nn วันก่อนในการแถลงข่าวตัวเลขการส่งออกเดือนพฤษภาคม ของกระทรวงพาณิชย์...ที่สามารถทำสถิติการขยายตัวสูงสุดได้ในรอบ 7 ปี...กระทรวงพาณิชย์ก็เลยทิ้งท้ายว่า...สงครามการค้า...ระหว่างสหรัฐกับประเทศจีน..ยุโรป...และประเทศอื่นๆ ไม่น่าจะกระทบต่อการส่งออกของไทย....!! ตรงนี้...โลกการค้า...มองว่ากระทรวงพาณิชย์รีบด่วนตัดสินใจไปก่อน หรือไม่ก็ดูเบาปัญหาเกินไปหน่อย...
ผลของสงครามการค้าระหว่างจีนยกแรก...จะเริ่มมีผลก็ต้องหลังวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ไปแล้ว ซึ่งเป็นวันเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในชุดแรก(สงครามยกแรก)...ตัวเลขการส่งออกของไทยจะสะท้อนปัญหานี้ก็ต้องประมาณเดือน 7-8 โน่นแหล่ะถึงจะเห็นผล...จึงไม่ควรรีบพูดแต่ตอนนี้....
ตัวแทนภาคเอกชนไทย...อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก อาหาร ยานยนต์ ฯลฯ...พยายามจะสะท้อนหรือให้ข้อมูลมาตลอดว่า...มีอุตสาหกรรมของไทยได้รับผลกระทบแล้วทั้งทางตรงและอ้อม...เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก...โดยจากการที่สหรัฐขึ้นภาษีสินค้าเหล็ก ในอัตรา 25%และอะลูมิเนียมของสหรัฐ 10% ...ทำให้ยอดการส่งออกสินค้า 2 ชนิดนี้ของไทยไปสหรัฐลดลงแล้ว....และประมาณการกันว่า ปี 2561 ...ยอดการส่งออกเหล็กไทยไปสหรัฐ จะหายไปประมาณ 2 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 6,000 ล้านบาท จากปกติที่มีการส่งออกประมาณ 3 แสนตัน มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท...ไม่เพียงเท่านั้น...เหล็กจากทั่วโลกที่ถูกสหรัฐ ใช้มาตรการทางภาษีประมาณ 35 ล้านตัน....จะทะลักเข้ามาในไทยด้วย
นอกจากนี้ ยังมีจะมีสินค้าส่งออกของไทยชนิดอื่นๆอีกหลายชนิดที่จะโดนพิษกำแพงภาษีเล่นงาน...ที่โดนแล้วตอนนี้คือกลุ่มสินค้าเครื่องซักผ้า และ โซลาร์เซลล์ ....โดยยอดส่งออกโซลาร์เซลล์ช่วง 5 เดือนของปีนี้ลดลงประมาณ 50% เครื่องซักผ้าลด 30% ....และที่กำลังตามต่อจากนี้คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ...เท่านั้นไม่พอสินค้าเหล่านี้จากประเทศอื่นๆ ที่ส่งเข้าสหรัฐไม่ได้ก็จะทะลักเข้ามายังประเทศไทยด้วยเหมือนกัน...เหมือนกับที่เกิดกับสินค้าเหล็ก...และยังจะมีประเด็นปลีกย่อยเข้ามาซ้ำเติมอีกคือ...มีสินค้าที่สวมสิทธิ์สินค้าไทยแล้วส่งออกไปสหรัฐ...ซึ่งหากว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าตัวนั้นเพิ่มสูงขึ้นมาก...ก็จะทำให้สหรัฐ ประกาศใช้มาตรการตอบโต้การนำเข้าที่เพิ่มขึ้น(เซฟการ์ด)กับสินค้าไทยได้....
ถึงตรงนี้...ฟันธงได้เลยว่าไทยไม่อาจจะหลีกเลี่ยงสงครามการค้าครั้งนี้ได้...แล้วถามว่าเราต้องทำอย่างไร...คำตอบคือ...สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์คิดจะทำแค่...ไปชี้แจงและหารือกับ...ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์)...ไม่เพียงพอจะรับมือ...แต่ต้องทำมากกว่านั้น...ทำแบบจีนเลยก็ได้...เครื่องไม้เครื่องมือเราก็มีอยู่...ทั้ง...การใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) หรือมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด)...หรือจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม (Surcharge) การนำเข้า...เลยก็ยังได้....
เฉพาะหน้าต้องตอบโต้ไปอย่างนี้ก่อนเลย...ส่วนจะไปเจรจาหาตลาดใหม่เพื่อชดเชยตลาดส่งออกที่หดหายไป...ก็เร่งดำเนินการควบคู่กันไป..เพราะเรื่องหาตลาดใหม่ ฝ่ายข้อตกลง FTA หรือข้อตกลงอื่นๆ ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใดได้หรอกต้องใช้เวลา...
ที่สำคัญเวลานี้...กระทรวงพาณิชย์...ไม่ควรดูเบาปัญหาและเลิกพูดกว่าสงครามการค้าไม่กระทบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทย...
กระบองเพชร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี