหวัด (77 จังหวัด) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยลดปัญหาข้อพิพาทเรื่องแนวเขตได้อย่างยั่งยืน โดยกลุ่มที่ 1-4 ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว ส่วนกลุ่มที่ 5-7 อยู่ระหว่าง การนำเสนอ ครม. ชุดใหม่ตามขั้นตอน

3. การพิสูจน์สิทธิแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับประชาชน
ปัจจุบัน สามารถแก้ไขปัญหาได้ข้อยุติ จำนวนกว่า 3,950 ราย เนื้อที่กว่า 26,000 ไร่ พร้อมทั้งรับรองผลการอ่านภาพถ่ายทางอากาศเพื่อพิสูจน์สิทธิอย่างโปร่งใส
4. ด้านนโยบาย มาตรการ และสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน
ขับเคลื่อนแนวทางการสร้างมูลค่าที่ดินที่รัฐจัดให้กับประชาชน เพื่อลดข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมทั้งเร่งจัดทำสมุดประจำตัวผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวมในรูปแบบดิจิทัล การพัฒนาประสิทธิภาพระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ One Map Thai เพื่อยกระดับการจัดการด้านที่ดินแบบบูรณาการ
5. การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน
เร่งเดินหน้าการช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ดินของรัฐให้เข้าถึงสาธารณูปโภค ไฟฟ้าประปา พื้นที่ จ.กาญจนบุรี และ จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเครื่องมือสำหรับตรวจสอบ และรับรองพื้นที่ตามระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR (EU Regulation on Deforestation-free Products)
โฆษกฯ สคทช. กล่าวยืนยันว่า สคทช. ยึดมั่นในความโปร่งใสและปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยรายงานปี 2565 และ ปี 2566-2567 สคทช. พร้อมนำเสนอ
ต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาตามลำดับขั้นตอนเพื่อส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบต่อไป
“เป้าหมายสูงสุดของ สคทช. คือการทำให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างทั่วถึง โดยเราจะขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ” โฆษกฯ สคทช.กล่าวย้ำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี