วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
Calm Outdoors แบรนด์เสื้อผ้าแคมปิ้งเอ้าท์ดอร์ โตพุ่ง รับเทรนด์ “รักษ์โลก-รักษ์สุขภาพ”
ปัจจุบัน กระแสโลกและเทรนด์ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายธุรกิจที่ปรับตัวช้าหรือปรับตัวไม่ทัน ได้รับผลกระทบกันไปไม่น้อย แตกต่างจากธุรกิจที่จับเทรนด์ได้ทันและปรับตัวได้เร็ว ต่างก็สามารถเติบโตไปได้ด้วยดี “Calm Outdoors” แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นรักษ์โลกสำหรับกิจกรรมแคมปิ้งเอ้าท์ดอร์ของไทย เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่ปรับตัวตามเทรนด์ “รักษ์โลก - รักษ์สุขภาพ” และนำนวัตกรรมมาพัฒนาสินค้า จนสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างมั่นคง แม้จะผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาแล้วหลายครั้ง
Calm Outdoors เสื้อผ้าสำหรับสายลุย รักษ์โลก
นายณัฐพงษ์ บุษบงษ์ ผู้ก่อตั้ง Calm Outdoors แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นรักษ์โลกสำหรับกิจกรรมแคมปิ้งเอ้าท์ดอร์เจ้าแรกของไทย เปิดเผยจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Calm Outdoors ว่า ด้วยความที่ทำธุรกิจเสื้อผ้าอยู่แล้ว ทำให้ต้องมีการอัพเดทเทรนด์เสื้อผ้าและแฟชั่นอยู่เสมอ จึงจับกระแสได้ว่าในช่วงปี 2561 เทรนด์เสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมแคมปิ้งที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่น กำลังเริ่มได้รับนิยมในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น จะหาซื้อในไทยก็หาซื้อไม่ได้ เพราะยังมีแค่เสื้อผ้าเอ้าท์ดอร์สไตล์เดิม ๆ จึงตัดสินใจเริ่มทำเสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมแคมปิ้งเอาท์ดอร์ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นขึ้นมาเป็นเจ้าแรกในไทย และเพิ่มความพิเศษด้วยการหยิบเทรนด์ “รักษ์โลก” เข้ามาเสริมด้วยการใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ รวมถึงมีการใช้ผ้าที่เหลือปลายม้วนจากโรงงานใหญ่มาผลิตสินค้า เพื่อลดขยะแฟชั่น และช่วยยืดอายุโลกให้ยืนยาวขึ้น
ณัฐพงษ์ใช้เวลาทดลองและพัฒนาสินค้าอยู่หลายเดือนจนเป็นที่พอใจ และเริ่มเปิดตัวสินค้าในนามแบรนด์ Calm Outdoors ในปี 2562 โดยการนำสินค้าไปเปิดตัวตามงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาความแปลกใหม่ในวงการแฟชั่นไทย
ลุยสร้างแบรนด์ โตทะลุโควิด
หลังจากเปิดตัวแบรนด์ไปไม่นาน การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดก็มาเยือน ทำให้ไม่สามารถไปออกบูธตามงานอีเว้นท์ได้ ณัฐพงษ์ยอมรับว่าช่วงโควิด 3-4 เดือนแรก ขายสินค้าไม่ได้เลย ตอนนั้นมี 2 ทางเลือก คือ 1.อยู่เฉยๆ ขายสินค้าเก่าแล้วรอเลิก และ 2. เดินหน้าลุยต่อ
ด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อในตัวผลิตภัณฑ์ที่ลงมือคิดและทำมานานหลายเดือน ณัฐพงษ์ตัดสินใจลุยต่อพร้อมเดินหน้าพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องให้ตอบโจทย์สถานการณ์ของโลกและการใช้งานของลูกค้ามากขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าในช่วงโควิดเปลี่ยนไป ลูกค้าหลายรายเริ่มหันมาสนใจการท่องเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติ อย่างการเดินป่า ตั้งแคมป์ เพื่อหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในเมือง ทำให้สินค้าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสินค้าทีมองหาเสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ สามารถใช้งานได้จริง แต่มีความเป็นสีสันแฟชั่น ประกอบกับการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์สะดวกขึ้น สินค้ามีพร้อมส่งเพราะผลิตในประเทศ จนเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย แบรนด์ Calm Outdoors จึงมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนปัจจุบันสามารถขยายสาขาในห้างรรพสินค้าได้ไม่ต่ำกว่า 20 แห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ จีน ไต้หวัน และสิงคโปร์
เสื้อผ้ากันยูวี แห้งไว กันแบคทีเรีย ตอบโจทย์คนรักกิจกรรมกลางแจ้ง
