วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จากประเด็นร้อนในสังคมกรณีการจัดเลี้ยงภายในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) หลังทารกวัยเพียง 5 วันเสียชีวิต ล่าสุดจิตแพทย์ได้ออกมาเตือนสติสังคม ท่ามกลางการตั้งคำถามถึงมาตรฐานโรงพยาบาลและหาคนผิด ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังตกอยู่ในอันตรายและต้องการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน นั่นคือ "แม่ผู้สูญเสีย" ที่เสี่ยงเผชิญภาวะซึมเศร้าหลังคลอดรุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์ถึงผลกระทบทางจิตใจจากกรณีข่าว "โต๊ะจีน ICU" โดยระบุว่า แม้สังคมจะมีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงกระบวนการและรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือสภาพจิตใจของมารดาที่เพิ่งคลอดและต้องสูญเสียลูกน้อยไปในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ทางคลินิกฯ ระบุว่า ขณะนี้ผู้เป็นแม่กำลังเผชิญกับ "พายุสองลูกพร้อมกัน" ลูกแรกคือความโศกเศร้าอย่างแสนสาหัสจากการสูญเสีย และลูกที่สองคือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงหลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนแปรปรวน ร่างกายยังไม่ฟื้นฟู และการนอนหลับพักผ่อนถูกรบกวน
ชี้ "ซึมเศร้าหลังคลอด" ไม่ใช่แค่การคิดมาก
จิตแพทย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) พบได้ประมาณ 1 ใน 8 ของคุณแม่หลังคลอด มักเกิดในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก ภาวะนี้ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นความเจ็บป่วยที่ทำให้เกิดอาการเศร้าต่อเนื่อง นอนไม่หลับ วิตกกังวล และอาจมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ ยิ่งในกรณีที่สูญเสียลูก ความเสี่ยงยิ่งซับซ้อนขึ้น เพราะมารดาอาจมีอาการของโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) ร่วมด้วย เช่น ฝันร้าย เห็นภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ หรือรู้สึกผิดและโกรธ
แนะวิธีรับมือ สิ่งที่ครอบครัว "ควรทำ" และ "ไม่ควรพูด"
พร้อมกันนี้ ได้ให้คำแนะนำแก่ครอบครัวในการดูแลผู้สูญเสีย โดยเน้นย้ำให้เฝ้าระวังอาการรุนแรง เช่น กินไม่ได้ นอนไม่ได้ แยกตัว โทษตัวเองซ้ำๆ หรือเริ่มพูดจาร่ำลาอยากตามลูกไป
คำพูดที่ควรหลีกเลี่ยง “อย่าคิดมาก” หรือ “เดี๋ยวก็มีลูกใหม่ได้” (เปรียบเสมือนคนกำลังจมน้ำ ไม่ได้ต้องการคำสอนเรื่องการว่ายน้ำ แต่ต้องการมือที่ยื่นไปช่วย)
คำพูดที่ควรใช้ “สิ่งที่เกิดขึ้นหนักมากจริงๆ” หรือ “คุณไม่จำเป็นต้องผ่านเรื่องนี้คนเดียว มีอะไรให้ช่วยบอกได้เสมอ”
ในตอนท้ายของบทวิเคราะห์ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา ได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า หากพบผู้สูญเสียมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือมีอาการหลงผิด ห้ามปล่อยให้อยู่คนเดียวและต้องพาไปพบแพทย์ทันที เพราะบางครั้ง "ภัยร้ายที่สุดหลังการสูญเสีย อาจไม่ใช่ความเศร้าที่แสดงออกมา แต่คือความสิ้นหวังที่ซ่อนเอาไว้ โดยไม่มีใครถามถึง"
ขอบคุณภาพจากโหนกระแส
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี