‘Now or Never’ : 22ปีที่‘ปืนใหญ่’รอคอยหรือต้องรอต่อไปอีก?

‘Now or Never’ : 22ปีที่‘ปืนใหญ่’รอคอยหรือต้องรอต่อไปอีก?

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.03 น.

ณ เวลานี้ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล อาจเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยตัวเอง  แต่ภายใต้ความได้เปรียบนั้น กลับกลายเป็นความกดดันที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ และกำลังเริ่มส่งผลให้เห็นความประหม่าเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังอยู่ในเส้นทางที่ยอดเยี่ยม นำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก , ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากคว้าชัยชนะทั้ง 8 นัดในรอบลีกเฟส  ,มีความได้เปรียบจากเลกแรกในรอบรองชนะเลิศคาราบาว คัพ ที่พบกับเชลซี และยังผ่านเข้าสู่เอฟเอ คัพ รอบสี่ได้สำเร็จ


อย่างไรก็ตาม เสียงโห่จากแฟนบอลเกิดขึ้น หลังจากอาร์เซน่อลแพ้เกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความรู้สึกกระวนกระวายใจของแฟนบอลที่กังวลว่าจะพลาดแชมป์อีกครั้ง หลังจากจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ติดต่อกันถึงสามฤดูกาลเข้าไปแล้ว

มิเกล อาร์เตต้า ใช้การแถลงข่าวก่อนเกมกลางสัปดาห์กับไครัต อัลมาตี้ เพื่อเรียกร้องให้แฟนบอล “กระโดดขึ้นเรือลำเดียวกัน”กับทีม และพยายาม “สนุกไปกับเส้นทางลุ้นแชมป์”

จากนั้นก่อนเกมบุกไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อวันเสาร์ กุนซือชาวสเปน ยังคงแสดงจุดยืนเชิงบวกอย่างชัดเจน ในช่วงที่ทีมกำลังมองหาชัยชนะนัดแรกในลีกจาก 4 เกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก

“มันคือการเข้าใจว่าคุณอยู่ตรงไหน แน่นอนว่าเมื่อคุณแพ้เกมหนึ่ง อารมณ์มันถาโถมเข้ามามากมาย กลุ่มนักเตะชุดนี้มีความกระหายสูงมาก พวกเขาต้องการความเป็นเลิศ และเมื่อไปไม่ถึงมาตรฐานนั้น พวกเขาก็จะตั้งคำถามกับตัวเอง หน้าที่ของผมคือการเติมความมองโลกในแง่ดี และย้ำความเป็นจริงว่าตอนนี้เรายืนอยู่จุดไหน”

“เรากำลังทำหลายสิ่งได้ดีมาก และเราควรโฟกัสตรงนั้นเป็นหลัก แน่นอนว่าเราต้องการพัฒนาและทำให้ดีขึ้นในทุกด้าน แต่ก็ต้องทำควบคู่ไปกับความมั่นใจในตัวเอง และความเชื่อว่าเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง”

แต่คำถามคือ ความกังวลใจของแฟนบอลกำลังส่งต่อไปถึงตัวนักเตะหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้น มันจะส่งผลอย่างไรต่อทีม

หนึ่งในประเด็นที่ถูกวิจารณ์เกี่ยวกับอาร์เซน่อลยุคของ อาร์เตต้า คือการขาดดาวยิงที่ชัดเจน แม้ว่าสโมสรจะตัดสินใจทุ่มเงิน 64 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว วิคตอร์ เยอเคเรส  ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่กองหน้ารายนี้ยังไม่สามารถปรับตัวได้อย่างเต็มที่ และยิงได้เพียง 6 ประตูในลีกฤดูกาลนี้

 

แม้จะมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ แต่อาร์เซน่อลยังคงมีสถิติที่น่าประทับใจเมื่อ เยอเคเรส อยู่ในทีม และไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้นที่ประสบปัญหา แนวรุกคนอื่น ๆ ของทีมก็ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดเช่นกัน
-เยอเคเรส ยิงประตูแรกแบบไม่รวมจุดโทษไม่ได้ตลอด 12 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (ยิงเกมเมื่อคืน ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-0)

- บูกาโย่ ซาก้า ยิงไม่ได้ตลอด 13 นัดหลังสุดในทุกรายการ

-  กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ยิงไม่ได้ตลอด 13 นัดหลังสุดในลีก โ

- โนนี่ มาดูเอเก้ ยิงไม่ได้ตลอด 25 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

-เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงได้เพียงประตูเดียวจาก 11 นัดหลังสุดในทุกรายการ

                อาร์เซน่อลเคยเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกในช่วงเวลานี้ของฤดูกาลมาแล้ว 3 ครั้ง แต่สามารถคว้าแชมป์ได้เพียงครั้งเดียวในฤดูกาล 2003-04

                พวกเขา ไม่ได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี 2004 และเคยจบรองแชมป์ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สองครั้ง ก่อนจะตามหลังลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์ช่วงหลังจึงไม่เป็นใจนัก สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลของทีมแกร่งแห่งนอร์ธลอนดอน

ความประหม่าในเวลานี้ เกิดจากความรู้สึกว่าทีมชุดนี้สมควรได้แชมป์ ด้วยคุณภาพนักเตะ ความสม่ำเสมอ และฟอร์มการเล่นในช่วงต้นฤดูกาล มันก่อให้เกิดความคาดหวังบางอย่าง ซึ่งนำไปสู่ความกังวล

เชื่อว่ายังมีแฟนบอลบางส่วนที่มองว่านี่คือฤดูกาล Now or Never หรือแปลเป็นไทยคือ ‘ตอนนี้หรือไม่ก็ไม่มีอีกแล้ว’

โดยเฉพาะเมื่อเห็นลิเวอร์พูลฟอร์มตก และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูเปราะบางในบางช่วง ความรู้สึกประหม่าเกิดจากการมีบางอย่างอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ก็รู้ว่ามันอาจพังลงได้ทุกเมื่อ และสุดท้ายแล้ว คนที่ต้องโทษก็คือตัวเอง

อาร์เซน่อลเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีแฟนบอลอยู่ทั่วทุกมุมโลก ความกังวลใจจึงไม่จำกัดอยู่แค่ในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่ขยายไปถึงโลกออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย

ร็อบบี้ ไลล์  ผู้ก่อตั้ง AFTV ช่องยูทูบชื่อดัง  เห็นด้วยกับอาร์เตต้าว่า ทั้งแฟนบอลและนักเตะต้องโอบรับความท้าทายของการลุ้นแชมป์

“เราจะเจอกับเกมแบบนี้อีกหลายเกมจนจบฤดูกาล ทุกทีมจะคิดเหมือนกันว่า ‘จะหยุดอาร์เซน่อลยังไง’ พวกเขาจะเล่นรัดกุมและพยายามทำให้ความกังวลเกิดขึ้น นี่แหละคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นไปจนจบฤดูกาล”

“ผมยังคิดว่า อาร์เซน่อล ดีพอจะคว้าแชมป์ลีก ผมยังคิดว่าพวกเขาจะคว้าแชมป์ได้ แค่ใช้มันเป็นบทเรียน ในชีวิตเราทุกคนมีบทเรียน เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วคือบทเรียน จากนั้นก็ไปชนะลีดส์และกลับมาอยู่บนเส้นทางอีกครั้ง”

เช่นเดียวกับแฟนบอลอาร์เซน่อลจำนวนมาก ความเจ็บปวดจากการพลาดแชมป์ติดต่อกันสามปี และการไร้ถ้วยแชมป์นับตั้งแต่เอฟเอ คัพ ปี 2020 คือเหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างดูตึงเครียดเป็นพิเศษ

                สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ อาร์เซน่อล ต้องต่อสู้ อาจไม่ใช่แค่คู่แข่งในสนาม แต่รวมถึงเสียงในหัวของตัวเอง และแฟนบอลรอบข้างด้วย

หากพวกเขาคุมสติ เปลี่ยนความกดดันให้เป็นพลัง และกลับมาเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายได้ทันเวลา เส้นชัยที่รอมาเกือบสองทศวรรษ อาจไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

                แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ ตัวใครตัวมัน .....

 

 

กาลอป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top