542.jpg
ซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดีทำอย่างไร? แนะนำเรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดีทำอย่างไร? แนะนำเรื่องต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.27 น.
Tag :

ซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดีอย่างไรให้คุ้มค่า? แนะนำขั้นตอนฉบับมือใหม่

หากกำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ราคาประหยัดสำหรับการลงทุนหรืออยู่อาศัย การซื้อที่ดิน กรมบังคับคดีถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นวิธีที่ทำให้มีโอกาสได้ทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป โดยหากต้องการเริ่มต้นประมูลซื้อขายที่ดินที่โดนยึดจากกรมบังคับคดีที่ดิน ซึ่งขายทอดต่อยังตลาดที่ดินให้คุ้มค่าที่สุดสามารถลองดูขั้นตอนไปพร้อมกันในบทความนี้ได้เลย

การซื้อทรัพย์กรมบังคับคดีคืออะไร?


การซื้อทรัพย์อย่างบ้านและที่ดินจากกรมบังคับคดี หรือการประมูลทรัพย์ขายทอดตลาดจากที่ดินและบ้านหลุดจำนองโดนยึดที่ติดอยู่กับกรมบังคับคดี คือ กระบวนการที่นำเอาทรัพย์สินของลูกหนี้ ที่ถูกศาลพิพากษาให้ยึดทรัพย์ มาเปิดประมูลขายทอดตลาดให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจ ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า โดยกรมบังคับคดีจะเป็นตัวกลางในการจัดการประมูล เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไปชำระหนี้คืนให้กับเจ้าหนี้ตามคำสั่งศาลนั่นเอง

สาเหตุหลักที่ทำให้ทรัพย์สินถูกขายทอดตลาด

ทรัพย์สินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่หลุดมาถึงขั้นตอนการประกาศขายทอดตลาด เช่น บ้าน และที่ดิน จนมาถึงกรมบังคับคดีนั้นมีหลายสาเหตุด้วยกัน โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงินของเจ้าของเดิม จนทำให้เข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย ดังนี้

  • การผิดนัดชำระหนี้ : เจ้าของทรัพย์ที่กู้เงินซื้อบ้านหรือที่ดิน แล้วไม่สามารถผ่อนชำระหนี้จำนองกับสถาบันการเงินหรือธนาคารได้ตามกำหนด
  • การถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง : เกิดจากการเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้ธุรกิจ แล้วถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องจนศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินเพื่อนำมาใช้หนี้
  • ผลจากการค้ำประกัน : การไปเป็นผู้ค้ำประกันให้ผู้อื่น แล้วผู้กู้หลักหลบหนีหรือไม่ยอมจ่ายหนี้ ทำให้ภาระจึงตกมาอยู่ที่ผู้ค้ำประกันจนนำไปสู่การยึดทรัพย์
  • การล้มละลาย : บุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและตกเป็นบุคคลล้มละลาย

ขั้นตอนการซื้อที่ดินกรมบังคับคดีให้ได้ทรัพย์ตรงใจคุ้มค่าที่สุด

การประมูลซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดีไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด หากคุณมีการเตรียมตัวที่ดีและเข้าใจกระบวนการทำงาน โดยผู้ที่สนใจสามารถปฏิบัติตาม 5 ขั้นตอนหลัก ๆ ในการหา เลือกดู และซื้อที่ดินที่ขายจากกรมบังคับคดีได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ครับ

  1. ค้นหาและเลือกทรัพย์ : เข้าไปค้นหาทรัพย์ที่สนใจผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของกรมบังคับคดี ตรวจสอบรายละเอียด ราคาประเมิน และวันเวลาประมูลให้ชัดเจน
  2. ลงพื้นที่สำรวจจริง : ต้องเดินทางไปดูสภาพแวดล้อมจริงของที่ดินหรือบ้านแปลงนั้น ๆ เพื่อตรวจสอบสภาพทรัพย์ และดูว่ามีผู้บุกรุกหรือเจ้าของเดิมอาศัยอยู่หรือไม่
  3. เตรียมเงินสดหรือเช็ค : เตรียมเงินสดหรือเช็คสำหรับใช้วางเป็นเงินหลักประกันในการเข้าสู้ราคา ซึ่งจำนวนเงินขึ้นอยู่กับราคาประเมินของทรัพย์ตามที่กรมบังคับคดีกำหนด
  4. เข้าร่วมประมูลตามกำหนด : เดินทางไปลงทะเบียนประมูลบ้านและที่ดินที่ถูกยึดกับกรมบังคับคดี ณ สถานที่ประมูล และยกป้ายสู้ราคา โดยหากคุณเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดและชนะการประมูล จะต้องทำสัญญาซื้อขายและอาจต้องวางเงินมัดจำเพิ่มเติม
  5. ชำระเงินส่วนที่เหลือและโอนกรรมสิทธิ์ : หลังจากการประมูลทรัพย์ที่กรมบังคับคดีให้ชำระเงินส่วนที่เหลือให้ครบตามกำหนด ซึ่งปกติจะเป็นช่วงภายใน 15 วัน หรือขอขยายเวลาได้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน โดยเมื่อชำระครบแล้ว กองบังคับคดีที่ดินจะออกหนังสือโอนกรรมสิทธิ์ให้คุณนำไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินต่อไป

ข้อดีของการซื้อทรัพย์กรมบังคับคดี

การประมูลซื้อที่ดินหรือที่อยู่อาศัยจากกรมบังคับคดี มีจุดเด่นหลายอย่างที่ดึงดูดทั้งนักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกได้ดีอย่างมาก ซึ่งข้อดีที่สำคัญจะเป็นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้

  • ได้ทรัพย์ราคาถูกกว่าท้องตลาด : ทรัพย์บังคับคดีมักมีราคาเริ่มต้นประมูลที่ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไป ด้วยการที่ถูกธนาคารยึดบ้านหรือทรัพย์สิน และนำมาเพื่อขายทอดตลาด ทำให้มีโอกาสได้ของที่คุ้มค่าในราคาประหยัด
  • มีโอกาสในการทำกำไร : เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อมาตกแต่งปรับปรุง เพื่อขายต่อทำกำไรหรือปล่อยเช่าระยะยาว ด้วยต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำกว่าปกติ
  • มีทำเลให้เลือกหลากหลาย : ที่ดินที่ขายกับกรมบังคับคดีจะมีทรัพย์สินกระจายอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ใจกลางเมืองไปจนถึงเขตชานเมืองและต่างจังหวัด ส่งผลให้เลือกได้หลากหลายตามความต้องการ

ข้อควรระวังในการซื้อทรัพย์กรมบังคับคดี

แม้จะได้ทรัพย์ในราคาที่น่าดึงดูดใจ แต่การซื้อที่ดินทอดตลาดจากกรมบังคับคดี ก็มีความเสี่ยงที่ผู้ซื้อต้องประเมินและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในอนาคต

  • ปัญหาผู้อยู่อาศัยเดิม : ทรัพย์บางรายการอาจยังมีเจ้าของเดิมอาศัยอยู่ ซึ่งแม้กฎหมายใหม่จะเอื้อให้ผู้ซื้อขอหมายศาลขับไล่ได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้เวลาดำเนินการพอสมควร
  • ต้องรับสภาพทรัพย์สินตามจริง : กองบังคับคดีที่ดินจะขายทรัพย์ตามสภาพ ทำให้หากบ้านหรือที่ดินมีความทรุดโทรม ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าซ่อมแซมเองทั้งหมด
  • ภาระหนี้สินที่ติดมากับทรัพย์ : ต้องตรวจสอบหนี้ค้างชำระให้ดี เช่น ค่าส่วนกลาง, ค่าน้ำ, ค่าไฟ หรือแม้กระทั่งเรื่องภาระจำยอมที่ติดอยู่กับโฉนดที่ดิน
  • ความเสี่ยงเรื่องสินเชื่อ : หากคุณวางเงินมัดจำไปแล้วแต่กู้ธนาคารไม่ผ่าน หรือชำระเงินส่วนที่เหลือไม่ทันตามกำหนดเวลา คุณอาจถูกริบเงินมัดจำทั้งหมดได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดี เตรียมค่าใช้จ่ายให้พร้อมได้กับเพื่อนแท้ เงินด่วน

แม้การซื้อที่ดิน กรมบังคับคดีถือเป็นโอกาสทองสำหรับคนที่มองหาอสังหาริมทรัพย์ราคาคุ้มค่า แต่ก็ต้องแลกมากับการศึกษาข้อมูล ลงพื้นที่จริง และการเตรียมความพร้อมด้านการเงินอย่างรอบคอบ รวมถึงการติดตามข้อมูลการขายทอดตลาดบ้านและที่ดินจากกรมบังคับคดีในปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณเจอกับสินทรัพย์ที่ถูกใจได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

หากคุณประมูลทรัพย์ได้สำเร็จ แต่ต้องการเงินก้อนด่วนสำหรับนำไปรีโนเวทบ้าน จ่ายค่าส่วนกลางที่ค้างชำระ หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ เพื่อนแท้ เงินด่วน คือผู้ให้บริการที่พร้อมช่วยคุณ เพียงแค่คุณนำที่ดินที่มีอยู่มายื่นขอสินเชื่อ ก็สามารถได้รับเงินก้อนถูกกฎหมาย และจ่ายชำระได้ในอัตราดอกเบี้ยที่คุ้มค่าได้เลย!

  • เบอร์โทรศัพท์ (Tel): 02-114-8988
  • Line Official Account: @pueantae
  • Facebook Page: เพื่อนแท้ เงินด่วน
  • YouTube: เพื่อนแท้ เงินด่วน
  • Website: https://www.puean.co.th/
  • Application: เพื่อนแท้ เงินด่วน (รองรับทั้ง iOS และ Android)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top