วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เพียงแค่เริ่มต้นปี 2564 ก็มีประเด็นร้อนแรงที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยประเด็นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ที่ปัจจัยหนึ่งเกิดจากการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ การส่งส่วยเพื่อลักลอบพาคนเข้าเมือง และการเปิดบ่อนพนันผิดกฎหมาย เพจดังอย่างแหม่มโพธิ์ดำยังได้ออกมาเผยเรื่องราวพร้อมตั้งข้อสังเกตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ไม่สิ้นสุดจากข่าวที่ได้รับมาว่า เจ้าหน้าที่รัฐในแม่สอดรับสินบนอำนวยความสะดวกพาคนข้ามฝั่งไทย-เมียนมา ส่งผลให้โรงพยาบาลแม่สอดต้องรับศึกหนักในครั้งนี้
ต่อด้วยประเด็นร้อนแรงจากกระแสของคุณพิมรี่พายขึ้นดอยไปทำกิจกรรมพร้อมติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่สามารถใช้งานได้ด้วยจำนวนเงินหลักแสนบาทให้กับหมู่บ้านหนึ่งในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาชาวเน็ตได้มีการขุดข้อมูลและแชร์เอกสารกันในโลกออนไลน์ถึงโครงการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ที่เคยติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่อำเภออมก๋อยเช่นกัน ด้วยงบประมาณ 45,205,109.91 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่างบดังกล่าวมีราคาสูงเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าในการใช้งานจริง
งานนี้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)ได้ออกมาเผยผ่านเพจเฟซบุ๊คถึงข้อมูลของโครงการดังกล่าวที่ได้ค้นเจอจากเครื่องมือ ACT Ai หรือที่ actai.co ว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เช่น บัญชีรายละเอียดแผนจัดหา แบบแสดงรายการปริมาณงานและราคา แบบสรุปค่าก่อสร้าง เป็นต้น เพื่อให้ทุกคนตรวจสอบจากข้อมูลจริงกันได้ว่างบที่ใช้ไปนั้นถูกใช้ไปกับอะไรบ้างและมีราคาแพงเกินจริงตามที่ได้ตั้งข้อสังเกตหรือไม่
รวมถึงเพจเฟซบุ๊คต่างๆ ยังได้ออกมาตั้งข้อสังเกตกันอย่างต่อเนื่องถึงประเด็นพลเมืองดีที่ได้แชร์เรื่องราวโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมระบุว่าเป็นโครงการที่กอ.รมน.ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์เมื่อปี 2561 ไว้ 20 จุด คือในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 10 จุด และ จังหวัดตาก 8 จุด ด้วยวงเงิน 45,590,000 บาท ซึ่งผ่านมากว่า 2 ปี แต่ตรวจสอบพบว่าไม่สามารถใช้งานได้ รวมถึงเพจต้องแฉ เพจเฟซบุ๊คที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แฉและแชร์เรื่องราวที่พบความไม่โปร่งใสในสังคม ได้ร่วมตั้งประเด็นให้คนในแต่ละพื้นที่ช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสว่ามีโครงการคล้ายๆ กันนี้ที่ไหนอีกบ้างเพื่อร่วมกันตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐว่าเกิดผลสำเร็จและมีความโปร่งใสหรือไม่อย่างไร
จากตัวอย่างประเด็นร้อนแรงข้างต้นเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจต่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและต่างรับรู้ว่าการทุจริตคอร์รัปชันนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ซ้ำยังเป็นตัวการร้ายที่สร้างผลกระทบรุนแรงและส่งผลต่อทุกภาคส่วนในสังคม ที่น่าสนใจคือเรื่องราวที่ถูกขุดคุ้ย และถูกตรวจสอบจากประชาชนทั่วไป ได้สร้างแรงกระเพื่อมออกไปสู่วงกว้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้สื่อมวลชนและหน่วยงานต่างๆ ให้ความสนใจจนนำไปสู่การตรวจสอบในที่สุด กลไกการตรวจสอบเหตุสงสัยการทุจริตคอร์รัปชันในยุคนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ในแวดวงของสื่อมวลชนหรือองค์กรที่ทำงานต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันเพียงเท่านั้น ผู้เขียนจึงมองว่าทุกคนต่างเป็น Corruption hunters หรือนักล่าคอร์รัปชันยุคใหม่ ที่มีอาวุธคือข้อมูลและสื่อออนไลน์ในมือของพวกเราทุกคน
ในมุมมองทางวิชาการก็มีข้อมูลที่กล่าวถึงการต่อต้านคอร์รัปชันผ่านสื่อออนไลน์ของประชาชนเอาไว้เช่นกันในบทความนี้ผู้เขียนยกข้อมูลที่เคยได้ศึกษาจาก TheEducation for Justice (E4J) เรื่อง Citizen Participationin Anti-Corruption (การมีส่วนร่วมของพลเมืองในการต่อต้านการทุจริต) ที่จัดทำโดยองค์กร United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) ซึ่งกล่าวถึงสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางและมีหลายแพลตฟอร์มที่ประชาชนสามารถให้ข้อมูลและใช้ต่อสู้กับการคอร์รัปชันผ่านการให้ข้อมูลในรูปแบบของการสนับสนุนผ่านการสืบสวน (Investigations) การระดมความเห็นต่างๆ เพื่อนำไปสู่คำตอบของปัญหาประเด็นใดประเด็นหนึ่ง (Crowdsourcing) ทำให้สังคมเกิดการตื่นตัวและนำไปสู่การตรวจสอบจากภาครัฐหรือมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด ทั้งนี้ แม้ว่าสื่อสังคมออนไลน์จะมีผลเชิงบวกกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างมากคือความถูกต้องของข้อมูล เพราะอาจมีความเสี่ยงที่นำไปสู่การบิดเบือนและแพร่กระจายผ่านโซเชียลมีเดียอย่างไม่ถูกต้องได้ ดังนั้น การแบ่งปันข้อมูลที่ได้พบเห็นจึงอาจต้องทบทวนว่าสิ่งที่โพสต์ถูกต้องหรือไม่ แหล่งข้อมูลได้รับมานั้นผ่านการตรวจสอบแล้วหรือยัง และจะมีใครได้รับผลกระทบจากการแชร์ข้อมูลนี้หรือไม่อย่างไร ซึ่งการโพสต์ข้อมูลต่างๆ ผ่านมาตรฐานการทบทวนที่ได้กล่าวมานี้จะช่วยให้สังคมเข้าใจสิ่งที่เรากำลังกล่าวถึงได้ดีขึ้น และมาตรฐานนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะกับผู้ที่โพสต์ทางออนไลน์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงผู้ที่สร้างเนื้อหาด้วยวิธีอื่นๆอีกด้วย
ผู้เขียนจึงเล็งเห็นว่าประชาชนผู้เป็นนักล่าคอร์รัปชัน (Corruption hunters) ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆในการแฉและแชร์เรื่องราวทุจริตคอร์รัปชันให้เกิดผลสำเร็จในการขับเคลื่อนได้ อาวุธไม้ตายในการล่าคือการเผยเรื่องราวเหล่านั้นออกมาอย่างมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือหรือการตั้งข้อสังเกตอย่างมีเหตุมีผล เพื่อให้สังคมร่วมระดมข้อมูล ร่วมกันจับตามองและแชร์เรื่องราวไม่ให้เงียบหายจนนำไปสู่การตรวจสอบหรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยอาจจะเผยเรื่องราวด้วยตนเองหรือส่งเบาะแสให้กับสื่อกลางในโลกออนไลน์ เช่น เพจต้องแฉ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านหรือช่องทางอื่นๆ ที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงและผลักดันให้ประเด็นเหล่านั้นถูกสื่อสารไปในวงกว้าง อีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนทั่วไปที่อาจไม่มีความถนัดในการค้นหาข้อมูลจากหลายๆแหล่งหรือรู้สึกว่าการค้นหาข้อมูลนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน
เครื่องมือ ACT Ai (เว็บไซต์ actai.co) เป็นตัวอย่างเครื่องมือสู้โกงภาคประชาชน ที่เปิดให้ทุกคนสามารถตรวจสอบผ่านข้อมูลได้อย่างครบ จบในที่เดียว ซึ่งหากมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของรัฐรวมถึงข้อมูลงบ4 แสนล้านบาท ที่รัฐได้กู้มาใช้เพื่อเยียวยาประชาชนจากผลกระทบโควิด-19 อีกด้วย ดังนั้นการล่าคอร์รัปชันในยุคใหม่คือ การล่าด้วยความจริง ล่าด้วยฐานของข้อมูล ล่าด้วยการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นประโยชน์และถูกต้อง เพราะพลังที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน เปิดโปงและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้คือการมีส่วนร่วมจากประชาชนที่ช่วยกันการสอดส่องและชี้เบาะแสให้เรื่องเหล่านั้นได้ถูกพูดถึง และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างถูกต้อง เพื่อให้เรื่องราวการทุจริตคอร์รัปชันไม่ถูกซุกซ่อนอยู่ใต้พรมอีกต่อไป ดังเช่นกรณีตัวอย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวเมื่อต้นบทความถึงการทุจริตคอร์รัปชันต้นตอหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่นี้และโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ถูกนำมาขุดคุ้ยเป็นประเด็นร้อนแรงทำให้สังคมเกิดการตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและหันมาสำรวจในพื้นที่ของตนว่ามีความไม่ชอบมาพากลคล้ายกันหรือไม่จนนำไปสู่การตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและไม่ถูกทำให้เงียบหายอีกต่อไป

ปูติน ยั่วยุเก่ง บุก เกาะอีตูรุป พื้นที่พิพาทญี่ปุ่นครั้งแรก เมินโตเกียวเต้นเร่าๆอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน
กกต.มติ 5 ต่อ 2 แสวง บุญมี ผ่านประเมิน นั่งเลขาฯ ต่อถึง มี.ค.70
รมช.กระทรวงสงครามสหรัฐฯ พบ บิ๊กดุลย์ กระชับสัมพันธ์ หารือความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ
ชัยชนะ สส.เมืองคอน เข้ารับทราบข้อหาแล้ว ปมตบบ้องหู รอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่
'ยิงโจรในบ้านก็ผิด?' ถอดบทเรียนคดีร้านทองตาก เมื่อปืนคนดีคือที่พึ่งสุดท้ายของครอบครัว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี