546.jpg
ภัยแล้งดันเงินเฟ้อพุ่ง เนื้อหมู-มะนาว-ข้าวสารขึ้นราคา

ภัยแล้งดันเงินเฟ้อพุ่ง เนื้อหมู-มะนาว-ข้าวสารขึ้นราคา

วันอังคาร ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2562 ว่า ยังคงขยายตัวสูงขึ้นเป็นเดือนที่ 3 โดยขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2562 ปรับตัวสูงขึ้นมาจากกลุ่มอาหารสด ผักสด ที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ส่งผลให้มีสินค้าเกษตรได้รับความเสียหายและออกสู่ตลาดน้อย จึงดึงให้ราคาดัชนีผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินค้ากลุ่มพลังงานกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สูงขึ้น 2.07% ตามราคาพลังงานโลก รวมไตรมาสแรกของปี 2562 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.74%

ทั้งนี้ สนค.คาดการณ์ว่าภัยแล้งปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงจะทำให้สินค้าเกษตรขาดตลาดและราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะมะนาว ผักกาดขาว กะหล่ำปลี และผักชี ส่วนไตรมาส 2 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะขยายตัว 1.01% โดยมาจากกลุ่มพลังงาน ภัยแล้ง เทศกาลสงกรานต์ และการเปิดภาคเรียนใหม่ที่จะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ตาม ยังคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2562 จะอยู่ที่ 0.7-1.7% โดยค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 1.2% ภายใต้สมมุติฐานคาดการณ์จีดีพีของประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5-4.5% ราคาน้ำมันเฉลี่ย 70-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 32.5-33.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนผลการสำรวจสินค้าเดือนมีนาคม 422 รายการ มีสินค้าปรับสูงขึ้น 246 รายการ อาทิ เนื้อหมู มะนาว ข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าไม่เปลี่ยนแปลง 83 รายการ ได้แก่ น้ำมันพืช กุ้งขาว กล้วยน้ำว้า และมีสินค้าลดลง 93 รายการ เป็นต้น

โดยภาพรวมอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาสแรกปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.74% ชะลอตัวเล็กน้อยจากระดับ 0.80% ในไตรมาส 4 ปี 2561 ซึ่งปัจจัยสำคัญของการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสแรกปีนี้ มาจากการสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด (ข้าวสารเจ้า เนื้อสุกร ปลาและสัตว์น้ำ ไข่ไก่ ผักสด) รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ที่มิใช่อาหารและพลังงาน ในขณะที่กลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยลดทอนของไตรมาสนี้ โดยปรับตัวลดลง 0.79% ตามการลดลงของราคาพลังงานโลก

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 2 ปีนี้ (เมษายน-มิถุนายน) คาดว่าจะสูงขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสแรก มาอยู่ที่ระดับ 1.01% ซึ่งเป็นผลมาจากแนวโน้มราคาพลังงานในตลาดโลก สถานการณ์ภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดลดลง รวมทั้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีสินค้าบางรายการปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับต้องติดตามสถานการณ์ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคภายหลังจากการเลือกตั้งด้วย อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้รวมกรณีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ในการประมาณการดังกล่าว

ขณะที่สถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการของประเทศยังอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพและมีความสอดคล้องกันทั้งอุปสงค์และอุปทาน โดยสัญญาณด้านความต้องการบริโภคมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ค่อนข้างผันผวนแต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์กรอบเงินเฟ้อในปีนี้ที่ 0.7-1.7% หรือค่ากลางที่ 1.2%

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top