วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
จวกรบ.หั่นราคา1.2หมื่น
ชาวนาฮือ!
ชุมนุมใหญ่บีบขอเท่าเดิม
ครม.ผวาสั่งผวจ.สกัด
บุญทรงแจงทางเฟซบุ๊ค
อ้างรักษาวินัยการคลัง
อัมมารงง‘ปู’ไม่รู้เรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับทราบมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เกี่ยวกับการปรับลดเงื่อนไขโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงต้องให้ครม.รับทราบและมีมติภายหลังการประชุม นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบมติคณะกรรมการ กขช.ใน 2 ส่วนคือ ให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/2557 ความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 จากราคาตันละ 15,000 บาท เหลือ 12,000 บาทต่อตัน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม อีกทั้ง ยังจำกัดวงเงินรับจำนำไม่เกินครัวเรือนละ 500,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนเป็นต้นไป สำหรับเหตุผลการปรับแปลี่ยนเงื่อนไขโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าว หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวในตลาดโลก ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และปริมาณข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ที่สำคัญ เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ นำไปสู่การจัดทำงบประมาณสมดุลในปีงบประมาณ 2560
อ้างกฤษฎีกายันทำได้ไม่ขัดกม.
“ทั้งนี้ การปรับลดราคารับจำนำข้าวดังกล่าวไม่ขัดแนวนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกายืนยันต่อที่ประชุม ครม.แล้วว่าไม่ขัดกฎหมาย รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้เหมาะสมต่อสถานการณ์ เพราะรัฐบาลแถลงนโยบายไว้หลายเรื่อง โดยโครงการจำนำข้าวที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาที่ราคา 15,000 บาทต่อตันนั้น ถือว่ารัฐบาลดำเนินการครบถ้วนตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาบริหาร การจะทบทวนปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะรัฐบาลต้องดูแลภาพรวมทั้งตัวเลขการคลัง และราคารับจำนำ”นายวราเทพกล่าว
สำหรับกรอบวงเงินที่ใช้รับจำนำข้าวเปลือกนั้น ยืนยันตามมติ ครม.วันที่ 10 มิถุนายนที่กำหนดวงเงินดำเนินการสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ต้องไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายรับจำนำยังอยู่ที่ 22 ล้านตันเช่นเดิม ขณะนี้มีเกษตรกรนำข้าวมาเข้าโครงการแล้ว 19 ล้านตัน
ชี้โอกาสดีปิดช่องโกงงบประมาณ
นายวราเทพกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนได้เสนอความเห็น ในส่วนมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรมในการเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบคุณภาพข้าว ทั้งความชื้นและสิ่งเจือปน เพื่อบรรเทาในเรื่องรายได้ของเกษตรกรไม่ให้ลดลงหรือต่ำกว่าที่เกษตรกรต้องการ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพทุกขั้นตอนของโครงการ ถือเป็นโอกาสปิดช่องไม่ให้เกิดการรั่วไหลของงบประมาณ หรือการทุจริตแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
ตีขลุมชาวนายอมรับราคาใหม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมเป็นห่วงกรณีชาวนาจะออกมาเคลื่อนไหวแสดงความไม่พอใจการปรับลดราคาจำนำหรือไม่ นายวราเทพกล่าวว่า กขช.ได้ประเมิน และคำนวณตัวเลขราคารับจำนำที่เกษตรกรน่าจะรับได้ออกมาแล้ว และช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี จะประชุมบูรณาการร่วมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ คงจะพูดคุยในเรื่องนี้ เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ดูแลเรื่องพืชผลทางเกษตรของจังหวัดอยู่แล้ว
นายกฯสั่งคุมเข้มกระบวนการจำนำ
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมว่า จากนี้ไปต้องให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นคือ การทำเกษตรโซนนิ่ง เน้นปลูกพืชเกษตรในพื้นที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เร่งรัดให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องนำงานวิจัยที่เกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าและคุณภาพสินค้าเกษตรมาปรับใช้ และ เพื่อความโปร่งใส ที่ประชุมมอบให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย เข้มงวดตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจดทะเบียน การตรวจสภาพ การเก็บรักษาและการระบายข้าว
กำชับผู้ว่าฯเคลียร์ชาวนาสกัดม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นในช่วงบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนและจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ที่ทำเนียบฯโดยวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ก่อนเริ่มเข้าวาระนายกฯสั่งกำชับผู้ว่าฯไปชี้แจงทำความเข้าใจกับเกษตรกร ถึงนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล ที่ล่าสุดครม.มีมติให้ปรับลดราคารับจำนำลงเหลือตันละ 12,000 บาท เนื่องจากขณะนี้มีกระแสข่าวลือต่างๆ เกิดขึ้น ขอให้จังหวัดนำข้อมูลไปชี้แจงกับเกษตรกร
นายกฯระบุว่า สาเหตุที่รัฐบาลปรับลดราคารับจำนำลง เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ถ้าในอนาคตราคาข้าวในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น จะคืนรายได้ให้ชาวนา ส่วนเรื่องการทุจริตนั้น นายกฯ ย้ำว่า อย่าให้พบเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นใจ หรือเป็นหู เป็นตา ให้เกิดช่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าพบจะต้องดำเนินการ ลงโทษทางวินัย พร้อมดำเนินคดีทั้งอาญา และแพ่ง และต้องจ่ายค่าปรับต่างๆ ด้วย
“บุญทรง”โพสต์แจงเหตุปรับราคา
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงเหตุผลที่ต้องปรับปรุงเงื่อนไขจำนำข้าวรอบปัจจุบัน ผ่านเฟซบุ๊ค ส่วนตัว “Boonsong Teriyapirom”ว่า ที่ประชุมกขช.พิจารณาเหตุผลสำคัญ 3 ประการคือ 1.ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งมีตัวเลขต้นทุนเฉลี่ยการปลูกข้าวนาปรังทุกพื้นที่ คำนวณได้ขณะนี้ที่ 8,731 บาท/ตันข้าวเปลือก หากคิดตามสูตรมาตรฐานที่ใช้สำหรับการดูแลราคาพืชเกษตรอื่นๆ ทางกรมฯจะเพิ่มราคาให้ 25% ซึ่งจะได้ราคาเท่ากับ 10,914 บาท/ตัน แต่เมื่อคำนวณจากราคาที่ 12,000 บาท/ตัน จะพบว่ามีส่วนต่างประมาณ 37%
2.ข้อมูลจากกระทรวงการคลังระบุว่าหากรัฐบาลต้องทำงบประมาณสมดุลภายในปีงบประมาณ 2560 จำเป็นต้องรักษากรอบวินัยการคลัง และประเด็นสุดท้าย 3.ช่วงนี้เป็นปลายฤดูเก็บเกี่ยว ข้าวเปลือกที่ยังไม่เก็บเกี่ยวมีไม่มากแล้ว จึงเห็นว่าการปรับเปลี่ยนช่วงเวลานี้ ไม่น่ากระทบชาวนารายเล็กรายย่อย
ปลุกม็อบชาวนาทั่วปท.ฮือต้าน
ทันทีที่ครม.นัดพิเศษมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอ กขช.ให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาท เหลือ 12,000 บาท มีปฎิกริยาจากชาวนาทั่วประเทศ ประกาศเตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านมติดังกล่าวทันที โดยนายพรม บุญมาช่วย ประธานสภาเกษตรกรสุพรรณบุรี กล่าวว่า กลุ่มตัวแทนชาวนาทั่วประเทศจะไปประชุมร่วมกันที่ จ.นครนายกระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน เพื่อหารือแนวทางแสดงพลังคัดค้านรัฐบาล ที่ลดราคาจำนำข้าวนาปรังปี 2556 เหลือ 12,000 ต่อตัน ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ไม่พอใจ เพราะไม่คุ้มกับการลงทุน
“ชาวนาทั่วประเทศต้องมีปฏิกิริยาต่อการตัดสินใจดำเนินการของรัฐบาลอย่างนี้แน่นอน ผมว่ารัฐบาลเองก็รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่ที่น่าน้อยใจคือ สุดท้ายมาโยนภาระให้ชาวนา เพราะรัฐบาลอาจเห็นชาวนาไม่มีทางสู้ เปรียบเสมือนลูกที่ถูกลืม ผมว่ารัฐบาลกำลังหลงทาง และชาวนาเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวแสดงพลังให้เห็นว่า ชาวนาก็มีทางสู้แบบชาวนาเหมือนกัน”นายพรมกล่าว
ซัดแก้ไม่ถูกจุดไล่ไปล้างโกงต้นเหตุเจ๊ง
และว่า ถ้ารัฐบาลปรับลดราคารับจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาท เหลือ 13,000-13,500 บาท ก็พอจะรับได้ เพราะราคาข้าวนั้นลดลงมากกว่าที่เกษตรกรคาดไว้ เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด มาแก้ที่ปลายเหตุ ทั้งที่รัฐบาลรู้อยู่แก่ใจว่าต้นเหตุคือ การทุจริตการดำเนินการรับจำนำข้าวที่ไม่โปร่งใสในกระบวนการรับจำนำข้าวที่ต้องตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นอีก
ชาวนาภาคกลางประกาศชุมนุมใหญ่
นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯจัดประชุมร่วมกับชาวนาใน 20 จังหวัดภาคกลาง และจะแถลงข่าววันที่ 20 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หากรัฐบาลยังยึดจำนำข้าวที่ 12,000 บาทต่อตัน จะชุมนุมใหญ่แน่นอน เพราะเห็นว่าการปรับราคาจำนำข้าวนาปรังปี 2556 เหลือ 12,000 บาท/ตัน เป็นสิ่งที่ชาวนารับไม่ได้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามนโยบายเดิม หรือหากจะปรับเปลี่ยนควรเริ่มในฤดูกาลหน้า เพื่อจะได้มีเวลาหารือและทำความเข้าใจกันกับทุกฝ่าย
“ผมรับไม่ได้ ถ้าค่าความชื้นไม่ตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ก็จะไม่ได้ราคาตามที่กำหนดราคาข้าวจะตกลงมาอีก ทำให้ชาวนาไม่เหลืออะไรเลย” นายวิเชียรกล่าว
พะเยาบุกศาลากลาง20มิย.จี้คงราคา
เช่นเดียวกับ กลุ่มเกษตรกรอีกหลายจังหวัด ที่เตรียมออกมาเคลื่อนไหว โดยร.ต.เสถียร เวียงลอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา และประธานกลุ่มเกษตรกรทำนา ห้วยยางขามกล่าวว่า วันที่ 20 มิ.ย.เวลา 09.00 น. กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้ง 9 อำเภอของจ.พะเยา ไม่ต่ำว่า 1,000 คน จะไปรวมตัวข้างศาลาประชาคม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดพะเยา เพื่อยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ถึงนายกฯขอให้คงราคารับจำนำข้าวไว้ที่นาปีตันละ 20,000 บาท นาปรังตันละ 15,000 บาทเช่นเดิม
เกษตรกรเชียงใหม่ค้านมีโควต้า
เช่นเดียวกับ นายสมาน ทัดเที่ยง ประธานเครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ ที่ระบุว่า หากรัฐบาลจะปรับลดราคารับจำนำข้าวมาที่ตันละ 12,000 บาท เกษตรกรยอมรับได้ แต่อยากให้ปรับความชื้นเพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 20% ขึ้นไปและยืดการรับจำนำไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน เพราะตอนนี้เกษตรกรในจ.เชียงใหม่ยังเก็บเกี่ยวไม่หมด อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไม่เห็นด้วยกับมาตรการจำกัดโควต้ารับจำนำ เพราะเกษตรกรมีพื้นที่ทำนาไม่เท่ากัน ทำให้เกษตรกรบางรายได้รับผลกระทบ
นักกม.ชี้เป็นสัญญาประชาคม
ขณะเดียวกัน มีความเห็นจากนักวิชาการด้านกฎหมาย อย่างนายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามว่า โดยหลักการสามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขโครงการได้ เพราะการที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะดำเนินโครงการใดนั้น ไม่ถือมีผลผูกพันตามกฎหมายหรือมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบปฏิบัติ แต่การปรับเปลี่ยนโครงการที่พบว่ามีปัญหารัฐบาลต้องยอมรับว่ามีความผิดพลาดและเห็นควรแก้ไข เบื้องต้นต้องชี้แจงกับประชาชนให้ชัดเจนถึงเหตุผลและประโยชน์ของการเปลี่ยนรูปแบบนโยบาย
ปรับได้แต่ต้องมีคนรับผิดชอบ
“การที่พรรคการเมืองหาสียงว่าจะดำเนินนโยบายและย้ำในการแถลงนโยบายถือเป็นสัญญาประชาคม หากทำแล้วผิดพลาด ทางการเมืองจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีคนมารับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีต้องออกถ้อยแถลงให้ชัดเจน เพราะถ้านำข้อเท็จจริงมาอธิบาย เชื่อว่าทุกฝ่ายยอมรับได้”นายเจษฎ์กล่าว
งง“ปู”ไม่รู้เจ๊งเท่าไหร่แนะใช้ประกัน
ขณะที่นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)กล่าวว่า รัฐบาลปกปิดตัวเลขผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว เพราะกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ต่างก็มีตัวเลขผลการดำเนินงานที่ไม่ตรงกัน และก็เชื่อว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ประหลาดมากที่สุดคือ นายกรัฐมนตรีไม่รู้ว่าโครงการนี้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ ทั้งที่ดำเนินการมาร่วม 2 ปี ต้องให้นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาเป็นคนกลางรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการปรับลดราคาจำนำ สะท้อนว่ารัฐบาลยอมรับความผิดพลาดจากการดำเนินนโยบาย แต่ถึงแม้จะลดราคารับจำนำลง ก็ถือว่ายังสร้างความเสียหายอยู่ดี ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะระงับการขาดทุนโครงการนี้ได้คือ ต้องยุติโครงการ หันมาใช้นโยบายประกันราคาแทน
“ธีระชัย”ชี้ราคาต้องต่ำกว่าหมื่น
วันเดียวกัน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลังโพสต์ความเห็นต่อการปรับลดราคาจำนำข้าวผ่านเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubalaว่า ไม่ถูกต้อง หากจะเรียกว่าจำนำ รัฐบาลต้องไม่รับจำนำเกินราคาตลาด มิฉะนั้นก็ต้องเปลี่ยนนโยบายเป็นการประกันราคา หรือ การรับซื้อข้าวเข้ารัฐแทน ทั้งนี้ การลดราคาที่สมเหตุสมผลควรลดให้ต่ำกว่าราคาตลาดคือ ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อตัน จึงเป็นการจำนำอย่างแท้จริง
ครม.เงาปชป.ซัดรบ.ตระบัดสัตย์
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.ในฐานะโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาธิปัตย์แถลงว่า มติครม.เงาเห็นว่าการที่รัฐบาลลดราคารับจำนำข้าวลงถือเป็นการกระทำขัดนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เป็นการตระบัดสัตย์คำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
ทั้งนี้ พรรคไม่เห็นด้วยกับการปรับลดวงเงินรับจำนำ เพราะคนเดือดร้อนคือชาวนา แต่กระบวนการทำนาบนหลังคนยังคงอยู่ รัฐบาลควรไปดูการรั่วไหลจากการทุจริตมากกว่า ซึ่งวันที่ 20 มิถุนายน ครม.เงาจะสรุปตัวเลขโครงการจำนำข้าวอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะตัวเลขของรัฐบาลสับสน พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันโครงการจำนำข้าวขาดทุน 2.6 แสนล้านบาท โดยซุกตัวเลขในงบประมาณปี 2557 ผ่านการชดเชยดอกเบี้ยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ส.ส.อีสานพท.อัดลดราคาจำนำ
ขณะที่นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ส.ส.อีสานส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับการปรับลดราคาจำนำข้าว ที่ทำให้ชาวนาเสียประโยชน์ เพราะโครงการจำนำข้าว เป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลหาเสียงไว้กับเกษตรกร เมื่อมาลดราคาจำนำข้าวลงมา จะกระทบคะแนนนิยมและความน่าเชื่อถือของพรรคแน่นอน และจะเลวร้ายไปถึงขั้น ถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปขยายผลยื่นตีความว่ารัฐบาลหลอกลวงประชาชน มองว่าเร็วเกินไปที่ปรับลดราคาลงมา ฝ่ายที่รับผิดชอบต้องไปหาวิธีอื่นๆอุดรอยรั่วในโครงการแทน แต่ไม่ใช่มาลดราคาการจำนำข้าวลงมา ทำให้เสียความเป็นนโยบายพรรค
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี