วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำค่ำช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ ที่ 15 มิ.ย. เวลา 06.00น. นัดแรกของกลุ่ม อี ที่สนามลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา “ช้างดำ” ไอวอรี่ โคสต์ จะดวลกับ เอกวาดอร์ โดยมี ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินชื่อดังจากอังกฤษลงทำหน้าที่ชี้ขาด
“ช้างดำ” ไอวอรี่ โคสต์ สร้างชื่อในเวทีโลกในยุคของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, โคโล่ และยาย่า ตูเร่ มาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 3 สมัยติด ในปี 2006-2014 หลังจากนั้นพวกเขาหายไป 12 ปี ไม่ได้มา 2 สมัยหลังสุด นี่คือฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 ผลงานที่ผ่านมาตกรอบแรกตลอด ทีมชุดนี้คุมทัพโดย เอแมร์สเซ่ ฟาเอ้ วัย 42 ปี สมัยเป็นนักเตะเล่นในตำแหน่งกองกลาง เคยลุยฟุตบอลโลกกับทัพ “ช้างดำ” 1 สมัย คือปี 2006 ก่อนจะแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 28 ปี หลังตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ เบนเข็มมาเป็นโค้ชพาทีมคว้าแชมป์ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อปี 2023
ผลงานในรอบคัดเลือกแข็งแกร่งสุดๆ ชนะ 8 เสมอ 2 ยิงได้ 25 และไม่เสียประตูเลย ลงอุ่นเครื่อง 2 เกม เอาชนะสกอตแลนด์ 1-0 และเฉือน ฝรั่งเศส 2-1 เกมนี้ไม่มี อีวาน เอ็นดิก้า แนวรับที่ยังไม่สมบูรณ์จากอาการบาดเจ็บกับต้นสังกัดอย่าง อาแอส โรม่า เพียงรายเดียว ที่เหลือพร้อมให้เลือกใช้งาน เล่นในระบบ 4-3-3 นำโดยกัปตันทีม ฟรองค์ เกสซิเย่ร์ เล่นกับ อิบราฮิม ซังกาเร่ และเซโก้ โฟฟาน่า ส่วนเกมรุกมี อาหมัด ดิยัลโล่ ประสานงานกับ อีวานน์ เกสซองด์ และยาน ดิโอม็องเด้
ฝั่งของ เอกวาดอร์ จากทวีปอเมริกาใต้ ผลงานในรอบคัดเลือกทำได้ดีเกินคาดด้วยการจบอันดับ 2 พร้อมเป็นทีมที่แพ้และเสียประตูน้อยที่สุดของทวีป ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 5 ผลงานที่ดีที่สุดคือการเข้าถึงรอบ 16 ทีม เมื่อปี 2006 ทีมมี เซบาสเตียน เบ็คคาเซเซ่ เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ วัย 45 ปี เป็นกุนซือ โดยมีประสบการณ์เคยเป็นผู้ช่วยหลายสโมสรในอเมริกาใต้ รวมไปถึงทีมชาติชิลี และอาร์เจนติน่า เข้ามาคุมทีม เอกวาดอร์ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2024 ช่วงหลังวงการฟุตบอลของพวกเขาถือว่าพัฒนาได้น่าสนใจ ชุดนี้มีนักเตะค้าแข้งในยุโรป 12 ราย ส่วนในอเมริกาใต้ ก็เล่นกับลีกใหญ่ในประเทศบราซิล และอาร์เจนติน่า ลงอุ่นเครื่องไป 2 เกม ชนะซาอุดีอาระเบีย และถล่มกัวเตมาลา 3-0จุดเด่นของพวกเขาคือแนวรับและแดนกลาง มีทั้ง ปิเอโร่ ฮินคาปิเอ้, วิลเลี่ยน ปาโช่, เปอร์วิส เอสตูปินญาน และมอยเซส ไคเซโด้ แต่ปัญหาหลักคือศูนย์หน้าตัวจบสกอร์ เพราะยังต้องพึ่งพาจอมเก๋าอย่าง เอ็นแนร์ วาเลนเซีย ในวัย 36 ปีอยู่
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
โกตดิวัวร์ (4-3-3): ยาเอีย โฟฟาน่า, เกล่า ดูเอ้, วิลฟรีด ซิงโก้, โอดิออน คอสซูนู, กิสแล็ง โกน็อง, ฟรองค์ เกสซิเย่ร์, อิบราฮิม ซังกาเร่, เซโก้ โฟฟาน่า, อาหมัด ดิยัลโล่, อีวานน์ เกสซองด์ และยาน ดิโอม็องเด้
เอกวาดอร์ (4-2-3-1): เอร์นาน กาลินเดซ, โจเอล ออร์โดเญซ, วิลเลี่ยน ปาโช่, ปิเอโร่ ฮินคาปิเอ้, เปอร์วิส เอสตูปิญาน, มอยเซส ไคเซโด้, อลัน ฟรังโก้, จอห์น เยบัวห์, กอนซาโล่ พลาต้า, นิลซอน อังกูโล่ และเอ็นแนร์ วาเลนเซีย
ปิดท้ายด้วยช่วงสายของวันจันทร์ 09.00 น. นัดแรกของกลุ่ม เอฟ เตะกันที่สนามเอสตาดิโอ บีบีวีเอ ในเมืองกวาดาลูเป ประเทศเม็กซิโก “ไวกิ้ง” สวีเดน จากยุโรป จะพบกับ “อินทรีแห่งคาเธจ” ตูนิเซีย จากแอฟริกา ยาเอล ฟัลคอน จากอาร์เจนติน่า เป็นผู้ตัดสิน
สวีเดน นี่คือฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 13 ผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้ารองแชมป์ในปี 1958 ที่เป็นเจ้าภาพ แต่พ่ายให้กับ “แซมบ้า” บราซิล 2-5 สู่การแจ้งเกิดของตำนานลูกหนังตลอดกาลอย่าง “ไข่มุกดำ” เปเล่ จบอันดับสุดท้ายในรอบคัดเลือก แต่ถือโควตาเพลย์ออฟจากอันดับแรงกิ้งของยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เปลี่ยนโค้ชจาก ยอน ดาห์ล โทมัสสัน มาเป็น แกรห์ม พ็อตเตอร์ อดีตกุนซือของ ไบรท์ตัน และเชลซี พาทีมเพลย์ออฟเอาชนะ ยูเครน และโปแลนด์ เข้ารอบสุดท้ายมาได้
ทีมมีปัญหาเหมือนกันแบ็กขวาจอมลุยอย่าง เอมิล โฮล์ม ได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวออกจากทีม ลงอุ่นเครื่องไป 2 เกม พ่ายให้กับ นอร์เวย์ 1-3 และเสมอ กรีซ 2-2 ตามรายงานต้องรอทดสอบความฟิตของ กาเบรียล กุดมุนด์สัน วิงแบ็กฝั่งซ้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ด ที่มีอาการป่วย แต่แนวโน้มขึ้นมีโอกาสสูงที่จะได้สตาร์ท มาในระบบ 3-4-1-2 เบนจามิน นีเกรน จากเซลติกจะบัญชาการเกมรุกอยูด้านหลังของสองคู่หัวหอกค่าตัวแพงจากพรีเมียร์ลีกอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค และวิคตอร์ เยอเคเรส
ทางฝั่ง “อินทรีแห่งคาเธจ” ตูนิเซีย ชาติจากทวีปแอฟริกา ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 7 ชุดนี้คุมทีมโดย ซาบรี้ ลามูชี่ วัย 54 ปี อดีตมิดฟิลด์ที่เคยไปค้าแข้งกับหลายทีมในลีกเอิง ฝรั่งเศส และเซเรียอา อิตาลี เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผลงานในรอบคัดเลือก 10 เกมไม่แพ้ใคร ชนะ 9 เสมอ 1 ทำไป 22 และไม่เสียประตูเลย เกมรับถือเป็นจุดเด่น ทีมลงอุ่นเครื่องไป 2 เกมกับสองทีมจากยุโรป พ่ายให้กับ ออสเตรีย 0-1 และโดนเบลเยียมถล่ม 5-0 ตามรายงานไม่มีนักเตะบาดเจ็บ เล่นในระบบ 4-3-3 นำโดยสามแดนกลางขาโหดอย่าง เอลลิส สคิรี่, รานี่ เดดิร่า และฮันนิบาล เมจบรี อดีตเด็กปั้นของแมนฯยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันอยู่กับ เบิร์นลีย์ ส่วนเกมรุกใช้ผู้เล่นที่มีความเร็วติดปีกสองฝั่งคือ เอเลียส อาชูรี่ และอิสมาแอล การ์บี้ โดยมี ไฟราส ชาอูต เป็นหน้าเป้า
ทั้งสองทีมไม่เคยพบกันในเกมระดับเมเจอร์ เจอแต่เกมอุ่นเครื่อง 4 ครั้ง สวีเดน ชนะ 2เสมอ 1 และตูนิเซีย ชนะ 1
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
สวีเดน (3-4-1-2): คริสตอฟเฟอร์ นอร์ดเฟลด์, อิซัค เฮียน, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, กุสตาฟ ลาเกอร์บีลเก้อ, อเล็กซานเดอร์ แบร์นฮาร์ดสสัน, เยสเปอร์ คาร์ลสตรอม, ยาซีน อายารี่, กาเบรียล กุดมุนด์สสัน, เบนจามิน นีเกรน, อเล็กซานเดอร์ อิซัค และวิคตอร์ เยอเคเรส
ตูนิเซีย (4-3-3): อับเดลมูฮิบ ชามัค, ยาน วาเลรี่, โอมาร์ เรคิก, มงต์ตาสซาร์ ตัลบี้, อาลี อับดี้, เอลลิส สคิรี่, รานี่ เดดิร่า, ฮันนิบาล เมจบรี, เอเลียส อาชูรี่, ไฟราส ชาอูต และอิสมาแอล การ์บี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี