วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 16.15 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พระราชทานพระราชวโรกาสให้ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล รองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 ซึ่งนับเป็นผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลรายที่ 99 และ 100 เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568
สาขาการแพทย์ ได้แก่ นายแพทย์เทอร์รี ดีน คิง จากสหรัฐอเมริกา แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ มีความสนใจเรื่องการรักษาแบบรุกล้ำน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขความผิดปกติของหัวใจพิการแต่กำเนิดโดยไม่ต้องรับการผ่าตัด ผลงานวิจัยและประสบการณ์ทางคลินิกของท่านเป็นการวางรากฐานให้แก่การพัฒนาแนวทางการรักษาโรคหัวใจที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในปี พ.ศ.2518 นายแพทย์คิงและคณะ ได้ทำการรักษาผู้ป่วยที่มีรูรั่วของผนังกั้นหัวใจช่องบนรายแรกได้สำเร็จ โดยใช้อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่เป็นรูปร่มขนาดเล็ก ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ King-Mills Cardiac Umbrella อุปกรณ์นี้ถือเป็นนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจแบบไม่ต้องผ่าตัดเปิดทรวงอก โดยใช้วิธีใส่อุปกรณ์ผ่านสายสวนหลอดเลือดดำเพื่อปิดรูรั่วของหัวใจ การรักษาด้วยอุปกรณ์ดังกล่าวช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ ลดระยะเวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์การรักษาโรคหัวใจ ที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมและการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ และถือเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีการรักษาแบบรุกล้ำน้อย นายแพทย์คิงยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมให้ประเทศรายได้น้อยถึงปานกลางเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยได้อย่างเท่าเทียม ผลงานความเป็นเลิศในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ และผลงานที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิดทั่วโลก ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาแบบรุกล้ำน้อย เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของมวลมนุษย์ได้หลายร้อยล้านคนทั่วโลก
สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์ จากสหรัฐอเมริกา ผู้บุกเบิกคนสำคัญในสาขาระบาดวิทยาทางโภชนาการยุคใหม่มีบทบาทสำคัญในโครงการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับอาหาร การดำเนินชีวิต และโรคเรื้อรัง ผลงานวิจัยของท่านได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจในด้านโภชนาการอย่างมาก และมีส่วนผลักดันการปรับเปลี่ยนนโยบายสาธารณสุขที่สำคัญในระดับนานาชาติ หนึ่งในผลงานสำคัญคือการพบหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นครั้งแรกว่าการบริโภคไขมันทรานส์ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหลอดเลือดหัวใจ ผลการค้นพบนี้นำไปสู่การออกข้อบังคับห้ามใช้ไขมันทรานส์ในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้แก่องค์การอนามัยโลกในการจัดตั้งโครงการเพื่อขจัดไขมันทรานส์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจได้กว่า 250,000 รายต่อปี นอกจากนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์วิลเล็ตต์ได้หักล้างความเชื่อที่มีมาอย่างยาวนานว่าไขมันทุกชนิดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยชี้ให้เห็นว่า คุณภาพของไขมันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าปริมาณไขมันทั้งหมดที่บริโภค งานวิจัยของท่านยังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลในปริมาณมาก โดยพบว่าอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ผลการศึกษาของศาสตราจารย์นายแพทย์วิลเล็ตต์ได้ย้ำหลักการสำคัญที่ว่า โรคเรื้อรังส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยการปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการดำเนินชีวิต ในปี พ.ศ.2562 ศาสตราจารย์นายแพทย์วิลเล็ตต์ ได้เสนอแนวคิด “อาหารเพื่อสุขภาพของโลก” ซึ่งสามารถลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้มากถึงร้อยละ 30 หรือเทียบเท่ากับการช่วยชีวิตมนุษย์ได้กว่า 15 ล้านคนต่อปี คุณูปการอันล้ำค่าและผลงานที่ก้าวล้ำในการวิจัยด้านโภชนาการ ได้ส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชากรโลกและการกำหนดนโยบายสาธารณสุขเพื่อการป้องกันโรค ก่อประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยนับร้อยล้านคนทั่วโลก

โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัส ความว่า "ในการดูแลรักษาผู้ป่วยนั้น ต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างลึกซึ้งและครอบคลุม เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมในการรักษาโรค และการค้นพบเหตุปัจจัยของโรค อันจะทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ ดังเช่น ผลงานของนายแพทย์เทอร์รี ดีน คิง ที่ได้ศึกษาพยาธิสภาพและพยาธิสรีรวิทยาของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด แล้วสร้างนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจ โดยส่งอุปกรณ์รูปร่มขนาดเล็กไปตามสายสวนหลอดเลือดดำ เพื่อปิดรูรั่วของหัวใจ แทนการผ่าตัด และผลงานของศาสตราจารย์ นายแพทย์วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์ ที่ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับสุขภาพและโรคเรื้อรัง ทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจและเบาหวานได้ ด้วยการปรับปรุงพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการดำเนินชีวิต ผลงานของทั้งสองท่าน มีคุณูปการต่อมวลมนุษชาติอย่างสูงยิ่ง ทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยพัฒนาความก้าวหน้าขององค์ความรู้ทางการแพทย์และการสาธารณสุข อำนวยประโยชน์แก่การดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของชาวโลกเป็นอเนกประการ จึงขอแสดงความชื่นชมยินดีกับทั้งสองท่าน ที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 และขอให้ท่านมีกำลังกายกำลังใจที่จะปฏิบัติงานสร้างสรรค์ความดีความเจริญให้แก่โลกของเราสืบไป"
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล, ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ
ต่อมาในเวลา 17.30 น.สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ ท้องพระโรงใหญ่ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในการพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2568 ด้วย