วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
บวงสรวงลงขวานทอง  ตัดจันทน์หอม  เตรียมก่อสร้างพระเมรุ

บวงสรวงลงขวานทอง ตัดจันทน์หอม เตรียมก่อสร้างพระเมรุ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : ก่อสร้างพระเมรุ ตัดจันทน์หอม บวงสรวงลงขวานทอง
  •  

บวงสรวงลงขวานทอง

ตัดจันทน์หอม

เตรียมก่อสร้างพระเมรุ

คาดเริ่มต้นได้เดือนมกราคม

ปรับคัดกรองกราบพระบรมโกศ

ลดปมล่าช้าประชาชนต่อคิว

นายกฯปรามขรก.ให้สำรวม

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 11.00 น. หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารและวัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ


ต่อมาเวลา 15.28 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพร้อมด้วย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รวม 8 รูป สวดพระอภิธรรม

ทีวีพูลเผยแพร่MVเพลงสรรเสริญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น. วันเดียวกัน โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเผยแพร่วิดิทัศน์การร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีของพสกนิกรกว่า 3 แสนคน ที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคลและทีมงานตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ความยาว 9 นาที 10 วินาที โดยช่วงต้นของวีดิทัศน์ได้อัญเชิญพระสุรเสียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานพระบรมราโชวาท ไว้เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2519 มาไว้ด้วย ความว่า

อัญเชิญพระราชดำรัสให้ยึดบ้านเมือง

“ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย ขอขอบใจท่าน ที่ได้แสดงน้ำใจไมตรีต่อข้าพเจ้าและพระราชินี กับลูกๆทุกคน ทั้งได้ร่วมมือสนับสนุนในกิจทุกอย่างทำให้เกิดกำลังใจแก่เราอย่างมาก

ประชาชนคนไทยมีการแสดงออกชัดเจนขึ้นว่าต้องการอะไร เมื่อแสดงออกมาเช่นนี้ก็ทำให้รู้ใจกัน และสามารถช่วยกันทำ ช่วยกันสร้างสิ่งที่ต้องการ แม้จะมีอุปสรรคหรือความยากลำบากขัดขวางอยู่ก็ทำได้ ขอเพียงให้ร่วมมือร่วมใจกันจริงๆ แต่ทั้งนี้ควรจะต้องเข้าใจด้วยว่า สถานการณ์ของประเทศโดยส่วนรวมยังไม่แจ่มใสนัก

ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคนเข้าใจและเล็งเห็นสถานการณ์บ้านเมืองตามความเป็นจริง

เวลานี้ บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมอย่างรีบด่วน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรจากพื้นภูมิประเทศและจากกำลังงานกำลังปัญญาของคนไทยเราทุกคน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จักได้นำไปสร้างเสริมความเจริญก้าวหน้าทุกๆด้านให้เพิ่มพูนมั่นคงยิ่งขึ้นโดยเร็ว

เพื่อการนี้เราจะต้องวางโครงการพัฒนาอีกหลายอย่างโดยรีบด่วน ทั้งยังต้องดำเนินโครงการนั้นๆให้สำเร็จผลโดยฉับพลัน จะลังเลหน่วงเหนี่ยวให้ชักช้าด้วยเหตุใดๆไม่ได้ เพราะจะทำให้เสียประโยชน์ที่จะพึงได้ไปเปล่าๆ ซึ่งในยามนี้จะต้องถือเป็นความเสียหาย

การที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ การทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ในอันที่จะยึดชาติบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระเลย

ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเมตตา ด้วยความปรองดองกัน และด้วยความปรารถนาดีต่อกัน ที่สุดผลงานของทุกคนนั้นจะไปรวมกันให้เป็นความสำเร็จและความวัฒนาถาวรของประเทศชาติได้ไม่นานเกินคอย

