วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
มติสว.เปิดทางทรัมป์ขยี้ต่อ
มะกันรุกฆาต
ประกาศถล่มยึด‘อิหร่าน’
จับมือยิวโหมโจมตีเตหะราน
ยิงตอร์ปิโดจมเรือรบตายอื้อ
สงครามแผ่เข้าน่านน้ำสากล
สหรัฐ-อิสราเอลเดินหน้าโจมตีทางอากาศทำลายเป้าหมายทางทหารในอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 อีกทั้ง กองทัพมะกันยังยิงตอร์ปิโดโจมตีเรือรบอิหร่านจมอีกลำในมหาสมุทรอินเดีย พร้อมประกาศแผนโจมตีรุกคืบลึกเข้าไปในอิหร่าน ส่วนรบ.เตหะรานไม่กลัวน้ำร้อนยิงขีปนาวุธ-โดรนกว่า 2.5 พันลำ ถล่มฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคอาหรับและอิสราเอลเอาคืน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด รบ.อิหร่านประกาศเลื่อนพิธีอำลาศพผู้นำสูงสุดไม่มีกำหนด
สหรัฐฯ และอิสราเอลเดินหน้าโจมตีทางอากาศทำลายเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เน้นเป้าหมายเกี่ยวข้องกับสถาบันระดับสูง อาคารที่พักเจ้าหน้าที่ในกรุงเตหะรานทำให้สถานการณ์สู้รบตึงเครียดเป็นวันที่ 6 นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังยิงตอร์ปิโดจมเรือรบของอิหร่านด้วยขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนกว่า 2,500 ลำ ไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวอาหรับและเป้าหมายในอิสราเอล รวมถึงมีรายงานโดรนโจมตี ใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯในนครดูไบด้วย
สหรัฐ-อิสราเอลลุยถล่มอิหร่านไม่ยั้ง
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า อาคารพักอาศัยโบรูเจอร์ดี ในกรุงเตหะรานถูกโจมตีทางอากาศช่วงเที่ยงวันพุธตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งและต้องอพยพคนออกจากอาคารที่พักอาศัยเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะพังถล่ม
โดย Vantorบริษัทซอฟต์แวร์ในสหรัฐฯแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมเห็นความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศทั่วอิหร่าน นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดปฏิบัติเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านมากกว่า 40 คน
เช่นเดียวกับ ศูนย์บัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM)แพร่ภาพการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อยานยนต์ทหารและยุทโธปกรณ์ทางทหารของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ Epic Fury ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯแพร่วิดีโอการยิงขีปนาวุธจากเรือพิฆาตยูเอสเอส เบนบริดจ์ ที่ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี รวมถึงภาพเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ที่บินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอสเจอรัลฟอร์ด ช่วงที่กองกำลังของสหรัฐฯ กำลังปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ด้านกองทัพอิสราเอลแพร่ภาพฝูงบินรบของกองทัพอากาศที่เดินทางมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน
ยิงตอร์ปิโดจมเรือรบไอริสของอิหร่าน
ขณะเดียวกันนายพีธเฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯแถลงยืนยันว่า เรือดำน้ำสหรัฐฯยิงตอร์ปิโดจมเรือรบไอริส เดนา (IRIS Dena) ของอิหร่านนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของศรีลังกาถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองที่เรือดำน้ำอเมริกันจมเรือข้าศึกด้วยตอร์ปิโด โดยกองทัพเรือศรีลังกาเข้าช่วยเหลือหลังได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเช้าวันพุธ พบผู้เสียชีวิตบนเรือ 87 ราย และช่วยชีวิตลูกเรือได้ 32 ราย ยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 60 ราย เรือลำนี้กำลังเดินทางกลับจากอินเดียหลังเข้าร่วมงานสวนสนามทางเรือ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากอ่าวเปอร์เซียหลายพันกิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯพร้อมทำลายกองทัพเรืออิหร่านทุกที่ทั่วโลก ถึงขณะนี้กองทัพสหรัฐฯทำลายเรือรบอิหร่านไปแล้วมากกว่า 20 ลำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายร้อยลูกและส่งโดรนพิฆาตมากกว่า 1,000 ลำเข้าไปโจมตีอิสราเอลและเป้าหมายในประเทศอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ มีโดรนลำหนึ่งถูกยิงตกและพุ่งชนอาคารที่พักใกล้กับสนามบินเออร์บิลทำให้ตัวอาคารและรถยนต์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ
มะกันยกระดับโจมตียึดอิหร่านทั้งปท.
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แคโรไลน์เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯเปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯจะควบคุมน่านฟ้าอิหร่านทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่ช้า พร้อมเสริมว่าปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่มีแผนส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่อิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ กล่าวว่าเป็นตัวเลือกในอนาคต
ด้านแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯกล่าวว่า กองกำลังสหรัฐฯจะเริ่มต้นโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่านมากขึ้นเป็นลำดับตามการขยายขอบเขตปฏิบัติการ
ส่วนกองกำลังป้องกันอิสราเอลเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า อิหร่านและกลุ่มฮิซบอลลอฮ์ในเลบานอนได้โจมตีอิสราเอลร่วมกันเป็นครั้งแรก ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
รบ.อิหร่านเลื่อนพิธีศพผู้นำสูงสุด
อีกด้านหนึ่ง มีความเคลื่อนไหวหลังรัฐบาลอิหร่านเตรียมจัดพิธีอำลาศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะร่างของผู้นำสูงสุด ที่อาคารละหมาดอิหม่ามโคไมนี ตั้งแต่เวลา 22.00 น. คืนวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 01.30 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาในประเทศไทย แต่เนื่องจากประชาชนจำนวนมหาศาลทั่วประเทศที่ต้องการเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน ทำให้จำเป็นต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมรองรับฝูงชน
การเลื่อนพิธีเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงจากกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านแล้วกว่า 1,000 ราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านไม่ได้ระบุเหตุผลโดยตรงว่าการเลื่อนพิธีเชื่อมโยงกับสถานการณ์สู้รบ และยังไม่มีการประกาศวันที่และเวลาที่แน่นอน แต่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง
เตหะรานอ่วมตายทะลุพันเจ็บครึ่งหมื่น
หน่วยงาน Human Rights Activists News Agency รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนในอิหร่านจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐฯเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,097 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กอย่างน้อย 180 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 5,400 คน พื้นที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีครอบคลุมกว่า 19 จังหวัดทั่วประเทศ โดยกรุงเตหะราน เป็นพื้นที่ที่ถูกโจมตีหนักที่สุด คิดเป็นร้อยละ 38 ของการโจมตีทั้งหมดรองลงมาคือจังหวัดเคอร์มานชาห์และอิสฟาฮานนอกจากนี้ มีรายงานว่าสถานพยาบาลและหน่วยกู้ภัยอย่างน้อย 9 แห่งถูกลูกหลงจากการโจมตีด้วย ทำให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างจำกัด
คว่ำกม.จำกัดอำนาจทรัมป์ทำสงคราม
อีกด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กรุงวอชิงตันกำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองครั้งสำคัญ เมื่อสมาชิกสภาคองเกรสจากทั้ง 2 พรรคการเมืองทั้งรีพับลิกัน และเดโมแครตผลักดันร่างมติอาศัยอำนาจตาม War Powers Resolution เพื่อจำกัดและควบคุมปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ในอิหร่านเพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ และยับยั้งไม่ให้ฝ่ายบริหารขยายขอบเขตของสงครามโดยลำพัง โดยจะบังคับให้ปฏิบัติการทางทหารหรือการสู้รบใดๆในอนาคตต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อน
ปรากฎว่า วุฒิสภาสหรัฐฯลงมติไม่รับญัตติตามกฏหมายWar Powers Act ที่จำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการทำสงคราม โดยวุฒิสมาชิกลงมติด้วยคะแนนเสียงตามแนวทางพรรคแทบทั้งหมด 53 ต่อ 47 เสียง คัดค้านญัตตินี้ ซึ่งเป็นไปตามการคาดหมายอยู่แล้ว เนื่องจากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีทรัมป์ ครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และทรัมป์ยังมีสิทธิยับยั้งหรือวีโต้ ที่จะโจมตีอิหร่านได้ต่อไปนอกจากจะลงมติแย้ง ซึ่งเป็นไปได้ยากมากเพราะต้องใช้เสียงในสภาถึง 2 ใน 3 ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดลงมติเรื่องนี้ในวันนี้เช่นกัน คาดว่าจะมีผลออกมาเช่นเดียวกัน
สำหรับร่างมติดังกล่าวมีเป้าหมายชัดเจนให้ประธานาธิบดีต้องยุติการใช้กำลังทหารเพิ่มเติม เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากรัฐสภาอย่างเป็นทางการ สะท้อนความพยายามของฝ่ายนิติบัญญัติในการยืนยันบทบาทตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจประกาศสงคราม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี