วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดเวทีรับฟังความเห็นสาธารณะร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำหรับการประกอบกิจการธุรกิจ พ.ศ.... ซึ่งมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าประมูลคลื่นความถี่ เพื่อนำไปประกอบกิจการธุรกิจด้านบรอดแคสต์
โดยอิงตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่ห้ามไม่ให้เป็นบริษัทที่มีต่างด้าวถือหุ้นเกิน 25% และกำหนดนิยามของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ที่จะตัดสิทธิการเข้าร่วมประมูลของผู้ประกอบการที่มีความสัมพันธ์ตามนิยามดังกล่าว ที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ก. และ ข.
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการประมูลในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนช่องรายการ ราคาตั้งต้นในการประมูล รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ จะมีการออกประกาศเฉพาะสำหรับการประมูลในแต่ละครั้ง โดยในขั้นตอนการยกร่างประกาศดังกล่าวจะมีการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะทุกครั้ง
สำหรับบรรยากาศในการรับฟังความเห็นร่างประกาศฉบับนี้ ผู้ประกอบการที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ควรกำหนดนิยามของผู้ถือหุ้นใหญ่ ในภาคผนวกทั้ง 2 หมวดให้ตรงกัน คือ เป็นผู้ที่ถือหุ้นเกิน 25% เพราะในร่างประกาศของ กสทช. ได้แยกไว้ 2 ระดับ คือ 10% และ 25% ซึ่งจะทำให้เกิดความสับสนว่าในกรณีใด กสทช. จะเลือกนำเกณฑ์ใดมาใช้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากที่สุด คือ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ. กสทช.) ได้กำหนดให้ผู้ถือใบอนุญาตต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง แต่ในร่างประกาศฉบับนี้ กสทช.ยังไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่า หากมีการควบรวมกิจการของผู้ถือใบอนุญาตแต่ละรายแล้ว สถานะของใบอนุญาตจะเป็นเช่นไรต่อไป จะยังดำเนินกิจการต่อไปได้หรือไม่
ทั้งนี้ ในเวทีประชาพิจารณ์มีความเห็นต่างกัน ซึ่งกลุ่มแรกเห็นว่า กสทช. ต้องสร้างความชัดเจน โดยระบุเป็นข้อกำหนดในประกาศฉบับนี้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้สิทธิถือครองใบอนุญาตช่องรายการเป็นจำนวนมาก ผ่านการควบรวมกิจการ แต่อีกกลุ่มมองว่า การควบรวมกิจการเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังประมูล ไม่ควรถูกจำกัดสิทธิในการทำธุรกิจ ซึ่งทางคณะอนุกรรมการยกร่างประกาศฉบับนี้รับจะนำไปพิจารณา เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจนและเหมาะสมต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี