วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
22 ม.ค. 59 ที่สำนักงานกองทุนสงเคาระห์การทำสวนยาง ห้องประชุมรัษฏา ได้มีบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ได้ประชุมร่วมกับนางจินตนา ชัยยวรรณาการ ผู้ช่วยรมว.เกษตรฯ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้ปฎิบัติหน้าที่ผู้ว่าการยางฯและผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อทำงานร่วมกันในการวางแนวทางดำเนินการรับซื้อยาง1 แสนตันจากชาวสวนยาง วงเงิน 4.5 พันล้านบาท ตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ และร่วมกันแถลงข่าว
นายเลิศวิโรจน์ กล่าวว่าครม.มีมติให้ส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ โดยให้กระทรวงเกษตรฯ ที่มี กยท. อคส. และคสช. ร่วมดำเนินการให้ซื้อยางจากเกษตรกรรายย่อยโดยตรง เริ่มวันจันทร์ที่25 ม.ค.ทั่วประเทศ ในเบื้องต้นตั้งจุดรับซื้อ 834 จุด โดยซื้อทุกชนิดนำมาใช้ตามความต้องการของกระทรวงต่างๆทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะขายยางที่สูงกว่าตลาด รวมทั้งการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสวนยาง มีการทำประชาคมติดประกาศในหมู่บ้าน 15 วันจะมีเกษตรกรตัวปลอมไม่ได้ในพื้นที่รู้หมด การข่วยเหลือครั้งนี้รัฐบาล ต้องการให้ถึงตัวตนเกษตรกรจริง ซึ่งการรับซื้อยางมีการตรวจสอบรายชื่อซ้ำอย่างรอบครอบ ทั้งนี้ทางคสช.ได้ส่งกำลังทหารมาร่วมแต่ไม่ได้มาช่วยกยท. มาช่วยเกษตรกรชี้แจงทำความเข้าให้ได้เข้าถึงโครงการนี้
นายเชาว์ กล่าวว่ามาตรการใช้ยางภาครัฐปี59 มีปริมาณ7-8 หมื่นตัน ทำให้ตลาดตอบรับราคาดีต่อเนื่องจนขณะนี้ยางแผ่นดิบ 38 บาทต่อกก.และปรับขึ้นทุกตัว โดยล่าสุดมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนกับกยท. 1.2 ล้านราย เป็นคนกรีดยาง2 แสนราย ขณะนี้ยังเปิดให้เกษตรกรที่มีสวนยางมาขึ้นทะเบียนเพิ่มเพราะมีเกษตรกรเปิดกรีดอีก2 แสนราย ซึ่งรับซื้อยางทั้งสามชนิด ยางแผ่นดิบ น้ำยางสด ยางก้อนถ้วย เราประกาศรับซื้อทั่วประเทศ ใช้จุดรับซื้ออยู่ในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางที่ดำเนินการทำธุรกิจรับซื้อยางในท้องถิ่นอยู่แล้ว ให้ชาวสวนยางไปขายยางยังจุดรับซื้อเหล่านี้ได้ก่อน โดยบอร์ดกยท.เห็นชอบวงเงินกรอบแรกใช้เงินในโครงการนี้ของ กยท.5,479 ล้านบาท อย่างไรก็ตามหลังจากที่ให้กฎีกาตีความแล้ว กยท.สามารถใช้เงินทุนประเดิมก้อนแรก 500 ล้านบาท ที่บอร์ดกยท.สามารถอนุมัติได้ ที่เข้ารับซื้อวันที่25 ม.ค.นี้ ที่กยท.สามารถดำเนินการเชิงธุรกิจได้ตามม.9(2) ทั้งนี้จะเสนอรัฐเข้าครม.อีกครั้ง ในวันที่26 ม.ค.นี้ขอให้พิจารณาแหล่งที่มาของเงิน เพิ่มเติมจาก 500 ล้านบาท สำหรับม.49 การใช้เซสเพื่อรักษาเสถียรภาพยาง ตามพ.ร.บ.ยางฯ จะนำมาใช้ในเรื่องรับซื้อยางหรือไม่นั้น บอร์ดกยท.กำลังประชุมกันอยู่
"วันจันทร์นี้เปิดรับซื้อเวลา 09.00 น.ทุกจุด ในสิทธิรายละ150 กก. ตั้งจุดภาคใต้400 กว่าจุด ภาคตะวันออก 30 จุด ภาคอีสาน 200 จุด ภาคเหนือ 200 จุด ทั้งนี้จะดูแต่พื้นที่เกษตรกรห่างไกลจะเปิดเพิ่ม คาดว่าจุดรับซื้อเปิดไม่นานโควต้าเต็ม ก็จะไปเปิดอีกจุดที่เกษตรกรยื่นใช้สิทธิ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้ลงพื้นที่ไปแล้วเมื่อวันที่21 ม.ค.เพื่อทำหน้าที่ประสานงานให้ความสะดวกแก่เกษตรกร ช่วยดูแลให้มีความโปร่งใสมากที่สุด และเกษตรกรไม่ต้องเร่งรีบ หากพื้นที่ใดปิดกรีดไปแล้วเช่นภาคอีสาน เหนือ ก็สามารถมาขายในช่วงเปิดกรีดเดือนพ.ค.ได้เพราะจุดรับซื้อเปิดถึง30 มิ.ย."นายเชาว์ กล่าว
นายเชาว์ กล่าวว่า ในเรื่องทำโครงการนี้ไม่มองในแง่คุ้มทุนหรือไม่คุ้มทุนเพราะ เราทำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งกยท.เสนอของบเพิ่มดติมต่อครม.ให้พิจารณาในวันอังคารนี้ เห็นชอบแผนการรับซื้อรวมทั้งหมดในกรณีขาดทุนหรือกำไรด้วย
อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการนำยางดิบไปแปรรูป สถาบันเกษตรกรดำเนินการอยู่แล้ว จ้างแปรปรูเป็นยางแผ่นรมควันค่าจ้าง 2.80 บาท/กก. น้ำยางสดเป็นน้ำยางข้น 4 บาท/กก. ส่วนยางก้อนถ้วยมีโรงงานของกยท.ทุกภาค ต่อจากนั้นจะขยายจุดรับซื้อต่อไป ครบ1,500 จุด ซึ่งธรรมชาติเกษตรกรสวนยางไม่ได้ขายทุกวัน จะต้องตากแห้ง สำหรับการตรวจนับสต็อกยางในโกดังรัฐมีทั้งหมด 3.7 แสนตัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าประจำสต็อกทุกจุด และมีกล้องซีซีทีวี 24 ชม. ป้องกันการนำยางเก่ามาเวียนเทียน ในส่วนสต็อกเอกชน ต้องใช้กฎหมายควบคุมยาง จะตรวจสอบได้ มั่นใจว่สเกษตรกรสวนยาง รู้จักสิทธิตนเอง ไม่ขายสิทธืหรือเอายางที่อื่นมาหมุมเวียน เพราะนำ้ยางสด ต้องขายวันต่อวัน ส่วนยางแผ่นดิบ สามารถตรวจสอบดูได้ผลิตจากเกษตรโดยตรงหรือไม่ ซี่งมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในแต่ละจุดจะรู้ว่าเป็นยางของลูกบ้าน
ส่วนมีที่ข้อกังวลว่าอาจมีบางรายขายยางให้เอกชนแล้วจะนำมาขายยังกยท.ทำไม่ได้อีกเพราะมีการควบคุมโดยใช้ลงรายชื่อในระบบอีเลกทอรนิค ตรวจสอบพร้อมบัตรประชาขน บัตรขึ้นทะเบียนมาประกอบ มาเสียบคอมพิวเตอร ขึ้นโชว์ประวัติเกษตรกร แต่ละรายมีสวนยางเท่าไหร่ หากมาเวียนระบบล็อกโดยอัตโนมัติ เชื่อว่าโครงการนี้โปร่งใสซื่อสัตย์ ป้องกันทุจริต นายกฯเป็นห่วงในเรื่องนี้ เชิญสตง. ปปช.มาตรวจสอบ ให้โครงการไปตามวัตถุประสงค์
ในส่วนหลักเกณฑ์คุณสมบัติเกษตรกรชาวสวนยาง ต้องขึ้นทะเบียนกับกยท.และมีบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวเกษตรกรชาวสวนยางหรือหลักฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกยท.แล้ว ซึ่งรับซื้อรายละไม่เกิน15ไร่ เท่ากับ150กกหรือไร่ละ10กก. (ยางแห้ง) สำหรับชนิดและคุณภาพยางที่รับซื้อ กำหนดคือ
1.ยางแผ่นดิบคุณภาพชั้น3 ความชื้นไม่เกินร้อยละ3 ราคารับซื้อกิโลกรัมละ45 บาท/กก. ตามมาตรฐานการยางแห่งประเทศไทย
2.น้ำยางสด มีปริมาณเนื้อยางแห้ง(DRC)ไม่ต่ำกว่าร้อยละ28 และไม่มีสิ่งปลอมปน ราคารับซื้อ 42 บาท/กก. (ปริมาณเนื้อยางแห้ง100%)
3.ยางก้อนถ้วย มีปริมาณเนื้อยาง(DRC)ไม่ต่ำกว่าร้อยละ55 ราคารัยซื้อ41บาท/กก.(ปริมาณเนื้อยาง100%)ตามมาตรฐานการยางแห่งประเทศไทย โดยระยะเวลาการรับซื้อ25 ม.ค.ถึง30 มิถุนายน
สถานที่จุดรับซื้อ จะเป็นสถาบันเกษตรกร เช่นสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์กองทุนสงเคาระห์การทำสวนยาง กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มชาวสวนยาง วิสาหกิจชุมชน เป็นสถานที่รับซื้อประจำท้องถิ่น
ด้านนายประทบ สุขสนาน ประธานเครือข่ายเกษตรกรสวนยางภาคใต้ กล่าวด้วยว่าอยากให้มาตราการภาครัฐถึงพี่น้องเกษตรกรให้มากที่สุด ในส่วนพื้นที่ให้ไปประสานกันว่าจะเปิดจุดรับซื้อเพิ่มได้อีกหรือไม่ ซึ่งเกษตรกไม่ต้องรีบร้อน ขอให้ปฎิบัติตามนั้น ถ้ารัฐมีโครงการเป็นระบบอย่างนี้ผลประโยชน์ตกสวนยางมากที่สุด ขณะนี้สวนยางฝั่งอันดามัน เริ่มปิดกรีดเดือนมีนาคม ส่วนฝั่งอ่าวไทย ปิดกรีดเดือนเมษายน และเปิดกรีดใหม่ช่วงเดือนพฤษภาคม ก็ยังใช้สิทธิได้ขอให้เกษตรกรสวนยางรักษาสิทธิตนเองไว้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี