533.jpg
DPU จับมือสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย พัฒนาองค์ความรู้–วิจัย–หลักสูตรสุขภาพเชิงป้องกัน ยกระดับบุคลากรสุขภาพ

DPU จับมือสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย พัฒนาองค์ความรู้–วิจัย–หลักสูตรสุขภาพเชิงป้องกัน ยกระดับบุคลากรสุขภาพ

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.46 น.
Tag :

DPU จับมือสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย พัฒนาองค์ความรู้–วิจัย–หลักสูตรสุขภาพเชิงป้องกัน ยกระดับบุคลากรสุขภาพ รองรับสังคมอนาคตอย่างยั่งยืน

วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาสุขภาพ และ สถาบันองค์ความรู้เวลเนส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมสุทธิเกตุ อาคาร 7 ชั้น 1 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาพแบบบูรณาการอย่างเป็นระบบ พร้อมยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านสุขภาพให้สอดรับกับบริบทของสังคมในปัจจุบันและอนาคต


การลงนามในครั้งนี้มี ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีด้านพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ เป็นผู้แทนฝ่ายมหาวิทยาลัย และ ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ นายกสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย เป็นผู้แทนฝ่ายสมาคม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพเชิงป้องกัน การดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม และการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญต่อระบบสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดร.พีระยุทธ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านงานวิจัย และด้านการพัฒนาหลักสูตร โดยในด้านวิชาการ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาเนื้อหาการเรียนการสอน องค์ความรู้ใหม่ รวมถึงแลกเปลี่ยนวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และคณาจารย์ ตลอดจนจัดประชุมวิชาการและกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อขยายองค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง

“ในด้านงานวิจัยจะมีการดำเนินโครงการวิจัยร่วมในระดับสถาบัน สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยเชิงนวัตกรรม การตีพิมพ์ผลงานในระดับชาติและนานาชาติ รวมถึงการร่วมกันจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนวิจัยจากแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง” ผู้ช่วยรองอธิการบดีด้านพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว

ขณะที่ด้านการพัฒนาหลักสูตร ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น หลักสูตรประกาศนียบัตร และหลักสูตรเฉพาะทาง พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และสามารถออกใบประกาศนียบัตรร่วม เพื่อส่งเสริมแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และตอบโจทย์ความต้องการของบุคลากรในภาคสุขภาพ

          ด้าน ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ร่วมกับวิทยาศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Science) เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรด้านสุขภาพสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในบริบทของสังคมปัจจุบัน

          “หัวใจสำคัญของเวชศาสตร์วิถีชีวิตคือการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งต้องอาศัยทั้งศาสตร์ด้านจิตวิทยาและการสื่อสาร ผู้เรียนจึงต้องเข้าใจบริบทของผู้รับบริการ เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมและนำไปใช้ได้จริง” นายกสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย กล่าว

          ทั้งนี้ เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เป็นศาสตร์ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยมีพื้นฐานอยู่บน 6 เสาหลัก ได้แก่ การรับประทานอาหารจากธรรมชาติ การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ การบริหารจัดการความเครียด การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และการมีสุขภาวะทางจิตควบคู่กับความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี

          นายกสมาคมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและสุขภาวะไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมมีความร่วมมือกับองค์กรในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาในการจัดประชุมวิชาการ และมีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 115 องค์กร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตสู่ระบบการศึกษาและสังคมในวงกว้างได้อย่างต่อเนื่อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top