วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ทหารไล่ล่า“ฮาร์ดคอร์”
ยึดคลังแสง
ตะลึง!ระเบิด-ปืนเพียบ
มัดแดงกระทุ่มแบน-ลพบรี
สารภาพเตรียมขนป่วนกรุง
ทัพภาค3รวบหัวโจกองค์ดำ
“เลิศ ไม้เก่า”โยงฆ่าเด็กรามฯ
วันที่ 21 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า “เลิศ ไม้เก่า” หรือ นายบุญเลิศ เรืองทิม แกนนำการเคลื่อนไหวกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) พิษณุโลก กลุ่มนักรบพระองค์ดำ ถูกชุดปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 20 พฤษภาคม หลังประกาศใช้กฎอัยการศึก โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวตามข้อหายั่วยุ ก่อให้เกิดความไม่สงบ ประกอบกับยังมีหมายจับเกี่ยวข้องกับคดีฆ่านักนักศึกษารามคำแหงด้วย โดยจับกุมได้ขณะขับรถกระบะโตโยต้าวีโก้สีดำ พร้อมเด็กสาวอีก 1 คน บนถนนแห่งหนึ่งเขตรอยต่อ อ.เมือง-อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยมีกระแสข่าวว่าถูกควบคุมตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ ค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.พิษณุโลก
เผยประวัติซุกการเมืองจนได้ดี
รายงานข่าวระบุว่า นายบุญเลิศ เคยถูกทหารม้า ม.พัน.9 พล.ร.4 จับกุมตัวได้มาแล้วครั้งหนึ่งขณะเกิดการปฏิวัติปี 2549 สมัยที่ พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ส่วนอาชีพดั้งเดิมของนายบุญเลิศคือ ถีบสามล้อรับจ้างในตัวเมืองพิษณุโลก ก่อนมาคุมวินจักรยานยนต์แถวศูนย์ขนส่ง กระทั่งได้เข้าไปอยู่ในการดูแลของนักการเมืองท้องถิ่น และในเวลาต่อมา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้มอบหมายงานระดมมวลชนให้ จากนั้นได้ขยับขึ้นไปอยู่กับแกนนำเสื้อแดงในกรุงเทพฯ
ลพบุรีจับอาวุธสงครามบิ๊กลอต
วันเดียวกัน พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า ตำรวจลพบุรีสนธิกำลังทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ปฏิบัติการภายใต้อำนาจของกฎอัยการศึกเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยใน ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี และจับกุมตัว นายเชาวร์วัฒน์ ทองเผือก อายุ 54 ปี ที่บ้าน หมู่ที่ 8 ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง พร้อมของกลาง อาวุธปืนยาวเอเค หรืออาก้า 1 กระบอก พร้อมกระสุน เครื่องกระสุนปืนขนาด 5.56 จำนวน 800 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด 11 มม. 156 นัด เครื่องกระสุนปืนเอเค 47 จำนวน 88 นัด เครื่องกระสุนปืนคาร์บินขนาด 30 จำนวน 60 นัด
นอกจากนี้ยังมี วัตถุระเบิดเอ็ม 18 เอ 1 จำนวน 1 ลูก เครื่องวัตถุระเบิด ทีเอ็นที น้ำหนัก 1 ออนด์ พุพวงกลม 11 ลูก วัตถุระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ ทำด้วยโลหะ 3 ลูก วัตถุระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ กล่องเหล็ก 1 ลูก วัตถุระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ พลาสติก 5 ลูก
สารภาพเตรียมถล่มม็อบ
นายเชาวร์วัฒน์ สารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจาก นางนันทนา (ขอสงวนนามสกุล) และ นางชัชญา (ขอสงวนนามสกุล) ให้จัดหาอาวุธปืนและระเบิดเพื่อนำไปก่อเหตุความวุ่นวายในที่ชุมนุมที่กรุงเทพฯ
ตะลึงคลังแสงหอพักสาวเสื้อแดง
เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผกก.ผู้ทรงคุณวุฒิ บก.ป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 1 และตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน นำกำลังเข้าตรวจค้นหอพักNCO ซึ่งเป็นห้องแถวแบ่งเช่าชั้นเดียว เลขที่ 19/10 หมู่ 3 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หลังจากได้รับแจ้งว่าห้องแถวแห่งนี้ถูกใช้เป็นแหล่งซ่องสุมอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก
ผลการตรวจสอบที่ห้องเลขที่ 3-4 ซึ่งมี น.ส.จันทนา วรากรสกุลกิจ อายุ 44 ปี ชาวจ.นครราชสีมา เป็นผู้เช่า พบอาวุธสงครามพร้อมกระสุนจำนวนมาก อาทิ ปืนเอเค 47 (พับฐาน) จำนวน1 กระบอก ซอง1ซอง พร้อมกระสุน 777 นัด ปืนไรเฟิล 1 กระบอก พร้อมกล้องส่อง กระสุนในซองพร้อมยิง38นัด เครื่องยิงเอ็ม79 จำนวน1 กระบอก พร้อมลูกยิง 40 มม. 9 นัด ปืนเอ็มพี 1 กระบอก พร้อมซอง3ซอง กระสุน48นัด ปืนคาร์บิ้น จำนวน1 กระบอก พร้อมซอง4ซอง,กระสุน 154 นัด
นอกจากนี้ยังมี ปืนเอ็ม4 จำนวน1 กระบอก กระสุน 275 นัด และที่เก็บเสียง ปืนพกสั้น 1 กระบอกพร้อมซอง1ซอง กระสุน.380 จำนวน 9 นัด วิทยุไอคอม1เครื่อง ระเบิดแสวงเครื่อง(ยังไม่ใส่ดินปืน)8ลูก ระเบิดขว้าง3ลูก (rgd5,เอ็ม26,เอ็ม67) ดินระเบิด120 ขวด มีดสั้น1เล่ม เกราะอ่อน1ตัว บัตร นปช."รวมพลคนประชาธิปไตย" บัตรการ์ด นปช. no.3084 ตะปูเกลียว-ลวดพร้อมทำระเบิดแสวงเครื่อง กระสุนขนาด.38 จำนวน 1 กล่อง
อ้างหน้าตายแค่ของสะสม
น.ส.จันทนา รับว่าเป็นผู้เช่าห้องพักดังกล่าว โดยมีลูกน้องอีก 1 คน ที่ไปทำงานอยู่ข้างนอก ส่วนอาวุธสงครามทั้งหมดนั้นได้ซื้อมาสะสมไว้ด้วยความชื่นชอบ จากผู้ค้าตามแนวชายแดนพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และที่ จ.ราชบุรี อย่างไรก็ตาม น.ส.จันทนา ไม่ได้ระบุว่าเก็บสะสมอาวุธสงครามไว้โดยมีเป้าหมายอะไร
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ครอบครองอาวุธสงคราม และยุทธภัณฑ์ ที่เจ้าพนักงานไม่สามารถอนุญาตไว้ให้ครอบครองได้ และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง มาสอบสวนที่ บก.ป.พร้อมจะเร่งขยายผลสืบสวนติดตามจับกุมลูกน้องของผู้ต้องหามาสอบสวนดำเนินคดี และจะสืบสวนขยายผลต่อไปว่า เกี่ยวข้องกับเหตุร้ายต่างๆหรือไม่
DSIรวบ“เสรี”คาสุวรรณภูมิ
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ควบคุมตัว นายเสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการ 1 ใน 30 แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) ที่ถูกศาลออกหมายจับฐานกบฎและข้อหาอื่นๆ รวม8 ข้อหา โดยเข้าควบคุมตัวนายเสรีที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเบื้องต้น ก่อนคุมตัวส่งพนักงานอัยการ เพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลต่อศาลอาญาทันทีในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
“ธาริต”ขึงขังอ้างต้องจับตามกม.
นายธาริต กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ซึ่งได้ขอให้ชะลอการออกหมายจับไว้ก่อน แต่ดีเอสไอมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งศาลที่อนุมัติหมายจับไว้ ยืนยันว่าไม่ใช่การไล่ล่าเพื่อจับกุมแกนนำ กปปส. ซึ่งในกรณีของ ดร.เสรีนั้น หากไม่ดำเนินการตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ก็จะมีความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ทนายยื่น6แสน-ศาลให้ประกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาต่อมา ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1328/2557 โดยจำเลยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จึงนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.30 น. ขณะที่ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย 600,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันโดยตีราคาประกัน 6 แสนบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี