546.jpg
รฟท.พัฒนาที่3.9หมื่นไร่ วางแผนทำเงินปีละหมื่นล้าน

รฟท.พัฒนาที่3.9หมื่นไร่ วางแผนทำเงินปีละหมื่นล้าน

วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะทำงานกำกับติดตามการพัฒนาที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หรือ non-core เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ที่ประชุมคณะทำงานได้พิจารณาและสรุปแผนที่ดินของการเดินรถ ร.ฟ.ท.ไม่ได้ใช้ประโยชน์จำนวน 3.9 หมื่นไร่ 5 ปี (ปี 2560-2564) ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

ประกอบด้วย 1.ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่เคยมีสัญญาเช่า 2.32 หมื่นไร่ จำนวน 11 แปลง ได้แก่ พื้นที่แปลงใหญ่มูลค่าโครงการมากกว่า 1,000 ล้านบาท และต้องเข้าคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกินการของรัฐ (พีพีพี) ทั้งสถานีบางซื่อ ซึ่งจัดเป็น 4 โซน A B C D โดยโซน A จะสามารถดำเนินการได้เร็วที่สุดภายใน 18 เดือน หรือเซ็นสัญญาได้สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2561


ส่วนสถานีอื่นที่เข้าร่วมคณะกรรมการพีพีพี เป็นที่ดินแปลงใหญ่ ยังมี สถานี กม.11, สถานีแม่น้ำ, สถานีตึกแดง, สถานีที่ จ.ขอนแก่น, จ.เชียงใหม่, หลักสี่ และสถานีศาลายา ขณะที่สถานีอื่นที่โครงการต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท มี 25 สถานี ที่จะดำเนินการ และที่ดินรกร้างว่างเปล่าในส่วนที่เหลือ ได้มอบหมายให้ ร.ฟ.ท.ไปสำรวจในแต่ละสถานีว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทำอะไรได้บ้าง ให้จัดทำแผนและจ้างเอกชนมาดำเนินการ

ขณะที่กลุ่ม 2 จะเป็นกลุ่มที่มีสัญญาเช่า จำนวน 1.59 หมื่นไร่ แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่ สัญญาที่เกิน 1,000 ล้านบาท ใกล้สิ้นอายุสัญญา 3 แปลง โรงแรมรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหัวหิน และโรงแรมอิสติน มักกะสัน จะทำการต่อสัญญา ตามพ.ร.บ.ร่วมทุนพีพีพี ใช้เวลา 18 เดือน ในการทำการศึกษาต่อสัญญาเดิม และจะปรับค่าเช่าใหม่ทั้งหมด ยกเว้นพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนที่เหลือทั้ง มีสัญญา ไม่มีสัญญา ค้างค่าเช่า จะพิจารณาใหม่หมด และกลุ่มที่ 3 พื้นที่บุกรุก จะทำรูปแบบประชารัฐ จะให้การเคหะแห่งชาติเข้ามาพัฒนา ปรับปรุงให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยกับผู้อาศัยเดิมให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สำหรับแผนพัฒนาที่ดินของการเดินรถ ร.ฟ.ท.ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จำนวน 3.9 หมื่นไร่ 5 ปี จะเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาวันที่ 19 ธันวาคมนี้ และให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เสนอไปยัง คนร.ชุดใหญ่ มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 28 ธันวาคม 2559

ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการได้ตามแผน 5 ปี จะทำให้รายได้ของ ร.ฟ.ท.เพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันรายได้ของร.ฟ.ท.อยู่ที่ 2,500 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าในอนาคตอีก 6-7 ปี รายได้ของ ร.ฟ.ท.จะเพิ่มสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสามารถกู้สถานะ ร.ฟ.ท.ได้ในระดับหนึ่ง เพราะผลขาดทุนของ ร.ฟ.ท.ในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หากมีรายได้เพิ่มเข้ามาจากแผนดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาขาดทุนและเพิ่มเพิ่มประสิทธิภาพของ ร.ฟ.ท.

นายอำนวยกล่าวว่า ร.ฟ.ท.ยังมีภาระหนี้ที่สูงถึง 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานระบบราง จำนวน 6-7 หมื่นล้านบาท และหนี้ที่เกิดจากแอร์พอร์ตลิ้งค์ 3 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้รัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณชดใช้คืนทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาที่ดินการเดินรถ ร.ฟ.ท.ไม่ได้ใช้ประโยชน์นี้ ไม่รวมแผนพัฒนาที่ดินมักกะสันของร.ฟ.ท.ที่จะนำมาโอนให้กระทรวงการคลังบริหารจัดการเพื่อแลกหนี้กว่า 6 หมื่นล้านบาท โดย คนร.ได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาแนวทางของแผนพัฒนาที่มักกะสันใหม่ เนื่องจากล่าสุด ร.ฟ.ท.จะขอที่มักกะสันไปพัฒนาโครงการเอง ซึ่งจะต้องเสนอเข้าในที่ประชุม คนร.อีกครั้ง เพื่อพิจารณาข้อสรุปว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top