วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569
สสส. ชู ‘นราธิวาสโมเดล’ ดึงชุมชน-ผู้นำศาสนา ร่วมสกัดนักสูบหน้าใหม่-ลดจำนวนคนติดบุหรี่
จากการร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานร่วมกับ สำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ระหว่างวันที่ 16-17 เมษายน ในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย ที่จังหวัดนราธิวาส
นายแพทย์กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยถึงผลการดำเนินการของจังหวัดว่า การควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างจริงจังและเป็นระบบ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมได้จริง
ทั้งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดนราธิวาสได้พัฒนากลไกการทำงานด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบอย่างต่อเนื่อง จนสามารถยกระดับสู่การเป็น ‘จังหวัดต้นแบบระดับประเทศ’ พร้อมสร้างแนวทางการทำงานที่เรียกว่า ‘นราธิวาสโมเดล’
การดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการสำคัญของ กฎบัตรออตตาวาเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดสากลด้านการสร้างเสริมสุขภาพที่เน้นการดำเนินงานแบบบูรณาการ ทั้งด้านนโยบาย สังคม ชุมชน ระบบบริการสุขภาพ และ ทักษะบุคคล
‘หนึ่งในปัจจัยสำคัญของความสำเร็จคือการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพในระดับจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด และกำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน คือ ลดนักสูบรายเก่า ไม่เพิ่มรายใหม่’
นายแพทย์เอกวิทย์ จินดาเพ็ชร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสได้นำแนวทางการบริหารจัดการเชิงข้อมูล (Data-Driven Governance) มาใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์ พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ Narathiwat 6G ( ส่วนรวม ต่อเนื่อง ยืดหยุ่น สร้างสรรค์ ข้อมูล เครือข่าย ) และจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในทุกอำเภอ
การดำเนินการดังกล่าว อาจถือได้ว่า มีการดำเนินการเป็นหนึ่งเดียว หรือ ซาตู (Satu) ตามวิถีมุสลิม และมีการบริหารจัดการ ด้วยพลังปัญญา Wisdom หรือ ฮิกมะห์ (Hikmah) มาจากภาษาอาหรับ (ḥikmah) คือ การใช้ปัญญา ความสุขุมรอบคอบ หรือความรู้ที่ลึกซึ้งและใช้ได้อย่างเหมาะสม มีการกำหนดทิศทางร่วมกันทำให้การควบคุมยาสูบไม่เป็นเพียงภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่กำหนดเป็น วาระสำคัญของทั้งจังหวัด
นอกจากนี้จังหวัดนราธิวาสยังให้ความสำคัญกับการสร้าง นิเวศสังคมที่เอื้อต่อสุขภาพ (Health Ecology) มาตรการสำคัญที่ดำเนินการในพื้นที่ ใช้หลักการ ’ฮาลาลันตอยยีบัน’ (Halalan Tayyiban) คือความเหมาะสมต่อการบริโภคและการดำรงชีวิต ได้แก่ การพัฒนามัสยิดและร้านค้าเขตปลอดบุหรี่ รวมทั้งในส่วนนักเรียน มีการดำเนินโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ 100% ในระดับมัธยมศึกษา การควบคุมการจำหน่ายบุหรี่ในพื้นที่รอบสถานศึกษา และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด โดยการปรับเป็นวินัย มีคณะกรรมการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการ
ทั้งนี้อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ การมีส่วนร่วมของชุมชน การใช้หลักการฮูกุม ปากัท (Hukum Pakat) คือการสร้าง กฎหรือข้อตกลงที่ชุมชนเห็นพ้องร่วมกันและใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ในเรื่อง การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า
จังหวัดนราธิวาสได้เชื่อมโยงเครือข่ายภาคีในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำศาสนา อาสาสมัครสาธารณสุข ผู้นำชุมชน โรงเรียนตาดีกา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวอย่างสำคัญคือ ‘ระแงะโมเดล’ ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่มากกว่า 20 หน่วยงาน รวมถึงการสร้างเครือข่ายสนับสนุนระหว่างอำเภอ และการทำงานเชิงรุกของอาสาสมัครสาธารณสุขในการค้นหาผู้สูบบุหรี่ในชุมชน พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่กระบวนการช่วยเลิกบุหรี่
ในขณะเดียวกัน ระบบบริการสุขภาพของจังหวัดยังถูกปรับบทบาทให้เน้น การป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยง ในกิจกรรมคลินิกอดบุหรี่ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเจ๊ะเก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นำโดยนายฮัสนาน หะยีเจ๊ะเล๊าะ ผอ.รพ.สต.บ้านเจ๊ะเก จัดระบบบริการที่ไม่ทำให้เกิดการตีตรา (Stigmatization) ว่าเป็น คนติดบุหรี่หรือขี้ยา โดยปรับเป็นการชวนมาเข้าคอร์ส หลักสูตรการพัฒนาตนเอง ทำให้ผู้มาสบายใจในการเข้าร่วม
การดำเนินการบำบัดรักษาการติดบุหรี่นี้ตามสุขภาวะวิถีมุสลิม เรียกว่า ชีฟาอ์โมเดล (Shifa Model) หมายถึง รูปแบบหรือแนวทางการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค ที่มุ่งสู่การเยียวยา โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อ ‘เยียวยาสังคม’
การร่วมขับเคลื่อนการลดละเลิกการสูบบุหรี่ดำเนินการเชิงรุก อย่างจริงจัง ในโรงพยาบาล มีคลินิกเลิกบุหรี่ มี รางจืดแคปซูล (พัฒนาโดยโครงการลังกาสุกะ ที่นำโดย ศาสตราจารย์ ดร กฤษณา ไกรสินธ์ ) สเปรย์อดบุหรี่จากหญ้าดอกขาว ให้บริการผู้เลิกบุหรี่ เนื่องจากตัวยามีโปแตสเซียม ในกรณี ผู้รับบริการเป็น โรคหัวใจ หรือ โรคไต จะใช้กานพลู มะนาวเคี้ยวแทน ผลการบำบัดทำให้ผู้สูบบุหรี่สามารถเลิกได้ต่อเนื่องไม่น้อย
ทั้งนี้การขับเคลื่อนในจังหวัดนราธิวาสพบว่า มีประชาชนได้รับการคัดกรองการสูบบุหรี่จำนวน 224,330 คน หรือร้อยละ 45.26 ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย พบผู้สูบบุหรี่ 34,852 คน หรือร้อยละ 15.54 และในจำนวนนี้เข้าสู่กระบวนการบำบัดเลิกบุหรี่ถึง 26,233 คน คิดเป็นร้อยละ 75.27 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายระดับประเทศที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 50
ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบูรณาการระบบบริการสุขภาพร่วมกับเครือข่ายชุมชนในระดับพื้นที่ ความสำเร็จนี้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี 2566 ด้านการบำบัดรักษาเลิกบุหรี่ ปี 2567 ป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ปี 2568 ด้านขับเคลื่อนระดับจังหวัดยอดเยี่ยม และล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 จังหวัดนราธิวาสได้รับรางวัลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขในสองสาขาสำคัญ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายและการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ และจังหวัดต้นแบบความเป็นเลิศด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบระดับประเทศ เนื่องจากมีผลงานเชิงประจักษ์ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมยาสูบ ครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานควบคุมยาสูบ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การบำบัดรักษาผู้เสพยาสูบ และการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่
‘นราธิวาสโมเดล’ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวความสำเร็จของจังหวัดหนึ่งในชายแดนใต้ แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายควบคุมยาสูบของประเทศไทยในระยะยาวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี