ฤทธิ์‘ราอี’ฟาดหาง  ‘ทับคล้อ’จม1เมตร  ‘สุโขทัย’ระส่ำหนัก

ฤทธิ์‘ราอี’ฟาดหาง ‘ทับคล้อ’จม1เมตร ‘สุโขทัย’ระส่ำหนัก

วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฤทธิ์‘ราอี’ฟาดหาง

‘ทับคล้อ’จม1เมตร

‘สุโขทัย’ระส่ำหนัก

น้ำทะลัก4พันคนอ่วม

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.สุโขทัย ว่า อิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น “ราอี” ส่งผลให้คืนวันที่ 15 กันยายน มีฝนตกหนักติดต่อกันราว 1 ช.ม. ในพื้นที่ อ.เมืองสุโขทัย ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำเชี่ยวกราก ทะลักออกมาจากด้านหลังของบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ติดกับแม่น้ำ บริเวณ ถ.นิกรเกษม ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ไหลเข้าท่วมสถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง อาทิ ศาลากลางจังหวัด สำนักงานที่ดินสุโขทัย ศาลเยาวชนและครอบครัวสุโขทัย และกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุโขทัย ก่อนที่จะไหลเข้าท่วมที่ ถ.ศรีอินทราทิตย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเรือนจำจังหวัดสุโขทัย ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม.

น้ำทะลักสุโขทัย-ระดมป้องเขตศก.


มีรายงานว่า น้ำยมได้เอ่อล้นแนวพนังกั้นน้ำบริเวณหลังวัดไทยชุมพล ถ.ราชธานี ต.ธานี จนมีลักษณะคล้ายม่านน้ำตก ชาวบ้านตลอดจนพระเณรของวัดต้องออกมาสังเกตการณ์กลางดึก เนื่องจากเกรงว่า น้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมในตลาดสดเทศบาล ซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ได้ระดมกระสอบทรายมาวางเสริมเพิ่มอีก 2 ชั้น

นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย ได้นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขในจุดที่มีน้ำทะลัก นอกจากนี้ยังได้ตั้งศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และศูนย์รับบริจาคสิ่งของ ทั้งนี้ พบว่ามีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเขต ต.วัดเกาะ อ.ศรีสำโรง และในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี รวมประมาณ 4,200 คน

พิษณุโลกห่วงนาข้าว3อำเภอ

ส่วนที่ จ.พิษณุโลก นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผอ.โครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมว่า ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ อ.พรหมพิราม อ.เมืองพิษณุโลก และ อ.บางระกำ เป็นอย่างมาก มีความจำเป็นต้องผันน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ มาลงแม่น้ำยมสายเก่าให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ที่ชลประทานเป็นห่วงและเฝ้าระวัง คือ พื้นที่นาข้าว อายุ 2-3 เดือน ที่รอการเก็บเกี่ยวใน 3 อำเภอข้างต้น พื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ โดยขณะนี้ได้ระดมเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำของชลประทานไปช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่

“ทับคล้อ”ท่วมหนักสูง1เมตร

ที่ จ.พิจิตร น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขต ชุมชนในเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ อ.ทับคล้อ โดยเฉพาะชุมชนตลาดใต้ ในเขตเทศบาล ต.ทับคล้อ ทำให้มีน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนสูงระดับ 1 เมตร จนต้องเก็บข้าวของ และ สัตว์เลี้ยงไว้บนที่สูง และต้องใช้เรือเข้าออกภายในชุมชน ทางเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.ทับคล้อ เร่งสำรวจความเสียหาย พบมีน้ำท่วม 5 ชุมชน คือ ชุมชนตลาดใต้ ชุมชนสวนโพธิ์ ชุมชนอารมณ์ดี ชุมชนตลาดศรีสวัสดิ์ และ ชุมชนมงคลทับคล้อ มีประชาชนเดือดร้อน 509 คน จาก 205 ครอบครัว

“หล่มสัก”เริ่มคลี่คลายแล้ว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เริ่มคลี่คลายแล้ว ระดับน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนท่ากกแก ชุมชนน้ำพุง ชุมชนสักงอย ชุมชนศรีสะอาด ย่านชุมชนเศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก รวมไปถึงพื้นที่ ต.ตาลเดี่ยว ระดับน้ำลดลงเกือบทุกจุดแล้ว โดยเฉพาะที่ รพ.หล่มสัก ระดับน้ำก็ลดระดับลงแล้วเหลือเพียงบางส่วนที่มีน้ำขังเป็นแอ่ง ระดับน้ำมีความสูงราว 5-10 ซม. ส่วน รพ.นครอินทร์ ระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 20-30 ซม. ขณะที่น้ำในแม่น้ำป่าสัก ระดับน้ำได้ลดระดับต่ำกว่าพนังกั้นน้ำราว 30 ซม.แล้ว ส่งผลให้การระบายน้ำในย่านชุมชนเศรษฐกิจคล่องตัว รถทุกชนิดสามารถสัญจรไป-มา ได้สะดวก

รบ.สั่งเฝ้าระวังระดับน้ำ24 ชม.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย รวมถึง คสช ได้ร่วมกันเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอด 24 ชม. ส่วนจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม นายกฯ ได้สั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และรวดเร็ว ทั้งการระบายน้ำ มอบสิ่งของและฟื้นฟูความเสียหาย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top