วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จีน-ไทย จัดสัมมนา แผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน กับความหวังพลังงานใหม่ เพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จีนยืนยันพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนของไทยเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดี
สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ แผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน กับความหวังพลังงานใหม่ เพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ โดยการสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยงานในวันนี้ ถือเป็นการเปิดหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทยจีน หรือ บทจ. รุ่นที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจากภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเข้าร่วมฟังอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวร่วมจัดโดย ศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group หรือ CMG และหอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้กล่าวปาฐกถาโดยระบุว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกแห่งการเริ่มต้นแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มีคุณภาพสูง โดยจีนมุ่งมั่นที่จะรักษาการเติบโตของจีดีพีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และพร้อมที่จะเป็นกำลังที่มั่นคงท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อจนกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก ส่งผลให้หลายประเทศตระหนักว่าความมั่นคงทางพลังงานไม่สามารถพึ่งพาช่องทางภายนอกได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างระบบพลังงานภายในประเทศให้สมบูรณ์
ในด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เอกอัครราชทูตจีนเปิดเผยว่า จีนได้สร้างระบบพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยปัจจุบันกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 60 ของทั้งหมด และไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั่วประเทศทุก 10 หน่วย จะมี 4 หน่วยที่เป็นไฟฟ้าสีเขียว รวมถึงมีเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจีนตั้งเป้าว่าภายในปี 2035 ปริมาณการจ่ายพลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล อาทิ พลังงานลม แสงอาทิตย์ น้ำ และนิวเคลียร์ จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 2025 ยิ่งไปกว่านั้น ความสำเร็จนี้เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ใช่เพียงแค่การอุดหนุนจากรัฐบาลตามที่บางฝ่ายเข้าใจ ซึ่งทางออกที่แท้จริงของนานาประเทศคือการร่วมมือกันขยายตลาดและแบ่งปันนวัตกรรม

สำหรับความร่วมมือระหว่างจีนและไทยในด้านพลังงานใหม่นั้น มีความเข้มแข็งและมีอนาคตที่สดใสอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จีนเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในไทยแล้ว 8 บริษัท มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำลังการผลิตรวมกว่า 5 แสนคันต่อปี ช่วยสร้างงานโดยตรงกว่าหมื่นตำแหน่งและกระตุ้นการจ้างงานในท้องถิ่นอีกกว่าแสนคน พร้อมทั้งมีการฝึกอบรมวิศวกรไทยและดึงซัพพลายเชนชิ้นส่วนรถยนต์เข้ามาตั้งฐานผลิตในไทย เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร ทั้งนี้ จีนได้เสนอแนวทาง 3 ข้อเพื่อยกระดับความร่วมมือ ได้แก่ การเสริมสร้างประสานยุทธศาสตร์และนโยบายด้านพลังงานร่วมกัน การขยายการค้าและการลงทุนในห่วงโซ่มูลค่าพลังงานใหม่ รวมถึงการส่งเสริมการผนึกกำลังระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรทักษะสูงในท้องถิ่น
นอกจากนี้ นายจาง เจี้ยนเว่ย ได้แสดงทรรศนะเกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องทุนจีนสีเทา โดยเน้นย้ำว่าการลงทุนของจีนส่วนใหญ่ในประเทศไทยดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้หลักการได้ประโยชน์ร่วมกันและมีแนวคิดที่จะหยั่งรากลึกเพื่อทำประโยชน์ให้กับท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรได้รับการเคารพและคุ้มครอง ส่วนผู้กระทำผิดกฎหมายบางรายนั้น ควรถูกดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด แต่ไม่ควรนำคนกลุ่มน้อยนี้ไปเปรียบเทียบกับภาพรวมของชาวจีนและวิสาหกิจจีนทั้งหมดในไทย พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนและไทยมีความร่วมมือที่ยอดเยี่ยมในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยล่าสุดการปฏิบัติการร่วมแม่น้ำโขง 4 ประเทศก็ประสบความสำเร็จในการสร้างความปลอดภัยให้ภูมิภาคอย่างมาก พร้อมทิ้งท้ายว่าสถานทูตจีนยินดีร่วมมือกับทุกภาคส่วนของไทยในการนำเสนอภาพรวมความร่วมมือที่เที่ยงธรรมและสมบูรณ์สู่ประชาชนเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีสืบไป
หลังจากจบช่วงปาฐกถาพิเศษ งานสัมมนาได้ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้นด้วยการเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ วิกฤตพลังงานกับความยั่งยืน ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีบทบาทสำคัญในนโยบายพลังงานและอุตสาหกรรมของไทยมาร่วมระดมความคิดเห็น ได้แก่ นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา นายบรม เอ่งฉ้วน โฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ นายกฤษฎา อุตตโมทย์ อดีตนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย โดยมี นางสาวชญาน์ทิพย์ โลจนะโกสินทร์ ผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจจากสถานีข่าว TNN เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งผู้ร่วมเสวนาต่างได้แสดงทัศนะและร่วมวิเคราะห์ทิศทางพลังงานใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย-จีนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี