กษ.จับมือมิตซูฯปั้นผลิตมันสำปะหลัง ป้อนรง.เพิ่ม-จ่อถ่ายทอดเทคโนโลยี

กษ.จับมือมิตซูฯปั้นผลิตมันสำปะหลัง ป้อนรง.เพิ่ม-จ่อถ่ายทอดเทคโนโลยี

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559, 13.37 น.
Tag :

17 มี.ค. 59 นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยขณะลวพื้นที่จังกวัดกาฬสินธุ์ว่า สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่3 และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ กรมวิชาการเกษตร ได้จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง ภายใต้โครงการ “ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังจากผลการวิจัยสู่เกษตรกรจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้เพิ่ม” โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มความรู้ด้านการผลิตมันสำปะหลังอย่างเหมาะสมแก่เกษตรกรในเครือข่ายโรงงานแป้งมัน4 แห่ง และสหกรณ์ 1 แห่ง ได้แก่ บริษัท เอเชียโมดิฟายด์สตาร์ช จำกัด บริษัท จิรัฐพัฒนาการเกษตร จำกัด บริษัท แป้งมันกาฬสินธุ์ จำกัด บริษัท เนชั่นแนลสตาร์ชแอนด์เคมิเคิล (ไทยแลนด์) จำกัด และกลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเขาพระนอน จำกัด เป้าหมายไม่น้อยกว่า 300 ราย เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลัง  พร้อมเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อไร่ และสร้างรายได้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการดำเนินการตามแนวทางประชารัฐที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก

เบื้องต้นได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังตามแนวทางของ “สีคิ้วโมเดล” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร มาถ่ายทอดให้กับชาวไร่มันสำปะหลังในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามแนวทางประชารัฐ โดยจัดฝึกอบรมเกษตรกรทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จำนวน3 ครั้ง ตามช่วงการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง ครอบคลุมทุกด้านตั้งแต่พันธุ์มันสำปะหลัง การจัดการดิน การจัดการปุ๋ย การให้น้ำ การกำจัดวัชพืช การสำรวจโรคและแมลงศัตรูมันสำปะหลัง การประเมินผลผลิตและวัดเปอร์เซ็นต์แป้ง และการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อการผลิตมันสำปะหลัง ขณะเดียวกันยังจัดทำแปลงเรียนรู้ในศูนย์วิจัยฯ โรงงานแป้งมัน และกลุ่มสหกรณ์ฯ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ดูงานการผลิตมันสำปะหลังที่เหมาะสมกับพื้นที่ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริงในแปลง เพื่อเป็นแบบให้เกษตรกรข้างเคียงได้เรียนรู้ต่อไป


“จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเกษตรกรภายใต้แนวทางประชารัฐในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรและเจ้าหน้าที่โรงงานแป้งมันในจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 100ราย เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเกิดเกษตรกรเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีแปลงเรียนรู้เทคโนโลยีหลัก 6 ด้าน ในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ โรงงานแป้งมัน 3 แห่ง และพื้นที่ของกลุ่มเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเขาพระนอนฯ ทั้งยังพบว่า ผลผลิตมันสำปะหลังจากแปลงเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวอายุ 10-11 เดือน อยู่ระหว่าง 4-5 ตัน/ไร่ ซึ่งสูงกว่าวิธีที่เกษตรกรปฏิบัติอยู่เดิมประมาณ 20 %” นายสมชายกล่าว

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรบอกด้วยว่า แม้จะประสบสภาวะแห้งแล้งยาวนานในช่วงฤดูปลูก จึงคาดการณ์ได้ว่า ผลผลิตมันสำปะหลังที่เก็บเกี่ยวเมื่ออายุครบ 12 เดือน จะสูงกว่าวิธีปฏิบัติเดิมของเกษตรกรที่ได้ผลผลิตเฉลี่ย 3 ตัน/ไร่ เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 %นอกจากนี้ ยังพบว่าเกษตรกรเครือข่าย บริษัท จิรัฐพัฒนาการเกษตรฯ ที่ผสมปุ๋ยใช้เอง สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ 230 บาท/ไร่ ขณะที่ผลผลิตจากแปลงเรียนรู้ในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ที่มีการให้น้ำและใช้เทคโนโลยีตามคำแนะนำ ซึ่งมีการเก็บเกี่ยวที่อายุ 9 เดือน ได้ผลผลิตสูงถึง 7.4 ตัน/ไร่ เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มสูงขึ้น  สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและสร้างความมั่นคงในอาชีพอีกด้วย

สำหรับงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังฯที่จัดขึ้นครั้งนี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเก็บเกี่ยวและประเมินผลผลิตและคุณภาพมันสำปะหลัง” "การจัดเสวนาหัวข้อ “ปลูกมันอย่างไร...ให้ได้ 8 ตัน” ทั้งยังมีฐานเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลัง จำนวน 7 ฐาน ให้เกษตรกรและผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ คือ 1.ดินและการจัดการดินที่เหมาะสม 2.ปุ๋ยและการใส่ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ3.พันธุ์มันสำปะหลัง 4.การให้น้ำหยด5.การจัดการศัตรูพืช 6.การเก็บเกี่ยว ประเมินผลผลิตและคุณภาพผลผลิต และ7.การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อการผลิตมันสำปะหลัง นอกจากนั้น ยังจัดแสดงนิทรรศการลักษณะของปัจจัยการผลิตที่ถูกต้องได้มาตรฐาน โรงผลิตปุ๋ยหมักเติมอากาศ และการให้น้ำมันสำปะหลังด้วยระบบน้ำบาดาลจากโซล่าร์เซลล์  รวมทั้งมีการออกร้านของบริษัท/โรงงานที่ผลิตเครื่องมือการเกษตรจากต้นแบบของกรมวิชาการเกษตร เป็นต้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top