533.jpg
40ส.ว.ฉีกหน้าโต้ถ้อยแถลง'ปู'! ยันไทยเสีย'ชะง่อนผา'ทั้งหมด

40ส.ว.ฉีกหน้าโต้ถ้อยแถลง'ปู'! ยันไทยเสีย'ชะง่อนผา'ทั้งหมด

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556, 15.08 น.
Tag :

12 พ.ย.56 นายคำนูน สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ร่วมกันแถลงข่าว ในนามคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบทุจริตติดตามตอบโต้รัฐบาล ที่ระบุว่าคำตัดสินของศาลโลกไทยไม่เสียดินแดน ในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร

โดย นายคำนูน กล่าวว่า จากการฟังดูทิศทางจากสื่อต่างประเทศทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส รวมทั้งความเห็นของ นายสุรพล นิตไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งจบกฎหมายจากฝรั่งเศส ยืนยันได้ว่าเราแพ้คดี โดยเราเสียดินแดนชะง่อนผา (ยอดเขาพระวิหาร) หรือ Promontory ให้กัมพูชาทั้งหมด อาทิ บริเวณวัดสิริแก้ว และถนนจากบ้านโกมุยที่เขมรสร้างขึ้นมา ซึ่งเสียดินแดนไปมากกว่าแนวรั้วลวดหนาม ตามติ ครม.วันที่ 10 ก.ค.2505 ดังนั้น หากจะมองตามจุดยืนที่กระทรวงการต่างประเทศที่ระบุว่า เราจะไม่เสียดินแดนเพิ่มก็เท่ากับเราแพ้ ส่วนจะเสียดินแดนมากน้อยขนาดไหนอยู่ที่การเจรจา


นายคำนูณ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปที่รัฐบาล 4 ข้อ ดังนี้ 1.รัฐบาลอย่างเพิ่งปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลก เพราะยังไม่มีความชัดเจน 2.ควรเร่งศึกษาคำพิพากษาอย่างละเอียด ถึงข้อดีและข้อเสียของการปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา รวมถึงศึกษากรณีคำตัดสินของศาลโลกในลักษณะนี้ทั้ง 4 คดี มาเทียบเคียง โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากภาควิชาการและภาคประชาชนเข้าร่วมด้วย 3.เรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ให้นำทุกเรื่องที่จะเจรจากับประเทศกัมพูชามาเสนอต่อสภาฯ ก่อน แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 190 จะแก้ไขได้สำเร็จหรือไม่ และ 4.ขอประชามติจากประชาชนตามมาตรา 165 (1) ว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่

"วันนี้อยากให้ประชาชนรับทราบความจริงว่าเราเสียดินแดนแล้ว เพราะรัฐบาลแถลงแต่ด้านดีเท่านั้น ยกตัวอย่างง่ายๆ มีเงินวางอยู่ตรงกลาง 1,000 บาท ซึ่งไทยก็อ้างว่าเป็นของตัวเอง และกัมพูชาก็อ้างว่าเป็นของตัวเองเช่นกัน แต่ศาลพิพากษาว่า 300 บาท อยู่กับกัมพูชา แล้วเราก็มาดีใจว่าเราไม่เสียเงิน 1,000 บาท" นายคำนูณกล่าวและว่า ตนยังตั้งข้อสังเกตว่ามีความบังเอิญที่ร้ายกาจ ที่พิพากษาให้ทางขึ้นเขาพระวิหารทางถนนโกมุยสอดคล้องกับการขึ้นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชาได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาที่ยังไม่ได้ขึ้นได้เพราะไม่มีทางขึ้น

ด้าน นายสาย กล่าวว่า ขอเตือนรัฐบาลว่า อาจเข้าข่ายกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 219 ที่ลงโทษผู้ที่ทำให้เสียดินแดน ที่จะมีโทษประหารชีวิต ส่วน นายไพบูลย์ กล่าวยืนยันว่า เราเสียดินแดนนิดหน่อย แต่มันเป็นหัวใจของพื้นที่ ขณะที่รัฐบาลก็อย่ารีบร้อนเจรจากับกัมพูชา แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ เนื่องจากจะขาดความเชื่อถือ ทั้งความสัมพันธ์กับเครือญาติกับกัมพูชา และเจ้าของพรรคก็เป็นที่ปรึกษาของนายกฯกัมพูชา

ต่อมา น.ส.พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา แถลงข่าวไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาลโลก ว่า ไม่เห็นด้วยตามคำพิพากษาข้อ 98 และ 104 กังวลว่าพื้นที่ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนจะตกเป็นของกัมพูชา เพราะเป็นการกำหนดตามภูมิศาสตร์ ทั้งที่ควรจะกำหนดเป็นเส้นเขตแดนชัดเจน คำพิพากษามีการเอาเรื่องมรดกโลกมากล่าวอ้างด้วย ซึ่งเป็นการพิพากษานอกการตีความ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีผู้มีอิทธิผลกับแนวคิดของผู้พิพากษาบางคน ที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของกัมพูชา และต่อมาเป็นองค์คณะตุลาการศาลโลกที่ร่วมตัดสินคดีดังกล่าว

ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ถือว่าใครเสียดินแดนเป็นครั้งที่ 15 ส่วนภูมะเขือที่ศาลไม่ยอมตัดสินทั้งที่มันเป็นของไทย แต่ศาลไม่ยอมตัดสินว่าเป็นของใคร ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจากันเอง ตนมองว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นปัญหาในอนาคตอีกแน่นอน เนื่องจากจะต้องไปให้ศาลโลกตีความอีก ส่วนที่ระบุว่าไทยเสียดินแดนไปนิดเดียว อยากบอกว่า หากเสีย 1 ตารางกิโลเมตร ก็จะเท่ากับ 625 ไร่ แต่หากเสีย 1.5 ตารางกิโลเมตร ก็จะเท่ากับเสียกว่า 1,000 ไร่

 

ติดตามเฟซบุ๊กร่วมเป็นแฟนเพจแนวหน้าออนไลน์ได้ที่

www.facebook.com/naewnaonline

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top