เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหรือเอ็มพีไอ (Manufacturing Production Index -MPI) เดือนพฤศจิกายน2561 ว่า ดัชนีผลผลิตฯขยายตัว 0.98% อยู่ที่ระดับ 116.57 สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนนี้สูงสุดในรอบ 5 ปี 6 เดือน เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในเดือนนี้มี 3.17 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.5% อัตราการใช้กำลังการผลิต 69.37% ส่วนเอ็มพีไอ 11 เดือนของปีนี้ (มกราคม-พฤศจิกายน2561) ขยายตัว 2.99%
“สศอ.คาดการณ์เอ็มพีไอปีนี้ทั้งปีขยายตัวเฉลี่ยได้ 3% ตามเป้าหมายที่คาดไว้ ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวม(จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมปีนี้คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8% ขณะที่ปี 2562 ยังคงคาดการณ์เอ็มพีไอขยายตัว 2-3% และจีดีพีอุตสาหกรรมคาดเติบโต 2-3%”นายณัฐพลกล่าว
สำหรับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ได้แก่ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ อย่างไรก็ตามการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม(ไม่รวมทองคำแท่ง)ในเดือน พฤศจิกายน2561หดตัว 1.5% โดยสินค้าที่การส่งออกหดตัว ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และแผงวงจรไฟฟ้า ส่งผลให้ 11 เดือนของปีนี้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม(ไม่รวมทองคำแท่ง) ขยายตัว 8.2%
ส่วนการนำเข้าสินค้าทุนในเดือน พฤศจิกายนขยายตัว 6% โดยสินค้าที่มีการนำเข้าขยายตัว ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์โลหะ ส่วนการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป(ไม่รวมทองคำแท่ง)ขยายตัว 8.7% ตามการนำเข้าเคมีภัณฑ์อุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เม็ดพลาสติก และผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก ส่งผลให้ 11 เดือนการนำเข้าสินค้าทุน ขยายตัว 6%
นายณัฐพล กล่าวว่า ในปี 2562 เชื่อว่าจะมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าน่าจะปรับตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบจากมาตรการต่างๆ ของสหรัฐที่คาดการณ์ได้ยากว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เหมือนสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐที่กำลังเผชิญในขณะนี้ ประกอบกับเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัว รวมถึงเสถียรภาพการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา อาทิ ตุรกี บราซิล อเมริกาใต้ยังมีความเปราะบาง และสถานการณ์ราคาน้ำมันยังมีความผันผวนค่อนข้างมาก ยังไม่มีเสถียรภาพว่าจะไปทิศทางไหน จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี