Logo วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / ในพระราชสำนัก
อัญเชิญพระบรมศพ  เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง  สมเด็จพระราชินีร่วมส่งเสด็จฯ

อัญเชิญพระบรมศพ เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระราชินีร่วมส่งเสด็จฯ

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : เข้าส่พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระราชินีร่วมส่งเสด็จฯ อัญเชิญพระบรมศพ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

อัญเชิญพระบรมศพ

เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระราชินีร่วมส่งเสด็จฯ

พสกนิกรโศกสลดถวายอาลัย

ตลอดเส้นทางร่ำไห้ก้มกราบลา

พสกนิกรชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศ พากันหลั่งไหลเดินทางมาถวายน้ำสรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง พร้อมจับจองพื้นที่สองฝั่งถนนโดยรอบ เพื่อร่วมสักการะและถวายอาลัยในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง ด้วยอาการโศกเศร้าต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคนไทยทุกคน

เปิดถวายน้ำสรงพระบรมศพ

โดยเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ตุลาคม สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในฉลองพระองค์ครุยราชภูษิตาภรณ์ ประดิษฐานบนโต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับดอกไม้สีชมพู โยงสายภูษามายังโอ่งบรรจุน้ำสรงพระศพ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

สำหรับการประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์นั้น เริ่มด้วยคณะของฝ่ายบริหาร ข้าราชการ สำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งเป็นบุคคลถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท จากนั้นได้เปิดให้พสกนิกร ประชาชน ทุกหมู่เหล่าเข้ามาประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมศพต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในศาลาสหทัยสมาคม ผ่านทางเข้าประตูวิเศษไชยศรี

พสกนิกรโศกเศร้าถวายอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากสวมชุดดำไว้ทุกข์มาจับจองพื้นที่สองฝั่งถนนหน้าพระลาน หน้าประตูวิเศษไชยศรี ถนนมหาราช หน้าประตูเทวาภิรมย์ เพื่อรอเข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญที่สุดของคนไทยทั้งชาติอย่างใจจดใจจ่อตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อถึงเวลาที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพ ทุกคนต่างพร้อมใจกันยืนต่อแถวยาวตั้งแต่ทางเข้าศาลาสหทัยสมาคมออกไปถึงด้านนอกวัง ถนนหน้าพระลานและกำแพงแก้วรอบพระบรมมหาราชวัง แม้สภาพอากาศร้อนอบอ้าว แต่ทุกคนยืนรออย่างมุ่งมั่น เพื่อร่วมถวายอาลัย หลายคนอยู่ในอาการโศกเศร้ามีน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา บางคนถึงกับร่ำไห้อย่างหนัก

ขอส่งในหลวงจนนาทีสุดท้าย

นางพิสมัย จิตนานนท์ อายุ 68 ปี ชาว จ.ภูเก็ต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า มาจองที่ตั้งแต่ตอนตี 2 เพื่อรอส่งในหลวง ตั้งแต่ที่ทราบข่าวว่าพระองค์สวรรคตก็นอนไม่หลับ จึงนั่งสวดมนต์ให้พระองค์จนถึงเช้าและไปตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล จากนี้ไปจะนำคำสอนในหลวงมาใช้เป็นต้นแบบดำเนินชีวิต และอยากจะบอกท่านว่าไม่ต้องเป็นห่วงประชาชนชาวไทย เพราะประชาชนของท่านจะรักและสามัคคีปรองดองกัน ท่านทรงงานหนักและเหนื่อยมามากแล้ว ถึงเวลาที่ท่านจะได้พักผ่อน ไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว

ไม่คาดคิดว่าวันนี้จะมาถึง

เช่นเดียวกับ นายกอบทอง หาญพงษ์ธรรม อายุ 43 ปี ชาว กทม. ที่มารอตั้งแต่ 6 โมงเช้าร่ำไห้เผยความรู้สึกว่า ไม่คาดคิดว่าวันนี้จะมาถึง วันที่ประชาชนชาวไทยทั้งชาติร้องไห้กันระงม ถึงขณะนี้ก็ยังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝัน พยายามตั้งสติ แต่ก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ร้องไห้ตลอดเมื่อนึกถึงพระราชกรณียกิจที่ในหลวงทำมา สิ่งที่เห็นมาตลอดคือในหลวงทรงเสียสละพระวรกายเพื่อทรงงานให้ปวงชนชาวไทยอยู่เย็นเป็นสุข ต่อจากนี้จะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และน้อมนำหลักคำสอนทุกอย่างของในหลวงมาปฏิบัติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้าน น.ส.เฉลิมขวัญ ขันนามล อายุ 24 ปี ชาวนครศรีธรรมราชกล่าวว่า เดินทางมาถึงสนามหลวงตั้งแต่เวลา 04.00 น. เพื่อรอสักการะพระบรมศพ เมื่อตอนที่ทราบข่าวว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตก็รีบโทรศัพท์บอกแม่ทันที เพราะแม่รักในหลวงมากไม่เคยทิ้งรูปในหลวงเลย ที่บ้านที่นครศรีธรรมราชมีรูปในหลวงติดไว้เยอะมาก ส่วนตัวรู้สึกสงสารในหลวง เพราะทรงทำงานหนักมาตลอด

เฝ้าถวายสักการะตลอดเส้นทาง

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 13 ตุลาคม ประชาชนจำนวนมากสวมชุดดำเดินทางไปจับจองพื้นที่ภายในโรงพยาบาลศิริราช และตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนอัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวัง เพื่อร่วมถวายอาลัย ถวายสักกระพระบรมศพด้วยความเศร้าโศก โดยพสกนิกรจำนวนมากทั่วสารทิศแต่งกายชุดไว้ทุกข์ถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และธงชาติไทย และธงตราสัญญาลักษณ์ ภ.ป.ร.สีเหลือง ตั้งแต่บริเวณถนนด้านหน้าตึกกายวิภาคศาสตร์ ตลอดหน้าหอประชุมราชแพทยาลัย หน้าตึกอำนวยการ รพ.ศิริราช บริเวณประตู 8 รพ.ศิริราช ล้นออกถนนวังหลัง และถนนอรุณอัมรินทร์ เพื่อเฝ้าส่งเสด็จพระบรมศพ อย่างเนืองแน่น

ส่วนเส้นทางเคลื่อนขบวนอัญเชิญพระบรมศพนั้น เริ่มเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราชทางประตู 8 เลี้ยวขวาเข้าถนนอรุณอัมรินทร์ ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง

ขอน้อมนำคำสอนไปปฏิบัติ

น.ส.นุศรา เรื่องรุ่งธนสาร เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทางคลินิกอาคลิริส รพ.ศิริราช กล่าวว่า คำสอนของพระองค์ยังคงอยู่และจะน้อมนำไปปฏิบัติ จากนี้ไปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะอยู่ในใจเราตลอดไป

นางภัทราวดี ทองสุวรรณ อายุ 52 ปีชาวหาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า แม้พระองค์จะจากไปแต่ยังอยู่ในใจของตนตลอดกาลและจะจดจำคำสอนโดยเฉพาะเรื่องความพอเพียงตลอดไป

สมเด็จพระบรมฯนำอัญเชิญพระบรมศพ

ต่อมา เวลา 16.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ถึงยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 16 โรงพยาบาลศิริราช จากนั้น สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เดินนำขบวนเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 16 โดยมีคณะแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษาเลื่อนเตียงพยาบาล เชิญพระบรมศพเข้าสู่ลิฟต์ โดยมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชการ พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ คุณพลอยไพลิน คุณสิริกิติยา เจนเซ่น และ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม เสด็จพระราชดำเนิน เสด็จ และเดินตามพระบรมศพ

เคลื่อนขบวนออกจากศิริราช

เมื่อเชิญพระบรมศพถึงชั้นล่างของอาคารเฉลิมพระเกียรติแล้ว ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เชิญพระบรมศพโดยเปลพยาบาล เข้าสู่รถพยาบาลที่เทียบรออยู่หน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ นายแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษา ตามเสด็จฯ ในรถพยาบาล จากนั้นขบวนรถเชิญพระบรมศพเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี มีรถของสมเด็จพระวันรัตนำ ตามด้วยรถเชิญพระบรมศพ และขบวนรถยนต์พระที่นั่งของพระบรมวงศานุวงศ์

พระราชินีเสด็จฯตามขบวนพระบรมศพ

เวลา 16.56 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงประทับรถตู้สีครีมทอง เลขทะเบียน 1ด-0968 เสด็จพระราชดำเนินตามขบวนพระบรมศพ โดยทรงโบกพระหัตถ์ให้แก่ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ ยังความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรที่ต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” กึกก้องไปทั่วบริเวณ บางคนถึงกับร่ำไห้ด้วยความตื้นตันใจที่เห็นพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง

น้ำตานองแผ่นดินกราบส่งเสด็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างทางที่ขบวนรถอัญเชิญพระบรมศพเคลื่อนผ่าน พสกนิกรที่มาเฝ้ารออยู่สองข้างทาง ต่างก็ตกอยู่ในอาการโศกเศร้า หลายคนเกิดความรู้สึกสะเทือนใจจนถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ บ้างก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น บางคนก็พนมมืออธิษฐานจิตพร้อมทั้งน้ำตา เมื่อขบวนรถเคลื่อนผ่าน เนื่องจากความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศในครั้งนี้

เชิญพระบรมศพขึ้นบรรทมที่พระแท่น

เวลา 17.00 น. ขบวนรถเชิญพระบรมศพเคลื่อนเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง รถพยาบาลเชิญพระบรมศพเทียบด้านในประตูพรหมโสภา ตรงกับบันไดพระที่นั่งพิมานรัตยา ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญพระบรมศพโดยเปลพยาบาลขึ้นสู่พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมศพ เมื่อเชิญพระบรมศพเข้าในพระที่นั่งพิมานรัตยา ถึงที่พระแท่นสรงพระบรมศพ นายแพทย์และพยาบาลเชิญพระบรมศพขึ้นบรรทมที่พระแท่น ซึ่งปูลาดด้วยพระยี่ภู่ เพื่อเตรียมการสรงน้ำพระบรมศพ จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ พระที่นั่งราชกรัณยสภา

ถวายสรงน้ำพระบาทพระบรมศพ

ต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งราชกรัณยสภา ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จฯ ขึ้นทางบันไดพระที่นั่งพิมานรัตยา (เสด็จเข้าในพระฉาก) ซึ่งพระบรมศพบรรทมอยู่บนพระแท่น จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์จากเจ้าพนักงาน ถวายสรงที่พระบาทพระบรมศพ (เป็นการส่วนพระองค์) กราบถวายบังคมพระบรมศพ จากนั้นทรงรับหม้อน้ำพระสุคนธ์ โถน้ำขมิ้นและโถน้ำอบไทยจากเจ้าพนักงานสนมพลเรือน ถวายสรงที่พระบาทพระบรมศพ จากนั้นทรงหวีเส้นพระเจ้าขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วหวีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วหักพระสางนั้น วางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่ (ในขณะนั้นพนักงานประโคมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางศ์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารปืนใหญ่ยิ่งถวายพระเกียรติ นาทีละ 1 นัดตลอดเวลา)

ย้ายพระบรมศพลงพระหีบ

ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญพระหีบพระบรมศพมาเทียบที่พระแท่นบรรทมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และ ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์ราชกัญญาสิริโสภาพรรณวดี ประทับทอดพระเนตรการย้ายพระบรมศพลงพระหีบ (แพทย์ พยาบาล ที่ถวายงาน ถวายการจัดแต่งผ้าคลุมพระองค์และจัดพระบรมศพให้เป็นที่เรียบร้อยสมพระเกียรติ)

เจ้าพนักงานถวายซองพระศรี บรรจุดอกบัวและธูปเทียน ทรงวางซองพระศรี บรรจุดอกบัวและธูปเทียน แล้วพระราชทานคืนเจ้าพนักงาน ทรงรับและทรงวาง แผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ แล้วพระราชทานคืนเจ้าพนักงาน ทรงรับพระชฎาห้ายอด ทรงวางข้างพระเศียรแล้วพระราชทานคืนเจ้าพนักงาน

เชิญพระหีบพระบรมศพขึ้นประดิษฐาน

จากนั้นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 10 นาย เชิญพระหีบพระบรมศพ มีตำรวจหลวงนำ 4 นาย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมศพ ประทับยืนที่หน้าพระราชอาสน์ (ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เชิญพระหีบพระบรมศพ ขึ้นประดิษฐานบนพระเแท่นแว่นฟ้าหลังพระแท่นสุวรรณเบญจดล เสร็จแล้ว ทหารปืนใหญ่หยุดยิงถวายพระเกียรติ) ประทับพระราชอาสน์ ก่อนเสด็จฯ ไปทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระบรมโกศพระบรมศพ (ขณะนั้นพนักงานประโคม มโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 10 รูปในจำนวน 100 รูป ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์)

สมเด็จพระบรมฯทรงทอดผ้าไตร

จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ (เจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร (เที่ยวแรก) (พระสงฆ์สดับปกรณ์) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก (พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ออกจากพระที่นั่งแล้ว เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีกเที่ยวละ 10 รูป จำนวน 9 เที่ยว ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์) เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร (พระสงฆ์สดัลปกรณ์) ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 9 เที่ยว

เสด็จฯกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงกราบพระพุทธรูปที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นเศวตฉัตร จากนั้นเสด็จฯ ไปที่หน้าพระบรมโกศพระบรมศพ ทรงกราบ ทรงรับการถวายการเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ ผ่านแถวข้าราชการ ผู้มาเฝ้าฯ ไปที่พระแท่นเตียงพระพิธีธรรม ด้านตะวันออกและด้านตะวันตก ณ มุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียน เครื่องบูชากระบะมุขที่หน้าเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทลงทางบันไดมุขกระสันทางทิศเหนือ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว เสด็จฯ กลับ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

แผ่นดินไหว 7.5 เขย่าเวเนซุเอลา อาคารถล่มหลายแห่ง เร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

รัฐบาลชวนผู้ประกันตนโสดรักษาสิทธิ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า

นุ้ย สุจิรา สุดอาลัย แจ้งข่าวเศร้าสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รัก

กังวลหุ้นกู้เสี่ยงสูง ครึ่งปีหลังครบยืดหนี้4,903ล้าน

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved