วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การเปลี่ยนแปลงกฎสำหรับฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23 ได้ยืนยันออกมาแล้ว และเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ควรศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
เราได้เห็นกันไปแล้วกับเกมการอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ที่เริ่มใช้กฎต่าง ๆ ที่มีความยิบย่อยมากขึ้น แต่การขยับปรับวิธีครั้งนี้ จะช่วยในการ “กำจัด” เล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ และที่ทำให้ฟุตบอลเกิด “จุดอ่อน” ที่ทำให้ฟุตบอลนั้นมีแทคติคถ่วงเวลาที่เกินงาม
1.จำกัดเวลาการทุ่มบอล
การนับถอยหลังก่อนทุ่ม เป็นเวลาทั้งสิ้น 5 วินาที หากฝ่ายที่ได้บอลนั้นจงใจถ่วงเวลา อาจมีการเปลี่ยนฝ่ายทุ่มทันที
2.จำกัดเวลาการเตะจากประตู
การนับถอยหลังก่อนเตะลูกจากประตู เป็นเวลาทั้งสิ้น 5 วินาทีเช่นกัน หากพยายามจงใจถ่วงเวลา อาจส่งผลให้ต้องเสียลูกเตะมุมแทน
3..จำกัดเวลาการเปลี่ยนตัว
การเปลี่ยนตัวแบบจำกัดเวลาอยู่ที่ 10 วินาที ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวต้องออกจากสนาม ณ จุดที่ใกล้ที่สุด หากเกินเวลา ผู้เล่นสำรองจะไม่สามารถลงสนามได้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 นาที และทีมต้องเล่นต่อด้วยผู้เล่น 10 คน
4.การปฐมพยาบาล
ผู้เล่นที่ได้รับการปฐมพยาบาลจากนักกายภาพบำบัด ต้องออกมาอยู่นอกสนามเป็นเวลา 60 วินาที หรือ 1 นาที มีข้อยกเว้นบางประการ
4.1 ผู้รักษาประตูบาดเจ็บ และ 4.2 หากคู่ต่อสู้ได้รับใบเหลืองหรือใบแดง นักเตะที่เจ็บไม่ต้องออกไปรออยู่นอกจากสนาม
5.พราย(ไม่ต้อง)กระซิบ
ผู้เล่นคนใดที่ปิดปาก หรือ ใช้เสื้อ หรือว่า แขน “แล้วพูด”ในสถานการณ์เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้โดยตรง อาจถูกลงโทษด้วยใบแดง หากมีคำผรุสวาท
6..ตรวจสอบลูกเตะมุม
วีดีโอช่วยเหลือในการตัดสิน หรือ VAR สามารถเข้ามาแทรกแซงลูกเตะมุม โดยตรวจสอบได้ว่า ลูกเตะมุมนั้นถูกต้องจริงหรือไม่ มีการฟาวล์ก่อนหน้านั้นหรือเปล่า แต่ต้องทำอย่างรวดเร็วและก่อนเริ่มเกมใหม่ หากเริ่มเตะไปแล้วจะไม่มีสิทธิ์ทักท้วง
7.ตรวจสอบเหลืองสอง
VAR สามารถช่วยในการตรวจสอบการไล่ออกจากกรณี ผู้ตัดสิน “แจกใบเหลืองใบที่2” เป็นใบแดงไล่ออก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น “จะไม่มีการตรวจสอบ”ใบเหลืองที่สองที่อาจเกิดขึ้น
8.ห้ามแวะปรึกษากับโค้ช
เมื่อไรก็ตามที่ ผู้รักษาประตูมีอาการบาดเจ็บ ผู้เล่นคนอื่น ๆ ห้ามวิ่งไปในเขตเทคนิคเพื่อคุยแผนกับทีมโค้ชเป็นอันขาด จะถูกลงโทษ
ทั้งหมดมีการคาดหวังเอาไว้ว่า การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะทำให้ช่วงของการ “ทดเวลาบาดเจ็บ” จะไม่นานเท่ากับฟุตบอลโลกปี 2022
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ มีการรับประกันว่า จะมีเวลาให้นักฟุตบอลพักดื่มน้ำ 3 นาทีในแต่ละครึ่ง ถือเป็นกฎข้อ 8+1 แบบย่อม ๆ
ประเด็นทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของ 2 ฝ่ายสำคัญแห่งโลกฟุตบอลนั่นคือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า(Fédération Internationale de Football Association) องค์กรบริหารและจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลระดับโลก โดย ปิแอร์ลุยจิ คอลลินา ประธานผู้ตัดสินของฟีฟ่า ทำงานร่วมกันกับ คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ หรือ IFAB(The International Football Association Board (IFAB) ซึ่งเป็นองค์กรผู้มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดและปรับเปลี่ยน "กติกาการแข่งขันฟุตบอล" (Laws of the Game) ที่ใช้กันทั่วโลก
ศึกษาเรื่องกฎและกติกากันไว้ก่อนไม่เสียหลาย
แล้วก็จะมาบ่นตามหลังเป็นหมีกินผึ้ง หน้าบึ้งเวลาแข่งขัน อันนั้นก็ไม่เหมาะไม่ควร.......
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี