วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ต้องบอกว่ายกแรก แทบเอาตัวไม่รอด เมื่อเริ่มเข้าสู่ปีวอก 2559 หลังปิดยาวฉลองเทศกาลปีใหม่มาหลายวัน ก่อนกลับเข้าสู่การทำงานปกติ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เปิดทำงานสัปดาห์แรกของปี ก็เห็นสีหน้าของท่านรัฐมนตรี “ฉัตรชัย สาริกัลยะ”สีหน้าไม่สู้ดี และออกอาการหงุดหงิด อารมณ์บ่จอย เมื่อมีข่าวว่า กลุ่มแกนนำชาวสวนยางเริ่มเตรียมพร้อมในการเคลื่อนไหวใหญ่ เนื่องจากไม่ไหวจะเคลียร์กับปัญหาปากท้องที่ชาวสวนยางพาราต้องเผชิญ กับราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่อง
จากเดิมที่ราคาไม่เคยดิ่งลงต่ำมากมายขนาดนี้ มาวันนี้ได้เห็นราคายางดิ่งเหวลงมาถึง 4-5 กิโลกรัม 100 บาท นั้นคือราคายางแผ่นรมควัน และราคาน้ำยางข้นไม่รวมถึงยางพาราในพื้นที่ภาคอีสานที่เพิ่งหัดปลูกยางพาราไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญชะตากรรมหนักเพราะราคายางพารา ซึ่งเป็นยางก้นถ้วยของชาวอีสานมันขายได้ในราคาเพียงกิโลกรัมละ 16 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาสูงสุดที่ขายได้ ณ เวลานี้งานนี้เล่นเอาชาวสวนยางทั่วประเทศเดือดร้อนหนักจนแกนนำสำคัญของยางในพื้นที่ภาคอีสานอย่าง นายธีระชัย แสนแก้ว ในฐานะนายกสมาคมชาวสวนยางภาคอีสานต้องออกมาร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด โดยอาจจะต้องมีการรวมกลุ่มแกนนำชาวสวนยางที่เป็นตัวจริงเพื่อหารือก่อนเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาในสัปดาห์นี้
ถึงวันนี้ต้องบอกว่า ปัญหาเรื่องของยางพารา น่าจะเป็นเรื่องร้อนอีกเรื่อง ที่ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะคราวนี้ เกษตรกร น่าจะถึงคราวเอาจริง หากภาครัฐไม่ยอมแก้ปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำต่อเนื่อง เพราะพวกเขาประเมินว่าทั้งหมดทั้งมวลของต้นตอปัญหา ทำให้ราคาดิ่งเหวมันไม่ได้เกิดจากกลไกตลาดที่อ้างกันนักกันหนาว่าเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมัน มันดิ่งลงเลยฉุดราคายางต่ำลง หากยอมรับความจริง ส่วนหนึ่งมันก็น่าจะเกิดจากความผิดพลาดที่ไทยเราดันไปเซ็นสัญญาขายยางให้กับเอกชนจีนรายใหม่ โดยผู้ลงนามคือ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยหรือ กยท. ย้ำว่าเป็นรักษาการเท่านั้น ซึ่งดูเผินๆ จะมีคำถามตามมาว่าแล้วไง ก็ไทยขายยาง กยท. ก็มีหน้าที่ แก้ปัญหายาง ไม่ใช่หรือ ใช่ครับแต่ กยท. มีหน้าที่แก้ปัญหา แต่งานนี้ กยท. ดันสร้างปัญหา ตรงที่ยางที่ต้องส่งมอบให้จีน ต้องเป็นยางของ 5 เสือ กลุ่มบริษัทเอกชนไทยที่กุมตลาดยางของไทยนั้นเอง
จึงน่าแปลกใจว่า ไหนที่บอกว่า กยท.จะทำหน้าที่เหมือนเป็นเสือตัวที่ 6 แข่งกับเอกชนอีก 5 ราย แต่วันนี้กับทำหน้าที่หาตลาดให้เอกชน แล้วตรงไหน ใน พ.ร.บ.การยางฯที่ระบุให้ทำ และทำไมไม่เอายางในสต๊อกที่ค้างเติ่งอยู่ส่งออก และหากอ้างว่าเอกชนจีนรายใหม่ ต้องการยางใหม่ในฤดูกาลนี้ ทำไม กยท. ไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะเป็น คือ เข้าไปรับซื้อยางส่งออก เพราะไหนๆ ก็มีตลาดในมือ ต้ัง 2 แสนตัน แต่ดันทำหน้าที่หาตลาดให้เอกชนแทน จนเป็นต้นเหตุให้เอกชนกดราคารับซื้อยางจากเกษตรกร เพื่อไปส่งมอบให้กับเอกชนจีนตามสัญญาใหม่อย่างน่าเศร้าใจแทนเกษตรกรชาวสวนยางเพราะนอกจากจะไม่แก้ปัญหา ยังสร้างปัญหา แล้วอย่างนี้ อยากถามทั้ง รัฐมนตรีเกษตรฯ ไปจนถึง ท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้แก้ปัญหาปากท้องให้กับเอกชน หรือเกษตรกรกันแน่
ถึงวันนี้ ต้องบอกว่า การแก้ปัญหาราคายางรัฐบาลชุดนี้ยังหลงทิศหลงทางไปไกล เพราะคนที่แก้ปัญหา ที่ท่าน รมว.เกษตรฯ ที่ชื่อ “ฉัตรชัย” เลือกมาเท่าที่เห็นล้วนมือไม่ถึง ไม่เข้าใจเรื่องยางจริง ไม่ใช่เคยนำเข้าน้ำมันปาล์ม แล้วจะมาแก้ปัญหายางได้ งานนี้ต้องดูกันยาวๆ เพราะแค่ยกแรก ก็ยังไม่ผ่านแล้วอย่าหวังจะการันตีราคา ไม่ต่ำกว่า 35 บาทได้ และอย่าหวังเชื่อเอกชน กลุ่มพ่อค้ายาง จะช่วยแก้ปัญหาร่วมหัวจมท้ายกับกระทรวงเกษตรฯ นี้แค่เรื่องเดียวยังแทบเอาตัวไม่รอด อย่าลืมปัญหาปากท้องยังรอแก้ไขอีก ไม่ใช่แค่เรื่องยางอย่างเดียว......
หลังคาเขียว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี