หยุดเลือดไหล  กยท.ฟุ้งอุ้มยางสำเร็จ ปั่นราคาเพิ่มรายวัน

หยุดเลือดไหล กยท.ฟุ้งอุ้มยางสำเร็จ ปั่นราคาเพิ่มรายวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

หยุดเลือดไหล

กยท.ฟุ้งอุ้มยางสำเร็จ

ปั่นราคาเพิ่มรายวัน

กษ.ขยายจุดรับซื้อ

เล็งสถาบันเกษตรกร

รับส่วนเกิน150กก.

เมื่อวันที่ 27 มกราคม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงภาพรวมมาตรการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร ตามโครงการช่วยเหลือชาวสวนยาง เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่

วันที่ 25 มกราคมโดยพล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ปริมาณรับซื้อยาง 2 วันคือ วันที่ 25-26 มกราคม รวม141 ตัน มีเกษตรกรมาขาย 1,429ราย เป็นยางแผ่นดิบ 84.27 ตัน น้ำยางสด 10.80 ตัน ยางก้อนถ้วย 47.29 ตัน ซึ่งถือว่าปริมาณน้อย เพราะบางพื้นที่เข้าช่วงปิดกรีด ภาคใต้มีฝน รวมทั้งเกษตรกรต้องการเป็นเงินสด แต่การดำเนินการของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นไปตามระเบียบที่โอนเงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ตนจึงสั่งให้ปรับวิธีการเร็วขึ้น เพิ่มจุดรับซื้อให้เกษตรกรนำยางมาขายได้สะดวกขึ้น โดยเพิ่มให้ครบ 834 จุด ส่วนที่เกษตรกรท้วงติงมาว่าไม่ต้องการให้จำกัดปริมาณรับซื้อคนละ 150 กิโลกรัม (ก.ก.)นั้น อยากทำความเข้าใจว่ารัฐบาลพิจารณาจากจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ครอบคลุมเกษตรกรรายย่อยมากที่สุด


ด้านนายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้ปฎิบัติหน้าที่ผู้ว่ากยท.กล่าวว่า การรับซื้อครั้งนี้กำหนดเกรดคุณภาพยาง ราคา ปริมาณอย่างโปร่งใส ป้องกันพ่อค้า เอกชนหรือชาวสวนยางรายใหญ่ นำยางเข้ามาเทขายให้โครงการ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยการซื้อยางราคานำตลาดในโครงการมูลภัฑณ์กันชนที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการแทรกแซงยางครั้งนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมาย

“ประสบความสำเร็จหยุดเลือดไหลได้แล้วที่ สามารถดึงราคายางไม่ให้ต่ำกว่า 30 บาทได้

ตอนนี้ราคายางปรับตัวขึ้นทุกวัน1-2 บาทต่อกก. ก่อนที่รัฐบาลจะรับซื้อ 30-33 บาท ตอนนี้ขึ้นมา 41-42 บาท ถือว่ามาตรการนี้เป็นประโยชน์กับชาวสวนยางโดยตรง ถ้ารัฐบาลไม่ลงไปรับซื้อ ราคาจะลงไปอีก ชาวสวนยางจะเดือดร้อนมาก”นายเชาว์ กล่าว

และว่า ส่วนที่ปริมาณยางรับซื้อได้น้อย เพราะเกษตรกรขายยางเป็นรอบ อีกทั้ง ช่วงนี้หลายพื้นที่หยุดกรีด รอเปิดกรีดอีกครั้งเดือนพฤษภาคม ซึ่งต้องซื้อให้ครบ 1 แสนตัน ต่อไปอาจขยายให้สถาบันเกษตรกรเป็นจุดรับซื้อ ปริมาณที่เกินโควต้า 150 ก.ก. เพราะขณะนี้ราคารัฐรับซื้อกับราคาตลาดไม่ต่างกันมาก

วันเดียวกัน คณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดบุรีรัมย์ลงพื้นที่ติดตามการรับซื้อยางพาราในโครงการรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ 6 จุด จากที่เปิดรับซื้อทั้งหมด 17 จุด ซึ่งบรรยากาศการซื้อขายยางไม่คึกคักเท่าที่ควร มีเกษตรกรนำยางแผ่นดิบ และยางก้อนถ้วยมาขายในโครงการฯ ค่อนข้างน้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามสาเหตุมาจาก เกษตรกรส่วนใหญ่ปิดกรีดแล้ว บางส่วนนำยางไปขายที่จุดรับซื้อเอกชน เพราะราคารับซื้อในโครงการที่กำหนดไว้ก.ก.ละ 45 บาท ซึ่งไม่แตกต่างจากราคาตลาดที่รับซื้อก.ก.ละ 39 บาท อีกทั้ง ยังได้รับเงินช้าต้องรอ 2 วันหลังขายแล้ว แต่ขายให้เอกชนจะรับเงินสดทันที ทำให้เกษตรกรเลือกที่จะขายยางกับจุดรับซื้อเอกชนใกล้บ้านมากกว่า นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเกษตรกรส่วนใหญ่ที่นำยางมาขายเป็นยางคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในโครงการฯ ทำให้ไม่ได้ราคาก.ก.ละ 45 บาท ตามโครงการฯแต่จะได้ราคาตามคุณภาพของยาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงให้เกษตรกรทราบแล้ว ป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมาภายหลัง

 

นายอาคม พิญญศักดิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัดกล่าวว่า โครงการรับซื้อยางของรัฐบาลยกระดับราคายางให้เพิ่มขึ้นได้ ก่อนหน้านี้ราคายางตามท้องตลาดอยู่ที่ก.ก.ละ 36 บาท ปัจจุบันเพิ่มเป็นก.ก.ละ 39 บาท ส่วนปัญหาที่พบทั้งเรื่องคุณภาพยางต่ำ รวมถึงข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่ให้เพิ่มปริมาณรับซื้อยางจากรายละ 150 ก.ก.เป็น 1-2 ตัน และจ่ายเงินทันทีนั้น ได้รับเรื่องเสนอให้กระทรวงเกษตรฯและรัฐบาลรับทราบ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top