542.jpg
สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง  ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร

สศก. ใช้ Agri-Tech ปั้น 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ชูโมเดลธุรกิจรายพื้นที่ เพิ่มมูลค่า–ส่งต่อรายได้ถึงเกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.15 น.
Tag :

          นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน เปิดการสัมมนาผลงานวิชาการสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech ภายใต้โครงการบริหารจัดการภาคเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางการตลาด วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีปลั่ง ชั้น 8 อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลการศึกษา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ในการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร หรือ Agri-Tech

          นายพีรพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแนวคิด “เกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ เกษตรมูลค่าสูง โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และข้อมูลเชิงเศรษฐกิจการเกษตร 


          การสัมมนาครั้งนี้ เป็นการนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นของคณะนักวิจัยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1–12  ในสินค้าเกษตรเป้าหมาย 4 ชนิด ได้แก่ สับปะรด อะโวคาโด ข้าว และกล้วยหอมทอง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการพัฒนาในมิติที่แตกต่างกัน

          นายพีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการศึกษา คือ การจัดทำ Business Model หรือรูปแบบธุรกิจ ที่เหมาะสมกับสินค้าแต่ละชนิดและบริบทของแต่ละพื้นที่ 

นอกจากนี้ สศก. ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด Positive List หรือข้อมูลรับรองคุณสมบัติสำคัญของสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมแปรรูป ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค 

          ขณะเดียวกัน การสร้างมูลค่าเพิ่มต้องคำนึงถึง Value Capture หรือการส่งต่อมูลค่าเพิ่มให้กลับไปถึงเกษตรกรต้นน้ำ ด้วย เกษตรกรควรได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม 

          สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการ 4 สินค้าเกษตรมูลค่าสูงด้วย Agri-Tech พร้อมการเสวนา ในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาความร่วมมือการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร (Agri-Tech)” รวมทั้งมีการนำเสนอผลงานวิจัยเบื้องต้นของสินค้าเป้าหมายทั้ง 4 ชนิด 

          ผลการศึกษาดังกล่าวให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มตลาด จากข้อมูลที่เก็บรวบรวมมากกว่า 1,600 ตัวอย่าง ตลอดจนการสังเคราะห์แนวทางพัฒนาสู่ New Business Model หรือรูปแบบธุรกิจใหม่

          “การพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงจำเป็นต้อง วิเคราะห์ข้อมูลแบบ 360 องศา ทั้งด้านการผลิต ตลาด ต้นทุน มาตรฐาน สิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าในการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับ เพื่อให้การสื่อสารเชิงนโยบายมีความชัดเจน และทำให้แนวทางการพัฒนาความร่วมมือสามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ การลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นการลงทุนที่ตอบแทนคุ้มค่าที่สุด เวทีสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ร่วมกัน และนำข้อมูลต่อยอดไปสู่แนวทางการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่สร้างประโยชน์ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน” นายพีรพันธ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top