ปัจจุบัน กลุ่มลูกค้าของ Calm Outdoors มีหลากหลายกลุ่ม จากเริ่มแรกที่เป็นกลุ่มหนุ่มสาววัยเริ่มทำงานอายุ 25 -35 ปี ที่ชอบงานแฟชั่น ติดเทรนด์ ขยายมาสู่กลุ่มวัยทำงานที่โตขึ้น อายุ 30 – 40 ปี กลุ่มครอบครัว และกลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่ไม่อยากตกเทรนด์ โดยสินค้ามีทุกประเภท ได้แก่ เสื้อ กระเป๋า หมวก กางเกง และกระโปรง จุดเด่นนอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์ “รักษ์โลก” ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานนวัตกรรมเข้าไปด้วย ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น กันยูวีได้จริง ผ้าแห้งเร็วจริง กันแบคทีเรียได้จริง ซึ่งนอกจากจะใส่ทำกิจกรรมกลางแจ้งแล้ว ยังสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน บางรุ่นสามารถใส่ทำงานได้ บางรุ่นสามารถพับให้เหลือขนาดเท่าน้ำอัดลมกระป๋อง มีน้ำหนักเบา พกใส่กระเป๋าได้
“เวลาเราผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมา เราจะมีการวิเคราะห์สินค้า สอบถามฟีดแบคทีมงาน ฟีดแบคลูกค้า เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ”
ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ภาพรวมธุรกิจเสื้อผ้ากิจกรรมแคมปิ้งเอ้าท์ดอร์ปัจจุบัน ค่อนข้างแตกต่างจากช่วง 4 – 5 ปีก่อน ที่เสื้อผ้าสไตล์นี้เป็นสิ่งใหม่ในตลาดเมืองไทย คู่แข่งในธุรกิจยังไม่มี แต่ปัจจุบันมีผู้เข้ามาในธุรกิจมากขึ้น ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องวางตัวสินค้าให้ชัดเจนขึ้น เช่น การสร้างจุดแข็งและจุดขายให้กับตัวสินค้า โดยในส่วนของ Calm Outdoors ยังไม่มีคู่แข่ง เพราะสินค้าค่อนข้างแตกต่าง ผลิตไม่ง่าย มีฐานซัพพลายเออร์และลูกค้าค่อนข้างแข็งแรง
“การเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมแคมปิ้งเอ้าท์ดอร์ในปัจจุบัน ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จากเทรนด์ “รักษ์สุขภาพ” ปัจจุบันคนหันมาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายกันเยอะ โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการวิ่งเทรลได้รับความนิยมมาก อะไรที่ดูแลสุขภาพมันเป็นเทรนด์โลก คนมีเงินเขาไม่ได้อวดกันว่าใครมีเงินแค่ไหน เขาอวดกันว่า เขามีสุขภาพดีกัน สินค้าของเรามันคือการซัพพอร์ตเทรนด์ แล้วการที่เสื้อผ้าช่วยกันยูวีได้ กันละอองน้ำได้ แห้งเร็ว และกันแบคทีเรียได้ มันค่อนข้างตอบโจทย์”
สำหรับใครที่กำลังมองหาเสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมแคมปิ้งเอาท์ดอร์ หรืออุปกรณ์แคมปิ้งอื่น ๆ ณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ควรพลาดงาน Traveler & Outdoor Expo 2026 ระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569 เพราะหนึ่งปีมีครั้งเดียว คนที่มางานก็จะได้มาทำความรู้จัก มาแลกเปลี่ยนกัน มาขายของกัน สำหรับมือใหม่อยากท่องเที่ยวแบบลุย ๆ ก็อยากให้มางาน มาเห็นบรรยากาศ มาเห็นผู้คน ทุกแบรนด์ก็จะขนของมาขายกันอย่างเต็มพิกัด เป็นอีก 1 งานที่ไม่ควรพลาด โดยในส่วนของ Calm Outdoors จะนำเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ไปจำหน่าย พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ “ผ้าโพกหัว” ให้ลูกค้าไปหาซื้อได้ก่อนใครในงานนี้อีกด้วย
อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ! มาอัพเดทอุปกรณ์แคมปิ้งและเสื้อผ้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งคอลเลคชั่นใหม่ ๆ ใส่ไปท่องเที่ยวท้าทายแดด พร้อมฟังประสบการณ์ Story from the Wild จากตัวจริงสายกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ เฟย ภัทร เอกแสงกุล ชมรมนักเดินป่าอาสากู้ถัย สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงนิเวศเอเชีย ที่เราจัดเตรียมไว้เพื่อคุณโดยเฉพาะ ปักหมุดรอเลย! Traveler & Outdoor Expo 2026 ระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00–20.00 น. ณ ฮอลล์ 5-6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าชมงานฟรี พร้อมรับกล้าไม้ 1 คน 1 สิทธิ์ ที่บูธกรมป่าไม้ (จำนวนจำกัด) ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันที่น่าสนใจของงานได้ทาง Facebook Fan page: Traveler & Outdoor Expo, Thailand Dive Expo, Thailand Golf Expo
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี