เตรียมใช้เรืออพยพคนไทย  ทร.งัดแผนสอง

เตรียมใช้เรืออพยพคนไทย ทร.งัดแผนสอง

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เตรียมใช้เรืออพยพคนไทย

ทร.งัดแผนสอง

ถ้ารุนแรงน่านฟ้าถูกสั่งปิด

วันนอร์หนุนท่าทีเป็นกลาง

ผบ.ทร.งัดแผนสอง อพยพคนไทยในอิหร่าน กลับไทย หากสถานการณ์รุนแรงปิดน่านฟ้า ทัพอากาศส่งเครื่องบินไปไม่ได้ ด้าน “วันนอร์”เผยคุยนายกฯ เห็นด้วยไทยวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่พิพัฒน์ เผยรอ200 คนไทยที่อิหร่าน ตัดสินใจเดินทางกลับ เน้นย้ำต้องปลอดภัย

เมื่อวันที่ 5มีนาคม  พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่านว่าในส่วนของการอพยพประชาชนกลับประเทศไทย เบื้องต้นกองทัพอากาศจะเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมการตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนกองทัพเรือได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในประเทศอิหร่าน หากเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงจนไม่สามารถอพยพทางอากาศได้ พร้อมวางแผนสำรองใช้เรือในการเคลื่อนย้ายประชาชน โดยเตรียมแผนรองรับไว้เช่นกัน กรณีที่เกิดสถานการณ์เลวร้ายหรือไม่พึงประสงค์ เช่น มีการปิดน่านฟ้า จนไม่สามารถใช้เครื่องบินในการเคลื่อนย้ายประชาชนได้ ซึ่งกองทัพเรือได้เตรียมแผนสองด้วยการใช้เรือในการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่


พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า จากกรณีที่ รมว.กระทรวงกลาโหมมีนโยบายให้ทุกเหล่าทัพประหยัดพลังงาน ว่ากองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวทันที โดยกิจกรรมหรือภารกิจใดที่สามารถปฏิบัติงานในรูปแบบเวิร์กฟรอมโฮมได้ก็ให้ดำเนินการจากที่บ้าน ส่วนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นสามารถเลื่อนออกไปก่อนได้ก็ให้เลื่อน นอกจากนี้หากมีกิจกรรมที่ต้องเดินทาง ก็ให้ดำเนินการในลักษณะเดินทางร่วมกันหรือคาร์พูล เพื่อลดการใช้พลังงาน โดยสั่งการไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดกองทัพเรือแล้ว เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการตามนโยบายของ รมว.กลาโหม ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ช่วงสายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ว่าในการพูดคุย ได้หารือกันถึงท่าทีของประเทศไทย ในขณะนี้ ซึ่งตนและนายกฯ ต่างมีความเห็นตรงกันว่าการวางตัวเป็นกลาง การเร่งดูแลคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง และการอำนวยความสะดวก ให้ได้กลับมาประเทศไทย เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้

จากนั้นเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคมกล่าวว่า จากการที่นายกฯได้ขอคำแนะนำจากนายวันมูหะมัดนอร์มะทาในสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์มะทา ได้บอกว่าการวางตัวของนายกฯของประเทศไทยเหมาะสมที่สุดเราต้องวางตัวเป็นกลาง

เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์มะทา แนะนำให้ทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ทุกอย่างต้องดูสถานการณ์ที่จะก้าวต่อไปไม่ว่าจะเดินไปในทางที่ดีขึ้นหรือถอยหลังกลับมาในสถานการณ์ที่ไม่ดี ถ้าเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นนายกฯ อาจต้องเชิญนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มาปรึกษาอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ท่านได้แนะนำให้เราทำตัวนิ่งๆ เพื่อรอดูแนวโน้มเหตุการณ์จะไปทิศทางใด

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการรับคนไทย 200 คน จากอิหร่านไปยังที่ตุรกี เพื่อรอเดินทางกลับประเทศไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่าขณะนี้เป็นช่วงการตัดสินใจของผู้ที่จะเดินทางว่าพร้อมหรือไม่ เพราะระยะทางไกล 1,000 กิโลเมตรไม่ได้ง่าย อาจมีด่าน รวมถึงผู้ที่ประสงค์ดีและประสงค์ไม่ดี ซึ่งไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ดูแล้วปลอดภัยที่สุดถึงจะเคลื่อนย้าย

เมื่อถามว่า เครื่องบินที่นำคนไทยกลับมีความพร้อมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่นายกฯ พูด จะใช้เครื่องบินพาณิชย์เหมาลำ ที่บินผ่านน่านฟ้าตุรกี เข้ามาที่ไทยซึ่งค่าใช้จ่ายจะถูกกว่านำเครื่องของทหารอากาศไปรับ จะมีเรื่องของการขออนุญาตและเรื่องความมั่นคง การประกันภัยที่จะยุ่งยากมากกว่า

เมื่อถามย้ำว่า คนที่จะตัดสินใจจะเป็นประชาชนหรือรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่าน จะประเมินและให้ข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรายงานนายกฯ อีกครั้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top