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวไทยจงปกปักรักษาท่านทั้งหลายให้ปราศจากภัยอันตรายและเหตุชั่วร้ายทุกสิ่ง บันดาลให้แต่ละคนมีกำลังกาย กำลังใจ กำลังปัญญา และกำลังสามัคคีอันแข็งแกร่งพร้อมเพรียง สามารถประกอบกรณียกิจนำพาประเทศชาติให้ดำเนินต่อไปโดยสวัสดี และสามารถที่จะธำรงอิสรภาพอธิปไตยพร้อมทั้งความเจริญร่มเย็นเป็นผาสุขของบ้านเมืองให้สถาวรอยู่ตลอดไป

ขอทุกท่านจงประสบแต่ความสุขศิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล และสิ่งที่พึงปรารถนาตลอดปีใหม่นี้ทั่วหน้ากัน

ผ่าน30วันเชิญธงขึ้นยอดเสา

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล หลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ครบ 30 วันเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน และตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานรัฐทุกแห่งลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วันตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยวันนี้เป็นวันแรกที่ชักธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาเช่นเดิม นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่นำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาติดตั้งบนมุกตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมติดผ้าริบบิ้นดำขาวด้านล่างพระบรมสาทิสลักษณ์

ขอขรก.-รสก.ไว้ทุกข์ต่อ1ปี

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจและเจ้าหน้าที่รัฐไว้ทุกข์ 1 ปีเช่นเดิม ในส่วนประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวให้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยนายกฯย้ำถึงการดำเนินการเรื่องต่างๆว่า ต้องไม่ขัดหลักกฎหมายและพิจารณาตามความเหมาะสม

นายกฯสั่งขรก.สำรวมงดเซลฟี

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกล่าวถึงกรณีมีภาพข้าราชการถ่ายเซลฟีลงในสังคมออนไลน์ ขณะเข้ากราบพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจนไปแล้ว ขอให้ทุกคนสำรวมไม่ควรทำอะไรตามอำเภอใจ

ต่างชาติเข้าแถวรอกราบพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เช้ามืด มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น.เช่นทุกวัน ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคน แต่งกายชุดไว้ทุกข์สีดำสุภาพ มารอเข้าแถวตั้งแต่ 04.00 น. เพื่อเข้าสักการะพระบรมศพด้วย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน หลังปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อเวลา 21.00 น. มีประชาชนได้ถวายสักการะพระบรมศพ 33,928 คน รวม 16 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม -13 พฤศจิกายนรวม 470,319 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระกุศลเป็นเงิน 2,238,997.25 บาท รวม 16 วัน เป็นเงิน 31,491,776.25 บาท

ตื้นตันใจในพระมหากรุณาธิคุณ

นายเอเดรียนลอว์ วัย 77 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยมิสซูรี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องดินจากสหรัฐฯกล่าวว่า แม้มาเมืองไทยครั้งแรก แต่รับรู้เรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากหนังสือพิมพ์มาบ้าง ครั้งนี้มาเที่ยวเมืองไทยได้เรียนรู้ประวัติและการทรงงานของพระองค์ ทราบว่าทรงทำเพื่อคนไทยมากมาย โดยเฉพาะเรื่องดิน ทรงแก้ปัญหาให้ชาวบ้านจนทำเกษตรได้ พระองค์ทรงศึกษามากกว่าที่พวกเรานักวิทยาศาสตร์ในอเมริกาค้นคว้าในห้องทดลองเสียอีก

เช่นเดียวกับ นายคลิฟ เช้ง วัย 54 ปีที่กล่าวว่า ตอนมาเมืองไทยครั้งแรก ภรรยาซึ่งเป็นคนไทยพาตนไปเที่ยวดอยตุง ดูโครงการที่พระองค์ทำให้ชาวเขามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น จำได้ว่าตอนนั้นพอรู้ว่าทั้งหมดที่เห็นมีที่มาจากพระมหากษัตริย์ รู้สึกประทับใจ พอเห็นนิทรรศการพระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ยืนอ่านอยู่ 2 ชั่วโมง มีข้อมูลที่ทำให้ตื้นตันใจคือ ที่แท้จริงแล้วพระองค์ทรงทำงานเพื่อคนทั้งประเทศด้วยพระเนตรข้างเดียว คงต้องเหนื่อยมาก แต่ยังทำต่อเนื่องด้วยความขยัน ไม่ย่อท้อ

เพิ่มตรวจคัดกรองลดความล่าช้า

ส่วนการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาค 1 แถลงหลังหารือถึงการจัดระเบียบและจัดคิวประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ที่ประชุมพิจารณาถึงปัญหาความล่าช้าของประชาชนที่ต้องผ่านจุดคัดกรองแต่ละด่าน และตกลงให้เพิ่มช่องทางตรวจคัดกรอง จากเดิมมี 2 ช่องเป็น 5 ช่อง เพื่อให้ประชาชนเดินทางเข้าพื้นที่สะดวกมากขึ้น เพราะมีคนจำนวนมากเดินเข้ามาในจุดเดียวบริเวณสะพานข้ามคลองหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ อาจส่งผลเรื่องความปลอดภัย จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารช่างคอยดูแลและซ่อมบำรุงสะพานทุกวัน

เรื่องการรอเข้าคิวนั้น พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะประชาชนจำนวนมากเดินทางมาช่วงเช้าพร้อมกัน เช่น เวลา 07.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน มีประชาชนเดินทางมาพร้อมกันถึง 20,000 คน แต่โดยเฉลี่ยเจ้าหน้าที่จัดแถวให้เข้าถวายสักการะได้ชั่วโมงละ 2,000 คน ทำให้ประชาชนต้องรอนานเป็น 10 ชั่วโมง หากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้ ทยอยเดินทางมาช่วงสาย ปล่อยให้คนที่มาจากต่างจังหวัดมาถึงช่วงเช้าได้เข้าคิวก่อน เชื่อว่าไม่เกิน 3 ชั่วโมง ทุกคนจะได้เข้าสักการะพระบรมศพ จึงอยากให้ประชาชนแบ่งปันน้ำใจเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรีมีครรภ์และผู้สูงอายุ มีโอกาสเข้าคิวด้านหน้า โดยปกติเจ้าหน้าที่จัดแถวพิเศษให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุเกิน 70 ปีอยู่แล้ว

จองคิวออนไลน์ต้องคิดรอบคอบ

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ยังกล่าวถึงการจัดคิวออนไลน์ว่า ทางเทคนิคสามารถทำได้ภายในสิ้นเดือนนี้ แต่ยังต้องพิจารณาว่าจะตัดสินใจนำมาใช้ทันทีหรือไม่ เพราะยังพบปัญหาคนเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ เช่น ผู้สูงอายุหรือความยุติธรรมกับคนที่มานั่งรอคิวตั้งแต่ช่วงเช้า ตนจะต้องตอบสังคมให้ได้ เพราะเป็นการบริหารความรู้สึกของคน ตอนนี้มองเห็นทางแก้ปัญหาวิธีเดียวคือ ขอให้ทุกคนช่วยแบ่งปัน มีน้ำใจให้กัน คือ ให้โอกาสคนชรา หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก รวมถึงคนที่จองคิวระบบออนไลน์ด้วย

สถาบันวัคซีนน้อมนำพระราชปณิธาน

ด้าน ดร.นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน)เผยว่า สถาบันวัคซีนฯจะน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพึ่งตนเอง และเกิดความมั่นคงด้านวัคซีนภายใน 10 ปี (พ.ศ.2554-2563) รวมถึงสร้างหลักประกันว่าประชาชนจะมีวัคซีนที่จำเป็นใช้พอเพียงทั่วถึง ทั้งในภาวะปกติและฉุกเฉิน เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่ป้องกันได้

สำหรับแผนดำเนินงานโครงการในวาระแห่งชาติด้านวัคซีน ปี 2560 เช่น ด้านวิจัยพัฒนาและการผลิต ได้แก่ การพัฒนาวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อเป็น การผลิตวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน การผลิตวัคซีนผสม คอตีบ บาดทะยัก ไอกรนและตับอักเสบบี รวมทั้งตั้งโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น ได้แก่ คลังเก็บวัคซีนมาตรฐานของภูมิภาค โรงงานผลิตวัคซีนระดับกึ่งอุตสาหกรรมมาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP) ศูนย์ทรัพยากรชีวภาพทางการแพทย์ เพื่องานวิจัยพัฒนาวัคซีนและการพัฒนาบุคลากรเป็นระบบ วงสรวงตัดไม้จันทน์หอมราบรื่น

อีกด้านหนึ่ง ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่กองพิธีการ สำนักพระราชวัง โดยนายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อนำไปสร้างพระโกศทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ในพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อถึงเวลา 14.09 น.ตามฤกษ์ นายวุฒิ พร้อมนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางเข้าไปในปะรำพิธี ซึ่งสร้างไว้บริเวณต้นจันทน์หอมต้นที่ 15 โดยนายฉัตรชัย เป็นผู้ประกอบพิธีบวงสรวงตามโบราณราชประเพณี ด้วยการหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมต้นจันทน์หอมที่ยืนต้นตาย พราหมณ์หลวงอ่านบทสวดขอขมาเทพเทวาอารักษ์ ลงด้ามขวานเทียมลงบนต้นไม้ 3 ครั้ง และโปรยดอกไม้รอบโคนต้นไม้ เป็นปฐมฤกษ์ ทั้งนี้ โดยรอบนอกปะรำพิธีมีประชาชนมาร่วมพิธีแน่นขนัด สภาพอากาศแจ่มใส การประกอบพิธีเป็นไปอย่างราบรื่น

ส่งกรมศิลป์ได้ภายในเดือนธค.

สำหรับต้นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เจ้าหน้าที่สำรวจพบมีอยู่ 12 ต้น ซึ่งประธานในพิธีทำการบวงสรวงและลงด้ามขวานทุกต้น ส่วนต้นไม้ที่จะได้รับคัดเลือกยังอยู่ในการตัดสินใจของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร และการตัดต้นไม้จริงจะทำภายใน 30 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อตัดไม้จันทน์หอมแล้วเสร็จ กรมศิลปากรขอให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แปรรูปไม้จันทน์หอมให้ได้ตามขนาดต่างๆก่อนส่งมาเก็บไว้ใช้งาน ตามที่สำนักช่างสิบหมู่ กำหนดแบบการจัดสร้าง เพื่อให้เหมาะสมต่อใช้งานและการเลื่อยฉลุลวดลายไทย เบื้องต้น กองราชพิธี สำนักพระราชวัง คาดว่าไม้จันทน์หอมที่ทำพิธีตัดในวันนี้จะพอใช้ก่อสร้างพระบรมโกศ ทรงพระบรมศพเหนือพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ และกรมอุทยานฯจะแปรรูปและส่งมอบไม้ให้กรมศิลปากรได้ปลายเดือนธันวาคม ก่อนที่กรมศิลปากรจะเริ่มก่อสร้างพระเมรุมาศช่วงต้นเดือนมกราคม 2560

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘นฤมล’ ถกบอร์ดคุรุสภานัดแรกปี 69 ไฟเขียวรับรอง 32 หลักสูตรครู เพิ่มมาตรฐานวิชาชีพ

แฟนคลับคิดถึง! นิ้ง กุลสตรี โชว์ฝีมือตำส้มตำเสิร์ฟให้สามี

‘กสทช.-ตำรวจมุกดาหาร’ตรวจเข้มริมโขง สกัดสัญญาณข้ามแดน ตัดวงจรแก๊งคอลฯ-สแกมเมอร์

เบอร์1อาเซียน! IFFHSจัดอันดับลีกไทยติดท็อป5เอเชีย

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved