วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
พายุ‘ราอี’พัดถล่ม
เหนือ-อีสานอ่วม!
ปภ.สั่ง32จว.รับมือ
น้ำป่าหลากดินสไลด์
เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่าจากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าพายุดีเปรสชั่นราอี(Rai)ที่เคลื่อนตัวผ่าน จ.อุบลราชธานีและอำนาจเจริญ อ่อนกำลังลง เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้วคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบนและภาคเหนือ จะทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่
โดยทาง ปภ.ได้ประสาน32จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ14จังหวัดได้แก่เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ทั้งนี้ นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่าภาวะฝนตกหนักระยะนี้ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ใน5จังหวัดรวม5 อำเภอ 9 ตำบล แยกเป็นจ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ อ.ขุญหาญ จ.ตราด เกิดดินสไลด์ใน อ.เกาะช้าง จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และอ.ขุนยวม จ.พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอกคำใต้ อ.แม่ใจและอ.เมืองพะเยา ได้รับผลกระทบ 500 หลังคาเรือน ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรของ อ.ดอกคำใต้
สถานการณ์ผลจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น“ราอี”ทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันหลายวันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเคลื่อนตัวเข้ามายังเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 14กันยายนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสํานักงาน ปภ.เชียงใหม่ เผยว่า จากการตรวจสอบเรดาร์ฝนหลวงอมก๋อย พบมี 9 อำเภอ มีฝนตกหนัก ได้แก่ อ.อมก๋อย อ.ดอยเต่า อ.ฮอด อ.แม่แจ่ม อ.แม่วาง อ.สะเมิง อ.แม่ริม อ.แม่แตง และอ.เมืองเชียงใหม่และมี 6 อำเภอ มีฝนตกปกติ ได้แก่อ.ดอยหล่อ อ.หางดง อ.สันป่าตอง อ.สันทราย อ.ดอยสะเก็ด และอ.พร้าว
และในช่วงเช้า เกิดฝนตกหนัก ทำให้ต้นสนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารล้มทับบริเวณทางขึ้นบันไดนาค ด้านซ้ายเสียหายค่อนข้างมาก ค้านขวาเสียหายเล็กน้อย ทางวัดและเจ้าหน้าที่ได้ยกต้นไม้ออกจนสามารถเปิดให้ประชาชนขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุฯได้แล้ว
หลังมีฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าไหลหลากแรงจนน้ำตกเป็นสีโคลนขุ่นเกรง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ได้ติดป้าย ปิดน้ำตกแม่กลาง และน้ำตกแม่ยะ ชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุอันตรายแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยได้สั่งปิด น้ำตก 2 แห่ง คือ น้ำตกแม่สา และน้ำตกตาดหมอก ต.แม่แรม อ.แม่ริม
จ.พิษณุโลก หลังฝนตกหนักน้ำป่าจากเทือกเขาสูงอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ทางหมู่บ้านได้ประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ศาลาวัด
ด้าน นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งนายอำเภอใน 4 พื้นที่คือ อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ทับคล้อ และ อ.ดงเจริญ พื้นที่ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ให้เฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตก จากอิทธิพลของพายุราอี อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากฉับพลันและดินสไลด์
ที่ จ.ลำปาง เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร น้ำในลำห้วยสาขาไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายพื้นที่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50-100ซ.ม. แรงน้ำทำให้สะพาน ที่ใช้ข้ามในระหว่างบ้านแม่ตาลน้อย จำนวน 2 แห่ง เกิดทรุดตัว ตรงคอสะพาน จนใช้สัญจรผ่านไปมาไม่ได้
และในช่วงเช้า จ.แพร่ เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ 4 และหมู่ 11 ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ หลังมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำจากอ่างห้วยผาคำ เอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนที่ใช้สัญจรไปมาไม่ได้ กระแสน้ำแรง และน้ำขึ้นสูง 1-2 เมตร จนมองไม่เห็นทาง ขณะที่ชาวบ้านต้องขนของขึ้นที่สูง บางแห่งขนของไม่ทัน
ในส่วนผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ จ.เลย หลังเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำป่าไหลหลากตามลำน้ำหมัน และห้วยศอกเอ่อท่วมบ้านเรือนริมฝั่ง น้ำท่วม 5 หมู่บ้าน คือ บ้านด่านซ้าย บ้านเหนือ บ้านนาเวียง บ้านนาเวียงใหญ่ และบ้านหัวนายูง โดยเบื้องต้น นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย จ.เลย ประสานเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานมีทั้งทหารกรมทหารพรานที่ 21 เจ้าหน้าที่ ปภ.ด่านซ้าย และเทศบาลเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านประสบปัญหา
จ.ศรีสะเกษ เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ป่าเขา ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา มีน้ำฝนไหลลงในลำห้วยจันทร์ปริมาณมาก มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมที่บ้านกระเบา หมู่ 4 และบ้านค้อตานี หมู่ 8 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ ถนนสายขุนหาญ-ห้วยจันทร์ มีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40เซ็นติเมตรซึ่งทั้ง2หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 350 ครอบครัว
ที่จ.กาฬสินธุ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่าเพียง 3วัน เป็นผลดี มีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวมากกว่า30ล้านลูกบาศ์กเมตร( ลบ.ม.)มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 924 ล้าน ลบ.ม.จึงระบายน้ำเพียงวันละ3 ล้าน ลบ.ม.เพื่อเตรียมการรับมือปัญหาฝนแล้งในอนาคต
ขณะที่ นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศเตือนภัยประชาชนที่อยู่ริม ตลิ่งโดยเฉพาะในเขตลำน้ำปาว และ ลำน้ำชี 5 อำเภอ คืออ.ยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากมี3 เภอ คือ อ.ยางตลาด อ.สหัสขันธ์ อ.นาคู อ.กุฉินารายณ์
เย็นวันเดียวกัน เวลา17.00น.กรมอุตุนิยมวิทย ออกประกาศพายุ“ราอี”ฉบับที่19ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่นราอีเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนล่างลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์และจ.ลพบุรี ขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี