วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
เสด็จสวรรคต/สิริพระชมมพรรษาปีที่93
สมเด็จพระพันปีหลวง
ทั่วไทยส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
พสกนิกรเฝ้าแน่นรพ.จุฬาฯ
เคลื่อนพระบรมศพ26ต.ค.
กลับสู่พระบรมมหาราชวัง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต
ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93 พสกนิกรเฝ้าแน่นรพ.จุฬาฯ เคลื่อนพระบรมศพกลับพระบรมมหาราชวัง 26 ตุลาคม
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 01.58 น. สำนักพระราชวัง ออกประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ความว่า “ตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2562 เพื่อติดตามพระอาการทางระบบต่าง ๆ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น ในช่วงที่ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรหลายครั้ง และคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปรกติทางระบบต่างๆ ทำให้คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต แม้ว่าคณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับถึงวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21.21 น. เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วย พระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวัง จัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันสวรรคตเป็นต้นไป”
ประชาชนถวายความอาลัย
สำหรับบรรยากาศ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าว เสด็จสวรรคต ได้แต่งกายด้วยชุดสีดำพร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระพันปีหลวง” มาร่วมถวายความอาลัยที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาฯ
โดย นางลาวัลย์ พฤกษ์ประมูล อายุ 83 ปี ชาวบางนา กรุงเทพฯ กล่าวว่า วันนี้ตนจะเดินทางมาพบแพทย์ที่คลินิกนอกเวลาอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลา 06.00 น.ทราบข่าวว่า “สมเด็จพระพันปีหลวง” เสด็จสวรรคต รู้สึกเสียใจมาก จึงใส่ชุดดำมาถวายความอาลัย เราเป็นคนรักสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านตลอด และติดตามพระราชกรณียกิจตลอด และต้องดูข่าวสำนักพระราชวังทุกวัน
“พอทราบข่าวว่าพระพันปีหลวง เสด็จสวรรคต รู้สึกอึ้งตกใจมากมีความรู้สึกอยากร้องไห้ เพราะท่านทำความดีให้กับประชาชน ท่านช่วยประชาชนอยู่ตลอดในชีวิตของพระองค์ท่าน นอกจากนั้น พระโอรส พระธิดาของพระองค์ท่านก็ช่วยท่านตลอด ถือว่าเป็นบุญของประเทศไทยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์คอยดูแลช่วยเหลือประชาชน ที่ผ่านมาตนก็น้อมนำคำสอนของพระองค์มาสอนหลาน ขอให้ดูพระราชกรณียกิจ ของพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง พระองค์ท่านทำความดี เพื่อประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ และในฐานะที่ตนเป็นคุณครูก็ พยายามเด็กๆ สอนนักเรียน ให้ซาบซึ้งในสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวัน และในการทำงานด้วย”
มุ่งหน้าสู่รพ.จุฬาฯ
นางมณฑิรา คุ้มครอง อายุ 57 ปีชาวบางคอแหลม กรุงเทพฯ กล่าวว่าตนทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อเวลา 04.00 น. ซึ่งก่อนหน้านั้นคิดว่าเป็นข่าวปลอม แต่หลังจากนั้นก็ได้รับการยืนยันจากกลุ่มเพื่อนทางโทรศัพท์ว่าเป็นข่าวจริงให้รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาฯทันที
“พอทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจมากทำอะไรไม่ถูก เพราะเราเคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์มาก ครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มาก เดือนตุลาเป็นเดือนที่เราสูญเสีย” นางมณฑิรา กล่าว
นางมณฑิรา กล่าวต่อว่า ตนจะมีกลุ่มเพื่อนที่คอยแจ้งหมายกำหนดการเสด็จฯ และมักจะไปร่วมเฝ้าฯรับเสด็จบ่อยครั้ง ซึ่งการที่ได้ไปชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด รู้สึกเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจและรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยทั่วประเทศที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ แม้จะเป็นหน้าที่เล็กๆ แต่รู้สึกยิ่งใหญ่เหลือเกินในหัวใจ” นางมณฑิรากล่าวเสียงสั่นเครือ
ทั้งนี้ นางสาวมณฑิรา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนได้น้อมนำคำสอนมาประพฤติปฏิบัติเป็นคนดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพันปีหลวง และจะน้อมนำคำสอนของพระองค์ไปบอกกล่าวลูกหลานให้รักประเทศชาติและรักในสถาบันพระมหากษัตริย์
ขณะที่ นางวีณา รันดาเว อายุ 70 ปี เดินทางมาพร้อมบุตรชาย เพื่อมาแสดงความอาลัย กล่าวว่า ตนผ่าตัดดวงตาและกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ได้ข่าวว่าพระพันปีหลวงสวรรคตแล้ว ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงให้ลูกชายเปิดทีวีดูข่าว พอทราบว่าเป็นข่าวจริงก็รู้สึกช็อก หลังจากนั้นก็ตั้งสติรีบจัดการตัวเองและเดินทางมา โรงพยาบาลจุฬาฯ ยอมรับว่าเป็นการสูญเสีย ครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศอีกครั้งในเดือนตุลาคม ซึ่ง 9 ปี ที่ผ่านมา คนไทยสูญเสียในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนี้คนไทยสูญเสียแม่หลวง ซึ่งเป็นการสูญเสีย ที่เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในรุ่นของตนที่อายุ 70 ปี
นางวีณา กล่าวถึงความประทับใจสมัยที่ตนยังเด็ก ว่า ตนเคยเฝ้าฯรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ จ.ยะลา ในงานรับช้างเผือก แต่วันนั้นเกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณสถานที่จัดงาน เห็นพระพันปีหลวงยืนขึ้นอารักขาในหลวงรัชการที่ 9 และเมื่อขบวนรถเสด็จฯของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จกลับไปประทับที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงลดกระจกลงและทรงถามว่ามีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดบ้างไหม เมื่อพระองค์ทราบว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บ ขบวนเสด็จก็เลี้ยวไปยังโรงพยาบาล เพื่อเยี่ยมประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ สร้างความประทับใจให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก เป็นความทรงจำเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้วจะไม่ลืมเลือน
เคลื่อนขบวนพระศพ26ต.ค.
ทั้งนี้ นางวีณา ได้กล่าวถวายความอาลัย ว่า “ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ชาติหน้า ชาติไหน
ขอให้พระองค์กลับมาดูแลประชาชนที่รักพระองค์อีกครั้ง บิดาตนเป็นชาวอินเดีย ที่เดินทางมาอาศัยในประเทศไทย อยู่ใต้ร่มพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย รู้สึกอบอุ่นที่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินไทย เพราะไม่มีที่ใดจะอบอุ่นและรักใคร่ปรองดองเท่าแผ่นดินไทยอีกแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ต.ค.2568 เวลา 16.00 น. จะเคลื่อนพระบรมศพ จาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยใช้เส้นทาง ถนนพระราม 4 ถนนอังรีดูนังต์ ถนนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ถนนราชดำเนิน ถนนหน้าพระลาน พระบรมมหาราชวัง
‘สังฆราช’ทรงบำเพ็ญพระกุศล
วันเดียวกัน เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหา สีมาราม ทรงบำเพ็ญพระกุศลทรงสังฆทานอุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 21.21 น. สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นธรรมราชินี ผู้พระราชทานพระบรมราชินูปถัมภ์แก่คณะสงฆ์และกิจการพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนานตลอดพระชนม์ชีพ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานจตุปัจจัยทำนุบำรุงคณะสงฆ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม อย่างต่อเนื่องเป็นเนืองนิตย์ เช่นได้พระราชทานพระราชทรัพย์ก่อตั้งทุน “นิธิกิติยากรศาสนูปถัมภ์” ไว้ในนิธิวัดราชบพิธ สำหรับนำดอกผลบำรุงพระภิกษุสามเณรด้วยปัจจัยสี่และเป็นคิลานปัจจัยสำหรับพระภิกษุสามเณรอาพาธ โอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมด้วยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน จึงพร้อมเพรียงกัน ทรงบำเพ็ญพระกุศลและบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
จิตอาสาช่วยดูแลประชาชน
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กทม. นายฝันเด่น จรรยาธนากร หรือเล็ก ฝันเด่น นักแสดงชื่อดัง ในฐานะตัวแทนจิตอาสา “กลุ่มใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” สวมเครื่องแบบจิตอาสาพระราชทาน เดินทาง มาสำรวจพื้นที่บริเวณที่ประชาชนร่วมถวายอาลัยต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง บริเวณอาคารภูมิมังคลานุสรณ์ เพื่อเตรียมจัดจุดบริการน้ำดื่ม และอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาร่วมถวายอาลัยฯ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่าทางกลุ่มฯได้หารือกันว่าจะนำน้ำดื่มมาบริการประชาชน ตนจึงเป็นตัวแทนของทีมมาติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบจุดที่จะสามารถบริการน้ำดื่มแก่ประชาชนได้ และเตรียมจัดจุดบริการฯ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้สำรวจพื้นที่ตามเส้นทางที่จะมีการเคลื่อนพระบรมศพฯ จากโรงพยาบาลจุฬาฯไปยังพระบรมมหาราชวัง น่าจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมถวายอาลัยเป็นจำนวนมาก เหมือนเมื่อ 9 ปี ที่แล้วที่โรงพยาบาลศิริราช ขณะที่จุดอื่นๆ ตามเส้นทาง คาดว่าหลายหน่วยงานจะเริ่มดำเนินการอำนวยความสะดวกประชาชน โดยเฉพาะในวันที่ 26 ตุลาคม น่าจะมีประชาชนจำนวนมากมาร่วมรับเสด็จส่งเสด็จเพื่อถวายอาลัย
“หลังจากมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ผมรู้สึกใจหาย แม้เราจะผ่านเหตุการณ์มามากมาย แต่สำหรับเหตุการณ์เสด็จสวรรคตของสมเด็จฯพระพันปีหลวง ในกลุ่มฯของผม รวมถึงพสกนิกรชาวไทยรู้สึกเศร้าโศกเสียใจไปพร้อมๆกัน ดังนั้นในวาระนี้เราจะดูแลแขกของพระองค์ท่านให้ดีที่สุด” เล็ก ฝันเด่น กล่าว
กทม.ทำความสะอาดถนน
เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานกรุงเทพมหานคร ได้นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดที่บริเวณถนนอังรีดูนังต์ หน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รวมถึงตามเส้นทางที่จะเคลื่อนพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากโรงพยาบาลจุฬาฯ มายังพระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ในวันที่ 26ต.ค. เวลาประมาณ 16.00 น. โดยเคลื่อนจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้ายถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยวขวาออกถนนพระราม 4 (แยกสามย่าน) เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท (แยกพญาไท) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่าน 901 แลนด์ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าสู่จุดพระบรมมหาราชวัง
กษัตริย์จิกมีถวายอาลัย
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ถวายความเสียพระราชหฤทัยถึงการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ได้ทรงโพสต์เฟซบุ๊ก“His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck” ที่มีผู้ติดตาม 7.6 แสนคน พร้อมข้อความ พระองค์และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ขอถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่รักของชาวไทย
พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาและปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดพระชนมพรรษา เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของสังคมและอนุรักษ์วัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนนับไม่ถ้วน พระองค์จะทรงเป็นที่เคารพรักและทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนต่อไปประชาชนชาวภูฏานขอร่วมไว้อาลัยกับประชาชนชาวไทยต่อการสูญเสียครั้งใหญ่นี้และแสดงความเคารพต่อคุณูปการที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้