วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
วานนี้ 4 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศกึ่งทางการอย่าง ISNA ของอิหร่านรายงานว่า กองทัพอิหร่านได้ประกาศคำเตือนอย่างแข็งกร้าวว่า พร้อมจะเปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ ดิโมนา (Dimona) หรือศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ชิมอน เปเรส เนเกฟ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอลทันที หากอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินการภายใต้เป้าหมายเพื่อล้มล้างระบอบการปกครองของสาธารณรัฐอิสลาม
คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด หลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล หรือ ปฏิบัติการ Epic Fury ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 5 โดยฝ่ายพันธมิตรระบุว่ามุ่งเป้าไปที่การทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ในขณะที่ท่าทีจากทำเนียบขาวและอิสราเอลเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนในการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองภายในอิหร่าน
.jpg)
ทางด้านสถานการณ์ในอิสราเอล ภูมิภาคเนเกฟซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานดิโมนาถูกยกระดับการป้องกันขั้นสูงสุด เนื่องจากเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกเชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตคลังแสงนิวเคลียร์ของอิสราเอล แม้ว่ารัฐบาลอิสราเอลจะรักษาท่าทีไม่ยืนยันหรือปฏิเสธการมีอยู่ของอาวุธดังกล่าวมาโดยตลอดก็ตาม ขณะที่การโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านก่อนหน้านี้ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลแล้ว 10 ราย และทำให้ประชาชนนับล้านต้องอพยพลงหลุมหลบภัย
ขณะเดียวกัน คาโรลีน เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้แถลงความคืบหน้าของปฏิบัติการ Epic Fury โดยระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเดินหน้ายึดครองน่านฟ้าของอิหร่านอย่างสมบูรณ์ และมุ่งเป้าไปที่การรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อไม่ให้อิหร่านใช้อำนาจปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือรบของอิหร่านไปแล้วกว่า 20 ลำ

นอกจากภารกิจทางทหารแล้ว สหรัฐฯ ยังถูกจับตามองเรื่องความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในอิหร่าน โดยมีรายงานว่าหน่วยข่าวกรองกำลังติดตามการก้าวขึ้นสู่อำนาจของ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุดที่ล่วงลับ ท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจากับกลุ่มกองกำลังท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนการลุกฮือของประชาชนต่อต้านรัฐบาล ซึ่งเลวิตต์ระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาบทบาทของสหรัฐฯ ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดหลังจากสิ้นสุดปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้
แม้ทางด้านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จะออกมายืนยันว่าวัสดุนิวเคลียร์ในอิหร่านยังไม่ได้รับความเสียหายหรือมีรังสีรั่วไหล แต่คำประกาศกร้าวจาก ISNA เรื่องการพุ่งเป้าไปที่โรงงานดิโมนา ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจนำไปสู่สงครามนิวเคลียร์เต็มรูปแบบในภูมิภาคได้ทุกเมื่อ
ขอขอบคุณข้อมูลจา่ก ISNA
ขอขอบคุณภาพจาก google
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี