วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สถานการณ์ของเดือนพฤษภาคมนี้ได้มาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะชี้ชะตาประเทศโดยเป็นเกมวัดใจที่จะมีความหมายสำคัญสำหรับมวลมหาประชาชนภายใต้การนำของกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกฯและอดีตผู้นำฝ่ายค้าน
สำหรับรัฐบาลทรราชหุ่นเชิดระบอบทักษิณภายใต้การนำของ นายกฯนางดอกงิ้วยิ่งลักษณ์ ชันวัตร ไม่ต้องไปพูดถึงเพราะทำทุกอย่างเพื่อตัวเองโดยยืนกรานกระต่ายขาเดียวมุ่งให้เลือกตั้งโดยเร็วเพราะเป็นทางรอดเดียวในภาวะจนตรอกที่จะอาศัยชัยชนะจากสารพัดกลโกงการเลือกตั้งเป็นเครื่องมือฟอกความชั่วร้ายและทำให้ระบอบทักษิณกลับมายึดครองประเทศได้อย่างชอบธรรม
ส่วนสำหรับ นายอภิสิทธิ์ นั้นถือเป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายวัดใจรัฐบาลทรราชหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ รวมทั้ง กำนันสุเทพ ดัวยการเดิมพันประกาศพร้อมเว้นวรรคทางการเมืองหากทุกฝ่ายยอมรับแนวคิดหาทางออกให้ประเทศของ นายอภิสิทธิ์ จะจะมีการแถลงแจกแจงรายละเอียดอย่างชัดเจนวันที่ 3 พ.ค.นี้
ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่าหากเสนอทางออกของประเทศแล้วคู่กรณีสำคัญไม่ยอมรับจนสถานการณ์บานปลายเกิดการนองเลือดหรือเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร คู่กรณีที่เป็นตัวปัญหาต้องรับผิดชอบและต้องตอบคำถามต่อสังคม
แต่ที่เป็นการวัดใจครั้งสำคัญคือมวลมหาประชาชน กปปส.ภายใต้การนำของกำนันสุเทพ
ที่ประกาศเชิญชวนมวลมหาประชาชนแสดงพลังครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวันที่ 14 พ.ค.นี้เพื่อทำศึกยกสุเดท้ายอย่างแท้จริงจะไม่มีครั้งต่อไปอีกและเดิมพันด้วยชนะหรือแพ้เท่านั้น
สิ่งที่มวลมหาประชาชนกปปส.คาดหวังก็คือผลการวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญให้นายกฯนางดอกงิ้วยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลทรราชหุ่นเชิดระบอบทักษิณทั้งคณะสิ้นสภาพกรณีย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายจนเกิด”สุญญกาศ”ทางการเมืองนำไปสู่การอาศัยมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลที่เป็นกลางเข้ามาปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ล้างระบอบธุรกิจการเมืองทุนสามานย์อันชั่วร้ายเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
แต่จากการชุมนุมแสดงพลังตามหลักอหิงสามานานกว่า 6 เดือนซึ่งแม้จะมีมวลมหาประชาชนหลายล้านคนเป็นพลังสนับสนุนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่สามารถทำให้รัฐบาลทรราชหุ่นเชิดระบอบทักษิณอันดื้อด้านพ้นจากอำนาจไปได้ และแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้รัฐบาลนางดอกงิ้วสิ้นสภาพ แต่เชื่อแน่ว่านายกฯนางดอกงิ้วและพรรคเพื่อแม้วจะไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ
เพราะฉะนั้นการที่กำนันสุเทพประกาศรบขั้นแตกหักยกสุดท้ายครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการวัดใจกองทัพซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดผลสำเร็จของการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ให้พ้นจากความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ เพราะหากขาดกองทัพช่วยกดดันโดยอาศัยเพียงพลังมวลมหาประชาชนอย่างเพียวคงยากที่จะขับไล่รัฐบาลทรราชหุ่นเชิดนางดอกงิ้วได้สำเร็จ
ทีมข่าวการเมือง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี