วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ของแมนซิตี้ กำลังจะวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 เหนือ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์
สถานการณ์การดวลแข้งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ยังคงเปี่ยมไปด้วยความดุเด็ดเผ็ดมันและเข้มข้นอย่างมาก หลังจากผ่านการเตะสัปดาห์ล่าสุดซึ่งถือเป็นแมทช์เดย์ที่ 35 ของซีซั่นนี้ ปรากฏว่าภาพของการลุ้นแชมป์เริ่มชัดเจนขึ้น เช่นเดียวกับการตีตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วนการตกชั้นยังคงสู้กันสนุกหลังจากพลิกผันเป็น เอฟเวอร์ตันที่หนีโซนอันตราย แล้วส่งให้ ลีดส์ หล่นลงไปกองอยู่แทน
n The title Race
“เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ มีโอกาสในการป้องกันแชมป์ หลังจากยำใหญ่นิวคาสเซิ่ล 5-0 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ผ่าน 35 นัด 86คะแนนนำ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 3 แต้ม และประตูได้เสียดีกว่าแล้ว 4 ลูก โดยโปรแกรมนัดต่อไปของทั้งสองทีมจะเล่นกลางสัปดาห์นี้ เป็นนัดที่ 36
ภายหลังคว้าชัยนัดสำคัญ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมากล่าวสุดกร่างว่า ทุกคนในประเทศนี้สนับสนุน ลิเวอร์พูล, สื่อและทุกคน แน่นอนเพราะ ลิเวอร์พูลมีประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งในการแข่งขันในยุโรปไม่ใช่ในพรีเมียร์ลีก เพราะพวกเขาได้แชมป์หนเดียวใน 30 ปี...หลังสุด!!!!
“แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาเลย สถานการณ์คือสิ่งที่มันเป็น เราต้องได้ 9 แต้ม หรืออาจจะ 6 มันขึ้นอยู่กับ 2 เกมถัดไปและผลต่างประตู ตอนนี้เกมวันพุธที่วูล์ฟส์ คือนัดชิงชนะเลิศที่แท้จริงสำหรับเราและโชคชะตาของเราคือ มันอยู่ในมือของเรา”
เป๊ประบุต่อไปว่า ปัญหาของทีมในตอนนี้คือ 3 กองหลังค่าตัวแพงบาดเจ็บทั้งหมด ประกอบด้วย รูเบน ดิอาส, ไคล์ วอล์คเกอร์ และจอห์น สโตนส์ เจ็บหนักพักทั้งซีซั่นอย่างแน่นอนแล้ว แถมยังต้องเช็คฟิตนาธาน เอเก้ ว่า จะลงได้หรือไม่ในวันพุธนี้ที่มิดแลนด์ ได้หรือไม่
ขณะที่เกมวันอังคารนี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่สะดุดในเกมล่าสุดจะบุกไปเยือนถิ่น วิลล่า พาร์ค ของ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่าในเวลา 02.00 น.
“สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า รั้งอันดับ 11 ของตารางด้วยการมี43 คะแนน สถานการณ์ลอยตัวไม่ได้ลุ้นอะไรแล้ว เกมนี้กุนซือ สตีเว่นเจอร์ราร์ด จะไม่มี เลออน ไบลีย์ และคอร์ตนีย์ เฮ้าส์ ที่มีอาการบาดเจ็บ ส่วน จาค็อบ แรมซี่ย์ ต้องเช็คความฟิต อาจจะต้องดันเอา คัลลั่ม แชมเบอร์ส ขึ้นมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ พร้อมขยับ ดั๊กลาส ลุยซ์ ไปเชื่อมเกมร่วมกับ จอห์น แม็คกินน์ ส่วนแนวรุกอาจจะดร็อป ฟิลิปเป้คูตินโญ่ เปิดโอกาสให้ เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย ลงปั้นเกมสนับสนุนคู่หัวหอก แดนนี่ อิงค์ส และโอลลี่ วัตกิ้นส์
ฟากทีมเยือน “หงส์แดง” เพิ่งผิดหวังกับการได้เพียงเสมอกับ สเปอร์ส 1-1 โอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เลือนลางจางลงไป เกมนี้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีปัญหาอะไรต้องกังวล แต่อาจจะหมุนเปลี่ยนผู้เล่นตามความเหมาะสม ยึดระบบการเล่น 4-3-3 นาบีเกอิต้า คุมแดนกลางร่วมกับ ฟาบินโญ่ และธีอาโก้ อัลคันทาร่า แนวรุกพัก หลุยส์ ดิอาซ ส่ง ดีโอโก้ โชต้า ลงมาประสานงานกับ โมฮาเหม็ดซาลาห์ และซาดิโอ มาเน่
สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 เกมหลังสุด ไม่เคยจบลงด้วยผลเสมอ ลิเวอร์พูล เอาชนะได้ 4 ส่วน วิลล่า ชนะ 1 ซึ่งเป็นเกมที่พวกเขาเคยถล่ม 7-2
n Road to Europe
“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดแพ้ ไบรท์ตันไปอย่างขาดลอย 0-4 ทำให้พวกเขาพลาดตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีก แน่นอนแล้ว ยังผลให้ทีมที่ได้ลุ้นมีอยู่ 3 ทีม นั่นก็คือ “สิงห์บลูส์” เชลซี ที่เตะไป 35 นัด มี 67 แต้ม, “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล 35 นัด มี 66 แต้ม และ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส 35 นัด 62 แต้ม
เชลซี เพิ่งพลาดทำแต้มหกคารังเมื่อถูก วูล์ฟส์ ไล่ตีเสมอ 2-2 ในช่วงทดเวลา จะต้องดวลกับ ลีดส์ ในกลางสัปดาห์นี้ ขณะที่อาร์เซนอล ที่เฉือน ลีดส์ มาได้ 2-1 มีลุ้นถึงอันดับที่ 3 แต่นัดต่อไปจะต้องเจอกันเองกับ สเปอร์ส ที่ได้เพิ่มมา 1 แต้ม แม้จะเป็นแต้มใหญ่จากแอนฟิลด์ แต่ถูกวิจารณ์เรื่องแท็กติกที่ควรจะเอาชนะมากกว่าเล่นเกมรับเป็นหลัก ซึ่งเกมนอร์ทลอนดอน ดาร์บี้ พวกเขาจะได้เล่นในบ้าน
ขณะที่โควตายูโรป้า ลีก อีก 1 ที่น่าสนใจอย่างมาก หลังจาก แมนยูฯ มี 58 นัด และเหลือแค่เกมเดียวในปีนี้ ถูก “ขุนค้อน” เวสต์แฮมที่บุกไปยำ นอริช 3-0 ไล่จี้มาเหลือ 3 แต้ม แถม เวสต์แฮม มีเกมในมืออีก 1 นัด ส่วนที่ตามมาห่างๆ ในพื้นที่ยูโรป้า คอนเฟเรนซ์ ก็คือ วูล์ฟส์ ที่เตะไป 35 นัด มี 50 แต้ม ตาม เวสต์แฮม อยู่ 5 คะแนน
n Rock Bottom
“ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน กลับมากุมชะตาตัวเองได้หลังจากชนะที่บุกไปเอาชนะ “จิ้งจอกน้ำเงิน” เลสเตอร์ 2-1 บวกกับ ลีดส์ไปแพ้ อาร์เซนอล 1-2 และเบิร์นลี่ย์ ก็พังคาบ้านให้กับ วิลล่า 1-3
เอฟเวอร์ตัน หนีจากอันดับ 18 พรวดเดียวมาอยู่ที่ 16 ด้วยการมี 35 คะแนน เหนือ เบิร์นลี่ย์ กับ ลีดส์ ไปทีมละแต้ม แต่สำคัญสุดๆก็คือพวกเขายังมีเกมถือในมืออีก 1 นัด โดยกลางสัปดาห์นี้พวกเขาจะไปเตะนัดตกค้าง ไปเยือน วัตฟอร์ด ที่เพิ่งตกชั้นอย่างเป็นทางการไปแล้ว หลังจากแพ้ คริสตัล พาเลซ 0-1
ขณะนี้ทีมตกชั้นคือ วัตฟอร์ด และนอริช ซิตี้ เหลืออีก 1 โควตาที่จะต้องร่วงลงไป
n Back to the Top
การดวลแข้ง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ หรือดิวิชั่น 2 จบซีซั่นเป็นที่เรียบร้อย โดยทีมที่เลื่อนชั้นมีไปแล้ว 2 ทีม นั่นคือ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม เตะ 46 นัด มี 90 แต้มคว้าแชมป์ไปครองและกลับมาพรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งยงใช้เวลาปีเดียวเท่านั้นในการคืนชีพ
อีกทีมที่เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ ก็คือ “เดอะ เชอร์รี่ส์” บอร์นมัธที่กลับมาอีกครั้ง หลังจากร่วงไป 2 ปี ด้วยการมี 88 แต้ม
ทีนี้เหลืออีก 1 ที่ ซึ่งจะต้องเตะแบบอัตโนนาโถ ไม่มีอัตโนมัติให้ได้ลุ้นแล้ว
ประกอบด้วย “เดอะ เทอร์เรียส์” ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทะยานมายึดอันดับ 3 ได้สำเร็จ มีลุ้นกลับมาลีกสูงสุดตั้งแต่ปี 2019 ตามด้วย อันดับ 4 “สิงห์สั่งป่า” น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่เกือบมีลุ้นแบบอัตโนมัติด้วยซ้ำ ทั้งที่ 21 เดือนกันยายน ปีที่แล้ว ยังจมบ๊วยอยู่ด้วยซ้ำ โดยพวกเขาตกชั้นมาตั้งแต่ปี 1999 ได้ลุ้นเพลย์ออฟหนแรกในรอบ 11 ปี
อันดับ 5 “ดาบคู่สู้สิบทิศ” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ขยี้แชมป์ส่งท้ายได้สิทธิ์ลุ้นกลับมาลีกสูงสุดในปีเดียว และปิดท้ายด้วยอันดับ 6 สิงห์สนามหญ้าเทียมในอดีต “เดอะ แฮตเตอร์” ลูตัน ทาวน์ สิงห์สนามหญ้าเทียม ตกชั้นจากลีกสูงสุดไปตั้งแต่ปี 1991-92 กลับมาได้ลุ้นคืนสู่ลีกสูงสุดหนแรกในยุคพรีเมียร์ลีก
โปรแกรมเพลย์ออฟ ฮัดเดอร์สฟิลด์ พบกับ ลูตัน ทาวน์ และฟอเรสต์ ฉะ เชฟฯยูไนเต็ด
ส่วนทีมที่ต้องโบกมือลา นั่นคือ “ไอ้ตูบ” บาร์นสลี่ย์ ที่บานทะโล่จมบ๊วย กอดคอไปพร้อมกั “ไอ้หัวแกะ” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ที่เจ็บปวดจากการบริหารงาน โอกาสขึ้นลีกสูงสุดมีอยู่เมื่อ 3 ปีก่อนแท้ๆ ตอนนี้ต้องไปเล่นลีกระดับ 3 ในปีหน้า ส่วนอีกทีมคือ ปีเตอร์โบโร่
ดาราซัลโว คือ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ของฟูแล่ม 43 ประตู และโดมินิค โซลันกี้ ของบอร์นมัธ 29 ประตู
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี